Support
Arjan Pong
035 323239, 035 323240, 089 8129392
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ
guest

Post : 2017-10-17 09:35:15.0     Forum: ตำนานนักรบกรุงศรี  >  24.หลังผิงฝา

 24.หลังพิงฝา!!

www.arjanpong.com
#ตำนาน #นักรบกรุงศรี #อยุธยา #พลังภูผา

 

                               

 

ลุถึงจันทร์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือนยี่ จุลศักราช 1128 ปีจอ อัฐศก พ.ศ 2309 ก่อนย่ำค่ำ
กองกำลังเดนตายของพระยาตาก ที่หาญกล้าเเหกค่ายวัดพิชัยออกมา 500 คน ตีฝ่าวงล้อมจนบัดนี้ เหลือผู้กล้าอยู่ไม่ถึง 100 เเต่ต้องรีบเร่งฝีเท้าการเดินทางให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้ให้พ้นจากการไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด ชนิดหายใจรดต้นคอจากกองกำลังของอังวะ โดยการนำของ "มองย่า" ผู้บัญชาการกองทะลวงฟัน มือขวาของ "เนมโยสีหปะเต๊ะ" เเม่ทัพใหญ่เเห่งค่ายโพธ์สามต้นของอังวะ ที่ได้เคลื่อนพล 2,000 นาย หมายเอาหัวของพระยาตาก หิ้วกลับเข้าไปยังค่ายโพธิ์สามต้นให้ได้!!

"มึงไหวรึเปล่าวะ? ไอ้จ้อย!!..กูเห็นหน้าซีด เหงื่อกาฬไหลเเตก ตั้งเเต่เเยกทางกับคุณพระก่อนที่จะพันเขตของกรุงศรีซะอีก?!!.."
"ข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก พี่จ่า...หยุดพักเพียงสักประเดี๋ยว เรี่ยวเเรงคงฟื้น!!.."

หลวงพิชัยอาสา หรือ จ้อย เด็กหนุ่มจากบ้านห้วยคา เมืองพิชัย กล่าวตอบ หลวงพรหมเสนา ขุนศึกเเม่นธนูผู้พี่ ที่ขณะนี้ทั้งคู่ต่างก็ขี่ม้ามาปิดท้ายขบวนระวังหลัง โดยมีพระยาตาก กับหลวงราชเสน่หา ขี่ม้านำเหล่านักรบเดนตายอยู่ข้างหน้า

"เอ้าาาา!! มึงเอาไอ้นี่ไปอมไว้ นมราชสีห์ ของดีมีน้อย!!..."

กล่าวจบ นักรบผู้พี่ก็หยิบกิ่งสมุนไพรเล็กๆออกมาจาก"ถุงไถ้"ก่อนที่จะยื่นออกไปให้ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

"กูเอาทั้งต้นมาหั่นเป็นท่อนๆ เเล้วเอาไปตากเเดดให้กรอบ ก่อนที่จะคั่วดัวยเกลือเเบบว่าไฟอ่อนๆนะ เอาให้หอมกรุ่นๆ พอมีควันจางๆลอยขึ้นมา กูก็เริ่มสวดคาถา
สังวิทาปุกะยะปะ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ 7 จบ พร้อมธูป 5 ดอก เเล้วเอามาอาบเเสงจันทร์วันเพ็ญไว้สัก 1 เพลา เป็นอันเสร็จพิธี ไข้ป่า เจ้าที่ ผีโขมด ไม่มีทางได้กล้ำกรายมึงหรอก!!..."

หลวงพิชัยอาสา มองนักสู้ผู้พี่ที่มีน้ำใจ ก่อนจะหยิย"นมราชสีห์"เข้าไปอมไว้ในปาก ชายหนุ่มจากเมืองพิชัยเเทบจะไม่เชื่อสักนิดเลยว่า ข้าเก่าเต่าเลี้ยงของพระยาตาก หลวงพรหมเสนา หรือ จ่าเมือง ทหารชั้นประทวนจากคุ้มเชียงทอง เนินเขาเตี้ยๆริมฝั่งเเม่น้ำปิง ที่รับใช้ใกล้ชิดพระยาตาก มาเเต่ครั้งที่อยู่เมืองตาก จะมีพิษสงรอบตัวได้ถึงขนาดนี้ เป็นคนที่ชอบทางด้านไสยศาสตร์ วิชาคาถาอาคม เป็นหมอสักยันต์ให้เเก่บรรดาทหารทั้งหลายของพระยาตาก เเถมยังเก่งการใช้ธนูเป็นเลิศเสียอีก!!....

"มันจะสู้ ต้นห้อตะพายควาย ของทางบ้านเราได้หรือเปล่าล่ะพี่?!..."
"ดีกว่า!!..ไอ้นั่นน่ะมันให้เเต่มีเรี่ยวมีเเรงอย่างเดียว อมเเล้วเคี้ยวไว้ในปากสักพัก ควายทั้งตัวก็ยังเเบกขึ้นดอยเฉย!! เเต่เรื่องไข้ป่า ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ สู้เจ้าตัวนี้ไม่ได้หรอก!!.."

"เเถวนี้ไม่มีใครอยู่เลยหรือ พี่จ่า?.."

หลวงพิชัยอาสาเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะสังเกตุมาตลอดทางว่าพื้นที่เเถบนี้มีเเต่ป่ารกชัฎ พื้นที่เป็นที่ดอน พืชสวนป่านาไร่ มองหาเท่าไรก็ไม่เจอสักที!!

"ใครจะเข้ามาอยู่?!..ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น คนพากันหนีไปอยู่ที่อื่นกันหมด หลวงท่านก็สั่งให้ยกเลิกเก็บภาษีนาที่บ้านนี้ ก็ยังไม่มีใครกลับเข้ามาอยู่อีกเลย ไอ้ที่ปลูกอะไรไม่ได้หน่อไม่ได้กอน่ะไม่เท่าไร "ไข้ป่า"นีสิ คนเขากลัวกันนัก!!

"เเล้วทางคุณพระท่าน ที่เเยกหลอกล่อพวกอังวะออกไปทาง"ดงพญาไฟ" นั่นหล่ะ จะไม่หนักหนาสาหัสสากรรจ์กว่านี้ดอกหรือ พี่จ่า?!..."

"มึงก็รู้!! ทางนั้นมีใครเขาไปกันบ้างล่ะ?! ยอมรับเลยว่า กลศึกของนายเราเดาทางยาก ถ้ากูเป็นนายทัพเเห่งอังวะ กูก็ไก่ตาเเตกเหมือนกันว่ะ ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจไปทางไหนดี?!!...

"เฟี้ยววววววววววว!!........"
"เฮ้ยยยยยยย!! ไอ้จ้อย หม๊อบบบ!!.."

สิ้นเสียงลูกธนูที่พุ่งเเหวกอากาศมาข้างหลังอย่างรวดเร็วนับสิบๆดอก บัดนี้ได้ผ่านหัวของคนทั้งคู่ที่หมอบก้มสุดตัวอยู่บนเเผงคอม้าได้ทันท่วงที ชนิดเส้นยาเเดงผ่าเเปด!! นักรบเดนตายทั้งคู่ ต่างก็ไม่ยอมเสียเวลาหันกลับไปมองข้างหลังอีกต่อไป ต่างพากันกระตุกบังเหียน กระทีบโกลนม้าอย่างสุดเเรงเกิด เเล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้า หมายจะเเจ้งให้เพื่อนนักสู้ผู้ร่วมตาย ที่เดินเกาะกลุ่มกันอยู่ข้างหน้า ได้รับรู้ถึงภยันตราย ที่บัดนี้มันได้ไล่ล่ามาถึงเเล้ว!!

"ท่านพระยาขอรับ หลวงพรหมเสนา หลวงพิชัยอาสา ห้อตะบึงขี่ม้าพุ่งมาที่นี่เเล้วขอรับ!!..."

หลวงราชเสน่หา กล่าวพลางก็บรรจุกระสุนดินปืนขึ้นนกเตรียมใช้งานอย่างเร่งรีบ เพราะภาพที่เห็นอยู่ข้างหลังในขณะนี้ กองม้าเร็วส่วนหน้าทะลวงฟันอังวะ เกือบ 100 ตัว กำลังขี่ม้าไล่ล่าเพื่อนร่วมตายทั้ง 2 มาอย่างกระชั้นชิด หลวงราชเสน่หามองจ้องท่านพระยาตาก ด้วยสายตาไม่กระพริบ เสี้ยววินาทีในขณะนี้ เป็นเวลาเเห่งชีวิตโดยเเท้!!

สีหน้าอันเรียบเฉย หยาบกระด้าง ของพระยาท่าน ที่ขณะนี้มองย้อนกลับหลังไปในภาพที่เหล่านักรบอังวะกำลังควบม้ารุมไล่ต้อน มิตรสหายร่วมตายมาอย่างบ้าคลั่ง!!

"ไปช่วยจ่า กับไอ้จ้อยม้น!!..."

สิ้นเสียงพระยาตาก ดาบที่ขัดอยู่ข้างหลัง ก็ถูกกระชากออกมาจากฝักอย่างรวดเร็ว

"สู้มัน!!.."

ม้าคู่กายที่ยืนสงบนิ่งเพียงชั่วครู่ บัดนี้ เเผดเสียงดังสนั่นลั่นก้อง!! พร้อมกับยกขาหน้าตะกายอากาศอย่างรุนเเรง เเล้วพุ่งกระโจนทะยานย้อนกลับไปในทันที

ภาพที่เห็นอยู่ในขณะนี้ ม้า 2 ตัว...กับนักรบที่อ่อนล้าสี่ซ้าห้าสิบคน ได้ตัดสินใจพุ่งเข้าหากองกำลังอังวะที่เเข็งเเกร่ง อย่างที่ไม่คิดกลัวตัวตาย!! ทั้งๆที่ทุกคนต่างก็รู่กันอยู่ว่า กลุ่มอริราชศัตรูที่อยู่ตรงหน้านั้น ต่างก็เป็นที่น่าเกรงขามไปทั่วทั้งปฐพี อันมีเหล่านักรบอยู่บนหลังม้าศึก ที่เคยผ่านสมรภูมิเลือดมาอย่างโชกโชน!! ซึ่งตรงนี้ก็เป็นที่พิสูจน์ยืนยันต่อฟ้าต่อดินได้เลยว่า

"นักสู้กรุงศรี ไม่มีหนีใคร!!..."

guest

Post : 2017-10-16 09:01:40.0     Forum: ข้อคิด-คำคม  >  พ่อหลวง

 

               

 

 

               

               

 

 

              

guest

Post : 2017-10-13 12:52:08.0     Forum: Live : ตามรอยข่าว  >  Live : พายุจ่อซัดไทย!! ใครมั่ว?!!

     

 

Live : พายุจ่อซัดไทย!! ใครมั่ว?!!...

www.arjanpong.com
#พายุ #ไทย #อยุธยา #พลังภูผา


หลังจากมีฝนตกหนักในหลายจุดทั่วประเทศ ส่งผลให้บางพื้นที่มีน้ำท่วมขัง เขื่อนหลายแห่งมีปริมาณน้ำเต็มความจุ นอกจากนี้ประเทศไทยกำลังจะเผชิญกับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนภายในอีก 5-6 วันข้างหน้า รวมถึงพายุอีก 3 ลูกที่กำลังจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยตลอดช่วง 2 สัปดาห์นี้ ทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ประเทศไทยต้องพบกับสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554 หรือไม่


วันนี้ (11 ต.ค.) รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในปีนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เนื่องจากก่อนหน้านี้มีเพียงบางภาคเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ครั้งนี้โดนผลกระทบทั่วประเทศ และเขื่อนหลายแห่งในภาคเหนือ กลาง อีสาน เริ่มเต็มความจุ ขณะที่เขื่อนในภาคใต้ก็มีแนวโน้มจะเต็มความจุแล้วเช่นกัน


ประกอบกับการคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคตที่พบว่า ประเทศจะได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนถึง 3 ลูกภายใน 2 สัปดาห์นี้ ซึ่งลูกแรกคาดว่าน่าจะเข้าประมาณวันที่ 15-16 ตุลาคมนี้ ภาคเหนือและอีสานจะได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าว


ส่วนลูกที่สอง จะเข้าในช่วงเวลาเดียวกัน ภาคใต้และภาคกลางทั้งหมดจะมีฝนตกชุก ส่วนลูกที่สาม ยังคงต้องรอการประเมินอย่างใกล้ชิด หากเกิดขึ้นจริงพายุดังกล่าวจะส่งผลกระทบทั่วประเทศโดยเฉพาะภาคตะวันออก ซึ่งอาจทำให้อำเภอพนัสนิคม พานทอง ศรีราชา พัทยา และอำเภอเมืองมีน้ำท่วมขัง


นอกจากในพื้นที่ภาคตะวันออกและกลางแล้ว หลายจังหวัดในภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดพังงา ระนอง และประจวบคีรีขันธ์ ยังต้องประเมินสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิดเช่นกัน และต้องเตรียมแผนการรองรับการระบายน้ำเอาไว้ด้วย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะอัพเดทสถานการณ์ทุกๆ 6 ชั่งโมง คาดว่าภายในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ จะมีรายงานที่ชัดเจนมากขึ้น ว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากส่วนใดบ้าง


ส่วนปริมาณฝนสะสมในปัจจุบัน ในภาคเหนือยังไม่วิกฤติเทียบเท่าปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ แต่ปริมาณดังกล่าวยังไม่ได้นับรวมกับ น้ำฝนที่จะมาพร้อมกับพายุอีก 3 ลูก ซึ่งหากเป็นไปตามคาดการณ์อาจทำให้ปริมาณน้ำในภาคเหนือเกือบเทียบเท่ากับปี 2554 แม้ว่าปริมาณน้ำจะไม่มากเท่ากับปี 54 แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในบางพื้นที่ไม่น้อย ดังนั้นทุกจังหวัดควรประเมินสถานการณ์และเตรียมแผนรองรับมวลน้ำที่จะเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด.......


***กรมอุตุฯยืนยัน ไม่มีพายุ 3 ลูก จ่อเข้าไทย!!..***


สำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่้อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงข่าวเรื่อง เตือนภัย พายุจ่อเข้าไทย 3 ลูกซ้อน โดยระบุว่า ตามที่ นักวิชาการ และสื่อบางรายการ ได้มีการนำแบบจำลองสภาพอากาศจากคอมพิวเตอร์ มาคาดการณ์การเกิดพายุหมุนเขตร้อนล่วงหน้า ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ โดยระบุว่า จะมีพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย 3 ลูก และมีผลกระทบทำให้เกิดฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมเพิ่มเติม จากปัจจุบัน กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการติดตามและแจ้งเตือนภัย มีข้อแนะนำแก่ประชาชนและชี้แจงดังนี้ คือ


การทำงาน ติดตาม และพยากรณ์อากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา มีการนำผลการตรวจอากาศที่เกิดขึ้นจริง และการใช้ข้อมูลดาวเทียมในการวิเคราะห์สภาพอากาศ และยังได้มีการใช้แบบจำลองสภาพอากาศจากคอมพิวเตอร์ของประเทศไทย และจากศูนย์พยากรณ์อากาศชั้นนำจากประเทศต่างๆ มาสังเคราะห์และเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ข้อมูลถูกต้องที่สุด เนื่องจากแบบจำลองสภาพอากาศจากคอมพิวเตอร์จะมีความคลาดเคลื่อนและถูกต้องน้อยลง เมื่อระยะเวลาพยากรณ์นานขึ้นเรื่อยๆ


จากการวิเคราะห์สภาพอากาศปัจจุบัน (วันที่ 12 ตุลาคม 2560) พบว่าในช่วงวันที่ 12-14 ตุลาคม 2560 บริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวเบงกอล ไม่มีพายุก่อตัวขึ้น เป็นเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมทางด้านประเทศเมียนมา และไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งภาคใต้จะได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ประจำฤดูเท่านั้น บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีร่องมรสุมพาดผ่านทำให้มีฝนตกต่อเนื่องในระยะนี้ อาจส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่ม ที่มีน้ำท่วมขังอยู่แล้ว ในช่วงวันที่ 15-17 ตุลาคม 2560


จากวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุด คาดว่า จะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านทะเลจีนใต้ เข้ามาบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน แต่เนื่องจากความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาบริเวณประเทศเวียดนามในช่วงดังกล่าว ทำให้พายุนี้จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว และไม่ส่งผลกระทบกับประเทศไทยโดยตรง


สำหรับในระยะนี้บริเวณประเทศไทยยังมีร่องมรสุมพาดผ่าน ประกอบมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และภาคใต้ มีกำลังแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้หลายพื้นที่หลังจากวันที่ 17 ตุลาคม 2560


การวิเคราะห์ผลจากแบบจำลองสภาพอากาศ (ข้อมูลแบบจำลองวันที่ 12 ตุลาคม 2560) พบว่า ยังมีโอกาสที่จะมีพายุก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้ แต่เนื่องจากข้อมูลจากแบบจำลองจะมีความถูกต้องน้อยลงมากเมื่อระยะเวลาพยากรณ์นานขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น จึงไม่มีศูนย์พยากรณ์ใดที่สามารถยืนยันข้อมูลว่า มีความถูกต้องเพียงใด แต่จะเป็นสัญญาณให้นักอุตุนิยมวิทยาเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด


กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานต่างๆ ได้มีการประชุม วิเคราะห์ข้อมูล และติดตามสถานการณ์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงขอให้ประชาชน ติดตามข้อมูลการพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยราชการเท่านั้น ในการประกาศแจ้งเตือนจะมีรายละเอียด วันและเวลาที่แน่นอน


และขออย่าได้ตื่นตระหนกจากข้อมูลที่ไม่ได้มาจากผู้ทำงานรับผิดชอบโดยตรง หรือการส่งต่อกันตามสื่อออนไลน์ต่างๆ และสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน 1182 และหมายเลขโทรศัพท์ 0 2399 4012-3 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา.....


Credit : สนุก ดอทคอม.

 

 

 

guest

Post : 2017-10-10 13:42:01.0     Forum: Live : ตามรอยข่าว  >  Live : ตะลึง!! ไฟไหม้โบถส์ พระพุทธรูปน้ำตาไหล!!

          

 

 

          

 

Live : "ตะลึง!! ไฟไหม้โบถส์ พระพุทธรูปน้ำตาไหล!!.."
www.arjanpong.com
#วัดช่างทอง #บางปะอิน #อยุธยา #พลังภูผา

เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนสาเหตุ ไฟไหม้โบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 60 ปี ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เคราะห์ดี “หลวงพ่อช่างทอง” พระประธาน ไม่ได้รับความเสียหาย

เมื่อเวลา 02.00 น วันที่ 10 ต.ค.60 ร.ต.ท เสนีย์ พาชอบ รองสารวัตรสอบสวน สภ. พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในโบสถ์วัดช่างทอง หมู่ 1 ต.เกาะเรียน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังพร้อมรถดับเพลิงของอบต.เกาะเรียน อบต.บ้านหว้าและรถดับเพลิงหน่วยกู้ภัยอยุธยาเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ

ภายในพระอุโบสถ พบเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ตรงบริเวณหน้าแท่นพระประธาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงช่วยกันฉีดสกัดน้ำนานกว่า 20 นาทีเพลิงจึงสงบ พบบริเวณแท่นพระประธานซึ่งทำด้วยไม้ถูกเผา โคมไฟ พัดลม โต๊ะหมู่บูชา และ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ถูกไฟไหม้เสียหาย ส่วนตัวองค์พระประธานไม่ได้รับความเสียหายมากนัก มีเพียงคราบรอยไหม้บางส่วน เเต่ที่น่าอัศจรรย์ใจก็คือ พระพุทธรูปหน้าพระประธาน กลับมีคราบน้ำตาไหลมาทั้ง 2 ข้าง ซึ่งมองเห็นได้อย่างชัดเจน ส่วนการประเมินความเสียหายเบื้องต้นนั้น คาดว่าประมาณ 2 ล้านบาท

สอบถาม นายกฤษณะ อายุ 52 ปี ชาวบ้านที่อยู่ใกล้บริเวณวัดเปิดเผยว่า ขณะที่นอนอยู่ที่บ้านและได้มีวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ขับผ่านมาเห็นแสงไฟภายในโบสถ์จึงได้ตะโกนบอกตนเอง จากนั้นจึงรีบวิ่งไปแจ้งให้เจ้าอาวาสทราบและรีบโทรศัพท์แจ้งรถดับเพลิงมาช่วยระงับเหตุ

ด้าน พระครูพิชัย เดชารักษ์ เจ้าคณะตำบลเกาะเรียน และเจ้าอาวาสวัดช่างทอง เปิดเผยว่า โบสถ์ดังกล่าวสร้างในพ.ศ. 2493 และมีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ โดยได้จ้างช่างมาวาดภาพ จิตรกรรมฝาผนังมาเป็นเวลาร่วมปีแล้ว ภายในโบสถ์พระประธาน หรือ หลวงพ่อช่างทอง เป็นที่กราบไหว้สักการบูชาของชาวตำบลช่างทอง เคราะห์ดีที่ไฟไม่ไหม้องค์พระประธาน ส่วนสาเหตุเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร..........

Credit : สนุก.คอม

 

 

 

 

guest

Post : 2017-10-09 13:22:15.0     Forum: Live : ตามรอยข่าว  >  มา

 

 

             

 

 

Live : โครงกระดูกหญิงชุดเเดง เฮี้ยน!!..
www.arjanpong.com
#โครงกระดูก #รามคำเเหง #อยุธยา #พลังผา


จากกรณีตำรวจ สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุคนงานก่อสร้างพบโครงกระดูกปริศนาไม่ทราบว่าเป็นของคนหรือของสัตว์ ระหว่างขุดพื้นเพื่อวางบ่อบำบัดน้ำเสีย ในอาคารพาณิชย์หลังหนึ่ง ย่านรามคำแหง จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 4 ชั้น โดยในที่เกิดเหตุพบกางเกง 1 ตัว กระดูก 3 ชิ้น ขนาดเส้นรอบวงเท่าปากกา 2 ชิ้น และกระดูกคล้ายข้อต่อ 1 ชิ้น

เบื้องต้น ยังไม่สรุปว่าเป็นโครงกระดูกของมนุษย์หรือไม่ เพราะยังไม่พบชิ้นส่วนอวัยวะสำคัญอื่นๆ จึงส่งชิ้นส่วนที่พบไปตรวจสอบที่กองพิสูจน์หลักฐานก่อน จะสอบขยายผลต่อไป

ล่าสุด (9 ต.ค.) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3 รายงานว่า นางสาวทองคำ ผู้รับเหมา ที่ทำหน้าที่ควบคุมงานการปรับพื้นที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ใกล้ซอยรามคำแหง 8 ที่เตรียมทำเป็นอาคารสำนักงานของบริษัทชื่อดัง เพื่อใช้สำหรับช่วงการก่อสร้างทางรถไฟสายสีส้ม เส้นรามคำแหง ที่มีการพบชิ้นส่วนกระดูก คล้ายของมนุษย์ ระบุว่า ได้รับการว่าจ้างให้เข้ามาปรับพื้นที่เตรียมทำสำนักงานที่อาคารดังกล่าว ได้เริ่มเข้ามาในอาคารในช่วงวันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมีกำหนดใจการปรับพื้นที่ เป็นเวลา 15 วัน

และหลานชายที่ทำหน้าที่ขุดดิน ซึ่งบริเวณดังกล่าวพบชิ้นส่วนกระดูกชิ้นแรกในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี ที่ความลึกประมาณ 80 เซนติเมตร มีพื้นปูนเทอยู่ด้านล่าง 3 ชั้น ซึ่งใต้ปูนชั้นล่างสุดเป็นจุดที่พบกระดูก ซึ่งขณะนั้นตนเองไม่เชื่อ ก่อนที่ในช่วงเย็นของวันพฤหัสบดี หลายชายจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง

โดยหลานชายเล่าว่า ขณะที่ผู้รับเหมาที่ควบคุมงานอีกรายหนึ่งยืนคุมอยู่บริเวณปากบ่อ ซึ่งในช่วงนั้นมีโทรศัพท์จากนายจ้างมา ตนเองจึงส่งโทรศัพท์ให้หลานชายที่อยู่ในบ่อขณะนั้น เห็นว่าบนหน้าจอโทรศัพท์เป็นรูปผู้หญิงผมยาว ผมหยักศก ใส่เสื้อสีแดง ซึ่งในความเป็นจริงหน้าจอโทรศัพท์แสดงเป็นสายโทรเข้าตามปกติ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ขุดเจอชิ้นส่วนกระดูก ด้วยความตกใจจึงรีบขุดและเททิ้งไป

ในวันต่อมาคือวันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม นางสาวทองคำ จึงได้ทำการจุดธูป เพื่อขอขมา และอธิษฐานว่าหากมีกระดูกมนุษย์อยู่จริงก็ขอให้ขุดเจอเพิ่มเติม ซึ่งภายหลังการจุดธูปก็เจอชิ้นส่วนกระดูกอีก 2 ชิ้น และพบอีกในวันเสาร์ รวมทั้งสิ้น 5 ชิ้น จึงแจ้งเข้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบในช่วงบ่ายวันเสาร์

ซึ่งนางสาวทองคำ ได้สอบถามคนที่อยู่รอบตึกทำให้ทราบว่าเคยมีผู้เช่าหลายราย เช่นผู้เช่าที่เคยทำเป็นร้านเช่าชุดวิวาห์ เคยเจอวิญญาณผู้หญิงเสื้อสีแดง ผมยาวเดินไปเดินมาในตัวอาคารในเวลากลางคืน รวมถึงคนที่พักอาศัยใกล้อาคารดังกล่าวก็พบเห็นในลักษณะคล้ายกัน แต่ไม่มีใครรู้ที่ไปที่มาของวิญญาณหญิงคนดังกล่าว ทำให้ผู้เช่าอาคารดังกล่าวมีการเปลี่ยนผู้เช่าอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากอยู่ไม่ได้ ทั้งจากที่กลัววิญญาณหญิงสาวชุดแดง หรือ ค้าขายได้ไม่ดีจนเป็นเหตุต้องปิดกิจการ ก่อนจะกลายมาเป็นอาคารร้าง และบริษัทจะเข้ามาเช่าดังกล่าว

อีกทั้งล่าสุดขณะที่กำลังขุดเพื่อเตรียมพื้นทีเพิ่มเติมรวมถึงการขุด เพื่อหาชิ้นกระดูกชิ้นแรกที่หลายชายพบในวันพฤหัสบดี ที่เททิ้งไปด้วยความตกใจ ก็พบเศษผ้าสีแดง อยู่ในจุดที่พบชิ้นส่วนกระดูก ทั้งยังมีเศษซากของเสื้อ อยู่ในจุดดังกล่าวด้วยเช่นกัน จึงยิ่งทำให้เชื่อว่ากระดูกที่พบเป็นชิ้นส่วนกระดูกของมนุษย์

รวมถึงยังได้ส่งรูปให้เพื่อนที่เคยร่วมพิธีล้างป่าช้าดู ก็ยืนยันตรงกันว่าเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ ประกอบกับข้อมูลเรื่องหญิงชุดแดง ที่หลายคนเคยเจอ ตรงกับที่หลานชายที่ไม่เคยรู้ข้อมูลและพบเห็นในวันแรกที่เข้าทำงาน โดยต่อจากนี้หากพบชิ้นส่วนกระดูกเพิ่มเติมก็จะประสานเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบอีกครั้งต่อไป

ทางด้าน ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ทนายที่ช่วยติดตามการหายตัวไปของนางนันทิยา หรือ ออย ภรรยานายซีม่อน ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพตำรวจอิสราเอลก่อนจะโบกปูน อำพรางคดี ระบุหลังทราบข่าวก็เกิดความสงสัยทันทีว่าโครงกระดูกที่พบอาจจะเป็นของนางนันทิยาหรือไม่

เพราะคำให้การของเบน ลูกชายซีม่อน เคยบอกว่า หลังจากที่กลับจากประเทศลาว ก็มาพักย่านรามคำแหง ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่ากระดูกที่พบนั้นอาจมีส่วนเชื่อมโยงกัน โดยทางญาติจะมีการประสานไปยังตำรวจช่วยตรวจสอบดีเอ็นเอ และเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของนางนันทิยา ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ

ซึ่งในวันนี้ทางครอบครัวก็จะเข้าเยี่ยมนายเบนลูกชายของนางนันทิยา ที่สถานพินิจ จ.นครปฐม อีกครั้ง เพื่อสอบถามรายละเอียดจุดที่พักที่แน่นอนว่าเป็นที่เดียวกับที่พบโครงกระดูกหรือไม่ ซึ่งนายเบนถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะสามารถคลี่คลายคดีนี้

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : morning-news.bectero.com

 

  

     

 

guest
ArjanPong
- Guest -

Post : 2017-10-08 14:19:11.0     Forum: ตำนานนักรบกรุงศรี  >  23.ให้มันตายไปข้าง

 *** ตำนานนักรบกรุงศรี..***

23.ให้มันตายไปข้าง!!
www.arjanpong.com
#ตำนาน #นักรบ #อยุธยา #พลังภูผา

"เอาไงล่ะทีนี้กู..?!!

ไอ้มาดพึมพัมกับตัวเองเบาๆ โดยที่สายตาของมัน ยังคงจดจ้องสู้อยู่กับดวงตาอสรพิษยักษ์คู่นั้นอย่างไม่กระพริบ!! เพราะจากประสบการณ์พรานป่า มันก็ถือว่าตนเองก็พอมีวิชาอยู่พอตัวเหมือนกัน ยิ่งกับเรื่องงูเงี้ยวเขี้ยวตะขอ เด็กบ้านป่าบ้านดงอย่างมัน จับมาเล่นอย่างสนุกสนานมานักต่อนักเเล้ว
เวลาที่มันต้องเข้ารกเข้าพงหรือเดินป่า มันจะไม่ลืมที่จะหาไม้เคาะพื้นเพื่อทำให้เกิดการสั่นสะเทือน เมื่องูรับรู้ถึงการสั่นสะเทือนก็จะเลื้อยหนีไปเองหรือปรากฏตัวให้มันเห็น ถ้าไม่มาจับงู ไอ้มาดก็เดินเลี่ยงทางนั้นไป

ปู่ย่าตายายมันสอนสั่งให้จำไว้เลยว่า การส่งเสียงดังไล่งูไม่มีผลอะไรเลย เพราะงูไม่มีหู มันจึงไม่ได้ยินเสียง!! การแสดงของแขกจามที่วัดสะเเกเมื่อเดือนยี่ปีกลาย ที่เป่าปี่เรียกงูให้ขึ้นมาจากตะกร้านั้น ความจริงแล้ว งูมันจ้องดูปี่ที่เคลื่อนไหวส่ายไปส่ายมาต่างหาก

ประสบการณ์สอนมันว่า สิ่งที่ควรทำเวลาเผชิญหน้ากับงู คือ "มีสติ" ยืนนิ่งๆ ไม่ต้องวิ่งหนี ยกเว้นงูกะปะและงูเขียวหางไหม้ เพราะงู 2 ชนิดนี้ ระหว่างตาและจมูกมีร่องจับความร้อน ดังนั้น เมื่อเจองูให้ยืนนิ่งๆเข้าไว้ งูจะไปเอง แต่ถ้างูไม่หลบ เราก็ต้องค่อยๆ ก้าวถอยออกมาให้พ้นระยะอันตรายซะ...

ในกรณีที่งูสู้คน!! ส่วนใหญ่มักจะเป็นการที่คนไปบุกรุกอาณาเขตของงูก่อน เช่น งูจงอางก็อาจจะพุ่งเข้ามาหาคนเพื่อเป็นการป้องกันตัวของงู ส่วนสิ่งของที่ว่ากันว่างูกลัวนั้น ไม่ว่าจะเป็นลูกมะนาว เสลดพังพอน ลิ้นมังกร ว่านพญานาคราช กำมะถันหรือปูนขาว มันลองมาหมดเเล้ว ใช้ไม่ได้ผลกับงูเลยสักตัวเดียว!!

ภาพที่ไอ้มาดเห็นอยู่ในขณะนี้ เป็นภาพของเจ้างูยักษ์"นังเเม่"ตัวใหญ่ ที่นอนกกไข่โดดไข่โทนอยู่ฟองเดียว มันกำลังขยับเขยื้อนคลายอ้อมกอดจากไข่อย่างช้าๆ จ้องมองมาด้วยสายตาที่ดุดัน พร้อมๆกับไอ้มาด ก็ค่อยๆเอื้อมมือมาจับดาบคู่ที่ขัดอยู่ไว้ที่ข้างหลังอย่างช้าๆ

ที่รู้ว่ามันเป็นตัวเมียก็เพราะว่า งูเเทบทุกชนิด หากเป็นตัวผู้มักมีโคนหางที่อวบอูม โดยสังเกตจากก้นหรือตูดของมัน ที่มีลักษณะคอดกิ่วแล้วกว้างออกที่โคนหาง อูมต่อเนื่องระยะหนึ่งแล้วจึงเรียวไปยังปลายหาง เมื่อกดใต้โคนหางที่อวบๆจะรู้สึกนิ่ม เนื่องจากภายในนั้นเป็นที่เก็บอวัยวะสืบพันธุ์ของงูตัวผู้ เมื่อยามไม่ใช้งาน
ส่วน"นังเเม่" เมื่อเลยตำแหน่งก้นงู หางก็เรียวลงไปยังปลายหางทันที ดังนั้นจึงเห็นคอดตรงก้นงูไม่ชัดเจน เมื่อกดใต้โคนหางที่ดูเรียบแบน หรืออาจเว้าเป็นร่องตื้นๆจะไม่นิ่ม แต่พึงระลึกเสมอว่า ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย ที่จะมานั่งบีบตูดงูเล่น!!

"ฟ่อออออออ!!..."

ไม่ทันกาลเสียเเล้ว นังงูยักษ์หวงไข่ ก็ชูคอขึ้นสูงประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวลำตัวของมัน พร้อมกับฉกลงตรงมาย้งเป้าหมายข้างหน้าอย่างรวดเร็ว!! ไอ้มาดระวังตัวอยู่ก่อนเเล้ว จึงพุ่งตัวกระโดดหลบออกไปทางด้านขวา!! ชนิดเส้นยาเเดงผ่าเเปด รอดพ้นจากคมเขี้ยวอันเเหลมคมของมันได้ไม่ถึง 2 ศอก!! เเล้วรีบวิ่งตีนเปล่าโกยอ้าวออกไปจากบริเวณนั้นอย่างไม่คิดชีวิต!! พร้อมดัวยนังเเม่งูหวงไข่ ก็เลื้อยคลานพุ่งตามหลังมาอย่างรวดเร็ว...

"งูห่าอะไรวะ?..ทิ้งไข่มาไล่กู?!!......."

ไอ้มาดวิ่งไปสบถไป เพราะโดยปกติเเล้ว งูที่กกไข่จะไม่ยอมทิ้งไข่ไปไหนอย่างเด็ดขาด ไอ้มาดวิ่งหนีจนสุดกำลังเเต่สายตาก็มองหาที่ๆปลอดภัยไปด้วย โชคช่วยเเล้วมั๊ยล่ะ!! พุ่มไม้ข้างหน้าริมสุดหน้าผาตรงนั้น คือป่ากระบองเพชร!!..

ไม่รอช้าเท้าไวเท่าความคิด มันได้ติดสินใจในเสี้ยววินาทีนั้นเเล้วล่ะว่า จะขอฝากชีวิตไว้กับป่ากระบองเพชรริมหน้าผานั่นไว้เป็นที่พึ่ง ทั้งๆที่ทั้งเนื้อทั้งตัวของมัน นอกจากดาบคู่ที่ขัดอยู่ข้างหลังเเล้ว ก็มีเพียงผ้าดิบเก่าๆ นุ่งโจง ถกเขมร ขมวดปมไว้ให้เเน่นเพียงเเค่นั้นเอง เสื้อก็ไม่มี รองเท้าก็ไม่ได้ใส่ จะเอาอะไรกับนักรบ"ไพร่"ท้ายกอง ที่จะเอาไปเทียบกับนายกอง นายหมู่ คงไม่ได้ ที่ใช้ผ้า"เยียรบับ"จากเปอร์เซีย มาทำกางเกง เสื้อแขนยาว ผ่าอก คอตั้ง ผมมหาดไทย พร้อมทั้งหมวกปีกกว้างทรงอ่อน กรองคอเครื่องประดับ รองเท้า เห็นเเค่เงาก็รู้เเล้วว่า วรรณะศักดินามันต่างกัน!!

ไอ้มาดวิ่งฝ่าเข้าไปในป่ากระบองเพชรด้วยตีนเปล่า!! จนกระทั่งไปสุดหยุดอยู่ที่ริมหน้าผา ก่อนที่จะหันหลังกลับมามองเจ้างูยักษ์ที่กำลังเลื้อยคลานตามมาอยู่ไม่ห่าง ไอ้มาดเเทบจะไม่เชื่อสายตาตนเองเลยว่า ในขณะนี้เจ้าอสูรร้าย มันได้ชูคอขึ้นสูงอีกครั้ง เเต่ว่าคราวนี้ คอที่มันชูสูงขึ้น กับสูงประมาณ 2 ใน 3 ของลำตัวของมันเลยทีเดียว เเสดงว่ามันไม่กลัวหนาม!!

"เห๊ยยยยยยยยยย......."

สำนึกสุดท้ายที่เจ้ามาดได้ตะโกนออกมา ก่อนที่ร่างของมันจะถอยจนร่วงหล่นลงมาจากหน้าผา พร้อมทั้งเจ้างูปีศาจ ก็เลื้อยลัดเลาะคลานตามลงมาอย่างอาฆาตเเค้น!!...

 

 

guest

Post : 2017-10-07 15:09:03.0     Forum: Live : ตามรอยข่าว  >  Live : "ใจจะขาด!!สุดช็อก นาทีสูญเสีย!!"

 

 

          

 


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ต.ค. ร.ต.ต.ประชิต สมาฤกษ์ รอง สว.สอบสวน สภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถยนต์กระบะชนประสานงากับรถยนต์เก๋ง มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนสายเสนา-ผักไห่ ก่อนถึงวัดโคกเสือ ต.บ้านแพน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยสมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา จุด อ.เสนา

 

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน วจ 3243 กรุงเทพมหานคร ตกลงไปข้างทาง สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ภายในรถ พบศพนายวีรภัทร สอนอาจ อายุ 44 ปี เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ สภาพศพคอและขาทั้ง 2 ข้างหัก ถูกพวงมาลัยและคอนโซลกดทับลำตัว เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างเพื่อนำร่างออกจากตัวรถ ใกล้กันพบรถยนต์กระบะ โตโยต้า ไทเกอร์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ปว 5786 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่กลางถนน สภาพด้านหน้าพังยับเยิน มีนายวันชัย สุขสวัสดิ์ อายุ 52 ปี เป็นคนขับ โดยมี ด.ญ.ภัทชา สุขสวัสดิ์ อายุ 14 ปี ด.ญ.น้ำหนึ่ง มีมอส อายุ 14 ปี อยู่ในรถด้วย ทั้ง 3 ราย ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือส่งรักษาที่โรงพยาบาลเสนา ขณะหญิงสาวสุดช็อกนาทีสูญเสีย ร่ำไห้ใจแทบขา

 

 

นายวันชัย สุขสวัสดิ์ อายุ 52 ปี คนขับรถยนต์กระบะ เล่าว่า ตนและลูกขับรถออกมาจากตลาดเสนาเพื่อกลับบ้านที่ อ.ผักไห่ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน จู่ๆรถยนต์เก๋งของนายวีรภัทร ได้ขับแซงรถจักรยานยนต์มาที่เลนของตน จึงทำให้รถของตนชนเข้าอย่างจังเสียงดังสนั่น จนกระทั่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าจะทำการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งให้นำศพผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์อย่างละเอียดอีกครั้ง...

 

 

guest

Post : 2017-10-06 15:04:01.0     Forum: Live : ตามรอยข่าว  >  Live : "เตียงหัก!! อยู่กันมา 30 ปี เวลาจะนอน เป็นบ้าอะไรนักหนา?!!"

         

 

        

 

    ภรรยาสุดทน ขู่จะหย่าสามี รับไม่ได้กับพฤติกรรมประหลาดตอนนอน ขอสิ้นสุดชีวิตคู่ 30 ปี ถ้าไม่คิดแก้ไข เผยที่ผ่านมามักถูกทำร้ายในยามค่ำคืน
 

              วันที่ 4 ตุลาคม 2560 เว็บไซต์มิเรอร์ รายงานว่า ชีวิตสมรสของคู่สามีภรรยาในไต้หวันคู่หนึ่งเกือบจะเดินมาถึงจุดจบ หลังผู้เป็นภรรยาสุดทนกับพฤติกรรมประหลาดของสามีในยามหลับ ซึ่งมักจะเหวี่ยงแขนขาไปมาจนบางครั้งก็พลาดมาทำร้ายเธอ จนสุดท้ายฝ่ายภรรยาตัดสินใจยื่นคำขาด จะขอหย่ากับเขาหากไม่ยอมไปรักษาให้รู้แล้วรู้รอ              รายงานเผยว่า นายอู่ วัย 60 ปี จะใช้ชีวิตคู่กับภรรยามานานกว่า 30 ปีแล้ว พวกเขามีชีวิตคู่ที่รักใคร่กันดีและไม่มีปัญหาอะไรต่อกัน เว้นเพียงเรื่องเดียวคือพฤติกรรมการนอนของเขา ที่มักจะชอบยกแขนขาเหวี่ยงไปมา นอนดิ้นหนัก แถมบางครั้งยังเผลอตะโกนออกมากลางดึกจนทำให้ภรรยาที่นอนอยู่ข้าง ๆ ขวัญผวา หลายครั้งที่เธอถูกทำร้ายจนร่างกายเขียวช้ำ โดยอาการดังกล่าวของนายอู่ดำเนินมานานต่อเนื่องหลายปีแล้ว จนในที่สุดภรรยาของเขาก็เดินมาถึงจุดที่ทนรับความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้อีกต่อไป

              เมื่อได้รับคำขาดจากภรรยา ในที่สุดนายอู่ก็ยอมเข้าไปตรวจอาการที่โรงพยาบาลกวงเถียน เจเนอรัล ซึ่งในตอนนั้นเองที่นายอู่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่า เขามีความผิดปกติของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงการนอนแบบ REM (REM Sleep Behavior Disorder) ทำให้เขามีพฤติกรรมนอนดิ้นและสะบัดแขนขาอย่างรุนแรง ราวกำลังสู้กับใครอยู่ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะในช่วงที่คนทั่วไปเข้าสู่ช่วงฝัน ร่างกายจะไม่สามารถขยับได้ แต่คนที่มีความผิดปกติเช่นนี้กลับยังสามารถขยับตัวได้ ทำให้ร่างกายเผลอขยับคล้ายกับในฝัน 

              นอกจากนี้กล้องวงจรปิดที่โรงพยาบาล ยังเผยให้เห็นภาพพฤติกรรมของนายอู่ขณะที่เขาหลับไปแล้วด้วย จะพบว่าเขายกแขนเหวี่ยงไปมา และยังตั้งการ์ดราวกับกำลังจะชกกับใคร ส่วนขาของเขาก็ยังขยับไปมาใต้ผ้าห่มด้วย
 

              อย่างไรก็ตามหลังจากที่นายอู่ยอมเข้ารับการรักษาร่วมกับการใช้ยา ในที่สุดอาการของเขาก็ดีขึ้น จนตอนนี้สามารถนอนร่วมเตียงกับภรรยาได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเผลอทำร้างร่างกายเธอแล้ว


ข้อมูลจาก ttv.com.tw

  

 

guest

Post : 2017-10-06 14:38:50.0     Forum: Live : ตามรอยข่าว  >  Live : ผวา!! ถ่ายรูปติดวิญญาณ บ้าน 100 ปี

   

 

          

 

  

Live : ***ตามรอยข่าว..***
"ผวา!! ถ่ายรูปติดวิญญาณ บ้าน 100 ปี!!.."
www.arjanpong.com
#ตามรอยข่าว #ถ่ายรูป #วิญาญาณ #พลังภูผา #อยุธยา


ช่างซ่อมบ้านถ่ายภาพ “บ้านหลุยส์” บ้านร้างเก่าแก่อายุ 100 ปี เกิดตะลึงจนขนลุก เมื่อเห็นมีเงาคล้ายคนยืนอยู่ริมหน้าต่าง เชื่อเป็นวิญญาณ ก่อนพาทีมงานจุดธูปขออนุญาตซ่อมบ้าน ด้านชาวเน็ตมีทั้งเชื่อและไม่เชื่อ

 

(2 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนชาวลำปางกำลังให้ความสนใจต่อภาพน่าชวนขนหัวลุกที่มีการแชร์และส่งต่อๆ กัน ถึงกรณีที่มีเฟซบุ๊กของชาวลำปางรายหนึ่ง ได้มีการโพสต์ภาพบ้านไม้สองชั้นซึ่งเป็นบ้านเก่าแก่ อายุกว่า 100 ปี มีชื่อว่า “บ้านหลุยส์” เป็นบ้านไม้เก่าแก่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2448 ที่อยู่ภายในพื้นที่บ้านพัก ออป.ลำปาง เขตชุมชนท่ามะโอ ต.เวียงเหนือ อ.เมือง เขตเทศบาลนครลำปาง

 

โดยเป็นบ้านร้างที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยมานานและชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา กระทั่งทางองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) เตรียมบูรณะให้บ้านหลุยส์มีสภาพที่แข็งแรงกว่านี้ เนื่องจากจะอนุรักษ์ไว้ เพราะมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามของบ้านเรือนเก่าที่เป็นเรือนปั้นหยายื่นมุขแปดเหลี่ยม ที่ทุกวันนี้แทบจะไม่มีให้เห็นใน จ.ลำปาง

 

ทางช่างที่จะทำการบูรณะคือ นายเสกสรร เมืองนาว อายุ 38 ปี เป็นช่างซ่อมแซมบ้านหลุยส์ ได้เข้ามาดูหน้างาน ซึ่งขณะนั้นไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น จากนั้นนายเสกสรรก็ได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพด้านหน้าของบ้านหลังดังกล่าวไว้ และเมื่อผ่านมา 2 วัน ได้เปิดดูภาพก็เห็นเงารางๆ อยู่ในภาพ

 

ช่างคนดังกล่าวจึงได้ซูมจอเข้าไปดูในภาพที่ถ่ายไว้ก็ต้องขนหัวลุก และตกตะลึงเมื่อเห็นภาพเงารางๆ ดังกล่าว คล้ายกับมีอะไรยืนอยู่บริเวณหน้าต่างด้านหน้า ลักษณะยืนมองลงมา โดยที่แขนวางพาดกับขอบหน้าต่าง ต่อมาในวันรุ่งขึ้น นายเสกสรรและเพื่อนคนงานที่เตรียมจะไปซ่อมแซมก็ได้นำธูปไปจุดที่บ้านหลังดังกล่าว เพื่อบอกกล่าวว่ามาดี จะมาซ่อมแซมให้

 

นายเสกสรร ยืนยันว่า ขณะที่เดินทางไปดูบ้านหลังดังกล่าวในช่วงก่อนค่ำ ไม่มีใครขึ้นไปด้านบน เพราะดูเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น แต่เมื่อถ่ายรูปออกมาก็มีติดเงาคล้ายกับสิ่งลี้ลับ จึงทำให้ช่างและคนงานหลายคนเกิดขนหัวลุกไปตามๆ กัน พร้อมกับส่งภาพไปให้คนลำปางหลายคนดู และพิจารณาว่าเงารางๆ ที่เห็นนั้นคือสิ่งใด ก่อนที่ชาวลำปางที่เห็นภาพได้ให้ความสนใจดูกันเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เงาดังกล่าวนั้นคือ “ผี” แน่นอน

 

ผู้สื่อข่าวลำปางได้เดินทางไปดูที่บ้านหลังดังกล่าว พบเป็นบ้านเลขที่ 97 ติดอยู่ที่เสาบ้านด้านล่าง โดยขณะนั้นไม่มีคนอยู่ ผู้สื่อข่าวจึงได้ถ่ายภาพในมุมเดียวกัน พบว่าภาพที่ออกมามีความคมชัด เนื่องจากใช้กล้องถ่ายในช่วงกลางวัน ส่วนบริเวณบันไดทางขึ้นนั้น มีการติดป้ายสีแดงไว้ว่า “บ้านหลุยส์” องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือตอนบน จะเริ่มดำเนินการซ่อมแซมบางส่วนที่ชำรุด ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2560

 

สำหรับการปรับปรุงบ้านหลุยส์ครั้งใหม่ กำลังอยู่ในขั้นตอนการของบประมาณและการพิจารณาของ อ.อ.ป.หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์และถูกส่งต่อออกไปเป็นจำนวนมาก ก็มีผู้สนใจเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย โดยบางคนบอกว่าเป็นเรื่องงมงาย และบอกว่าไม่เชื่อว่าจะเป็นผี แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะเชื่อว่าน่าจะเป็นผีที่ยืนดูลงมาจากข้างบนบ้านหลังดังกล่าว

 

สำหรับความคิดเห็นของผู้ที่เชื่อได้บอกว่า บริเวณดังกล่าวมีบ้านเรือนเก่าและร้างอยู่หลายหลัง โดยตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าลำปาง ก็อาจจะเป็นได้ที่จะมีผีหรือวิญญาณอยู่บริเวณนั้น เพราะบ้านเก่าร้างมานาน โดยที่บางคนก็ระบุว่า เคยพบเจอกับสิ่งเร้นลับเหล่านี้มาบ้างแตกต่างกันไป

 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านพัก อ.อ.ป.ลำปาง ที่อยู่ใกล้บ้านหลุยส์ เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำให้ทราบว่า บ้านหลังนี้มีความสวยงามจากบ้านเรือนเก่าในอดีตที่หลงเหลืออยู่ จึงมักมีคนมาถ่ายรูป ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีข่าวว่าจะมีใครเจออะไรแปลกๆ แบบนี้ กระทั่งมาพบรูปภาพดังกล่าว

 

ส่วนคนที่อยู่อาศัยในบ้านพักหลายคนก็เชื่อว่ามีสิ่งเร้นลับจริง บางคนก็ไม่เชื่อเพราะไม่เคยเห็น แต่บริเวณดังกล่าวที่บ้านหลุยส์ตั้งอยู่ ซึ่งอยู่ด้านหลังบ้านพัก อ.อ.ป.ลำปาง ทุกวันนี้ก็ตั้งอยู่ท่ามกลางความมืด ในช่วงกลางคืน ถึงแม้หลายคนไม่กลัว แต่หากไม่มีความจำเป็นใดก็จะไม่ผ่านเข้าไป

 

ส่วนบางคนที่บ้านพักอยู่ในสุด และต้องผ่านบ้านหลุยส์ก็บอกว่า ผ่านทุกวันทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืนก็ไม่เห็นจะเจออะไร แต่บางคนที่อยู่ใกล้ก็ให้ข้อมูลว่า เคยเจออยู่บ่อยครั้ง โดยเห็นไกลๆ แต่ก็กลายเป็นเรื่องที่ปกติไปแล้ว

 

หลังจากที่มีการนำภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไปก็มีชาวลำปางได้ให้ความสนใจเข้าไปที่บ้านหลังดังกล่าว เพื่อถ่ายรูปบ้านเรือนเก่าที่ยังคงสวยงาม แต่บางคนก็ได้ไปดูเพื่อตามรอย หรือพิสูจน์ตามภาพที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่มีใครขึ้นไปด้านบน เนื่องจากบันไดชำรุด และมีป้ายของ อ.อ.ป.ภาคเหนือติดไว้ เพื่อแจ้งการบูรณะซ่อมแซม...........

 

Workpoint TV
สนับสนุนเนื้อหา

guest
addmin
- Guest -

Post : 2017-10-04 14:03:57.0     Forum: Live : ตามรอยข่าว  >  ไทย-อเมริกา!! งานนี้ใครได้ใครเสีย!!

          

 

Live : ตามรอยข่าว/ไทย-อเมริกา!! งานนี้ ใครได้ใครเสีย!!...พลังภูผา 

www.arjanpong.com

พล.อ.ประยุทธ์และคณะเข้าพบและเจรจากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในเวลา 12.20 น. ของวันที่ 2 ต.ค. 2560 ตามเวลาท้องถิ่น (00.20 น. ตามเวลาประเทศไทย) 

จากนั้นในเวลา 12.40 น. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับนายกรัฐมนตรีได้หารือกันภายในห้องทำงานรูปไข่ โดยมีภริยาของทั้ง 2 ฝ่ายร่วมด้วย ใช้เวลาหารือประมาณ 30 นาที จากนั้นจึงเป็นการหารือเต็มคณะในแบบ Working Lunch หรือระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน.....

guest
addmin
- Guest -

Post : 2017-10-03 23:45:32.0     Forum: Live : ตามรอยข่าว  >  ไฟนรก!! รถเเก๊สคว่ำ เผาทั้งเป็น!!

    

เหตุการณ์แก๊สระเบิดที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พ.ศ. 2533 เป็นอุบัติเหตุแก๊สระเบิดที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ในคืนวันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2533 มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก นับเป็นข่าวอุบัติเหตุที่ครึกโครมที่สุดในสมัยนั้น

เหตุเกิดเวลาประมาณ 22.00 น. รถบรรทุกแก๊สที่ขับโดยนายสุทัน ฝักแคเล็ก พยายามขับลงทางด่วนเพชรบุรีตัดใหม่ด้วยความเร็วเพื่อให้พ้นไฟแดง แต่รถได้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ จากนั้นตัวรถได้ไถลไปกับพื้น ด้วยแรงเสียดสีกับพื้นถนน ทำให้ถังบรรจุแก๊สรูปแคปซูล 2 ถัง ถังละ 20,000 ลิตร หลุดออกจากตัวรถ และเกิดเป็นความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นการเพิ่มแรงอัดให้กับแก๊สที่บรรจุอยู่ภายในถังเหล็กไม่อาจทนแรงเสียดสีได้ปริแตก แก๊สที่บรรจุอยู่ภายในได้พวยพุ่งออกมาและเกิดเป็นประกายไฟและระเบิดเสียงดังหลายครั้ง ทำให้บริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่และละแวกใกล้เคียงกลายเป็นทะเลเพลิงในไม่กี่วินาที

ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วและครอกผู้คนที่ติดอยู่ในรถยนต์ซึ่งกำลังติดไฟแดงอยู่ ณ บริเวณนั้น หลายรายเสียชีวิตทันที บางรายก็เสียชีวิตในรถเนื่องจากสำลักควัน บางคนที่สามารถหนีออกมาได้ ก็อยู่ในสภาพที่บาดเจ็บสาหัส เนื้อตัวเป็นแผลพุผองจากเปลวไฟ ขณะเดียวกันถังแก๊สอีกถังที่ยังติดอยู่กับตัวรถไม่อาจทนทานความร้อนได้ ก็ระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง ตึกแถวสองฟากถนนเกิดไฟลุกท่วม และลามไปติดแผ่นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่เกิดเป็นลูกไฟสูงท่วมตึกสามชั้น หม้อแปลงไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ข้างถนนเกิดช็อตกระแสไฟถูกตัดขาด ทำให้เกิดไฟดับ และเกิดเป็นลูกไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสีแดงฉาน ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามบ้านเรือนบริเวณนั้นและละแวกใกล้เคียงรวมทั้งชุมนุมแออัดนับ 100 หลังคาเรือน ต่างพากันพยายามหลบหนีเอาชีวิตรอด

ไฟยังคงไหม้ต่อเนื่องนานนับชั่วโมงเจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ชีพ และตำรวจดับเพลิงพยายามฉีดน้ำสกัดกั้น แต่เป็นเรื่องยากที่จะทำได้ เพราะแก๊สได้ฟุ้งกระจายไปในอากาศ เพลิงมาสงบเอาในเวลา 22.00 น. ของคืนต่อมา

ศาลฎีกาบรรยายเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้ในคำพิพากษาว่า "...เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2533 เวลาประมาณ 22 นาฬิกา นายสุทัน ฝักแคเล็ก ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกก๊าซคันเกิดเหตุลงจากทางด่วนมาที่ถนนเพชรบุรีด้วยความเร็วเพื่อเร่งให้พ้นสัญญาไฟจราจรที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสัญญาไฟแดง นายสุทันเลี้ยวรถไปทางด้านขวามุ่งหน้าจะไปสี่แยกมักกะสัน แต่รถยนต์บรรทุกก๊าซคันเกิดเหตุพลิกตะแคงครูดไปกับพื้นถนนจนถึงหน้าอาคารหอพักริมถนนเพชรบุรี ถังบรรจุก๊าซสองถังหลุดออกจากตัวรถ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอล.พี.จี.) ที่บรรทุกมารั่วแผ่กระจายเป็นบริเวณกว้าง แล้วระเบิดเกิดเพลิงลุกไหม้ นายสุทันถึงแก่ความตายในรถ เพลิงลุกลามไหม้บ้านเรือนในชุมชนแออัดซึ่งอยู่ด้านซ้ายของถนนเพชรบุรีเสียหาย ไหม้ตึกแถวด้านซ้ายและขวาของถนนเพชรบุรีจำนวน 51 ห้อง รถยนต์และรถจักรยานยนต์ซึ่งจอดอยู่ในถนนเพชรบุรีตั้งแต่แยกทางด่วนถึงแยกถนนวิทยุเสียหายประมาณ 67 คัน และจากเพลิงไหม้ดังกล่าวเป็นเหตุให้มีบุคคลถึงแก่ความตายแปด 80 คน ได้รับอันตรายสาหัส 24 คน ได้รับอันตรายแก่กาย 12 คน ค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 214,926,282 บาท...

รถบรรทุกแก๊สคันนี้ ไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดไว้คือ ไม่มีข้อต่อระหว่างถังแก๊สกับตัวรถ ซึ่งข้อต่อดังกล่าวมีประโยชน์ในการยึดติดกับตัวรถ ไม่ให้เคลื่อนตัวหรือหล่นลงมาจนเกิดอันตราย นอกจากนี้ยังไม่มีสายรัดถังแก๊สเหมือนกับที่รถบรรทุกแก๊สทั่ว ๆ ไปใช้กัน เหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งนี้ ภายหลังได้ถูกหยิบยกมาเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง "คนเห็นผี" ของ ออกไซด์ แปง ในปี พ.ศ. 2545 ด้วย และเหตุการณ์นี้ได้หยิบนำมาเสนอในรายการข่าวดังข้ามเวลา ตอน ไฟนรก เพลิงชีวิต ทาง โมเดิร์นไนน์ทีวี.........

Credit : วิกิพีเดีย

 

guest
addmin
- Guest -
guest

Post : 2017-10-01 22:18:01.0     Forum: Live : ตามรอยข่าว  >  ถ้าคุณทำได้ คุณถูกหวยเเน่นอน!!

         

 

 

               

 

 

 

1. อย่าให้น้ำที่บ้านรั่ว

เงินทองโชคลาภจะหดหาย รั่วไหลไปกับสายน้ำ แถมยังเปลืองน้ำฟรีๆอีกตังหาก

2. อย่าวางของเกะกะขวางประตู

ถือเป็นการปิดกั้นทางเข้าออกของเงินโชคลาภ ทำแบบนี้เทพพระเจ้าหวยไม่ปลื้มนะคะ

3. ล้างจานให้เรียบร้อย อย่าปล่อยค้างคืน

ชำระล้างความสกปรกออกไปจากวันเก่า เพื่อรับวันใหม่ที่มีแต่โชคลาภและสิ่งดีๆ อย่างเช่นการถูกหวยไรอย่างงี้

4. อย่าใส่เสื้อผ้าขาดๆ

กางเกงยีนส์ขาดๆเซอร์ๆมันเท่!! แต่วันหวยออกงดไว้วันนึงนะคะ แต่งเนี๊ยบๆให้สมกับฐานะเศรษฐีรวยจากหวยหน่อยค่า

อย่าใส่เสื้อผ้าขาดๆ

 

5. อย่าให้ไฟทางเดินเสีย

อนาคตมืดมนตลอดทาง แสงสว่างแห่งโชคลาภจากหวยก็ไม่มีให้ส่องแสง อย่าให้สิ่งเหล่านี้มาขัดลาภได้นะ

6. อย่าซื้อหวยกับคนอารมณ์ไม่ดี

คนโมโหร้าย หงุดหงิดง่าย ขี้โวยวาย นำพามาแต่ลางร้ายกับความคิดลบๆ

อย่าซื้อหวยกับคนอารมณ์ไม่ดี

 

7. อย่าซื้อในบริเวณที่ก่อสร้าง

ทำเลไม่ดี ทำเลแย่ๆ มีแต่สิ่งวุ่นวายรอบตัว อับโชค เฉาดวง ไม่เหมาะแก่คนรวยๆจากหวยหรอกค่ะ

8. อย่าให้สลากยับยู่ยี่เด็ดขาด

อันนี้ไม่ได้เลยนะคะ สลากใบนี้กำลังจะกลายเป็นเงินล้าน อย่าปล่อยให้ยับไร้ค่าไร้ราคาเด็ดขาด แต่ไม่ต้องถึงขั้นเก็บใส่กรอบเลี่ยมทองหรอกนะ

guest

Post : 2017-10-01 15:50:56.0     Forum: ตำนานนักรบกรุงศรี  >  22.อาฆาตพยาบาท

 *** ตำนานนักรบกรุงศรี!!..***

22.อาฆาตพยาบาท!!...
www.arjanpong.com

สิ่งที่ชายหนุ่มทั้งคู่เห็นกับตาทั้ง 2 ข้าง หลังจากโผล่พรวดออกมาจากถ้ำพร้อมๆกัน!! มันเเทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่า หนองน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากปากถ้ำ จะมีสัตว์ดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ กำลังนอนเล่นล้อลมลูบไล้เเสงเเดดกันอย่างมีความสุข ไอ้ทุ้ยยกมือขยี้ตาซ้ำเเล้วซ้ำอีก ก่อนที่มันจะส่งสัญญาณให้เพื่อนนักรบเดนตาย ที่กำลังเดินออกจากถ้ำตามมา ให้หยุดอยู่กับที่เสียก่อน พร้อมกับมันทั้งสองคน ก็ค่อยๆก้มตัวลงต่ำ เเละคลานออกไปอย่างเงียบกริบช้าๆ....

"มึงว่าตากูฝาดไปหรือเปล่าวะ ไอ้มาด?!!.."

เสียงกระซิบเบาๆ เเบบหายใจไม่ทั่วท้องของไอ้ทุ้ย กับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าอยู่ในขณะนี้ งูยักษ์ตัวใหญ่ขนาดต้นตะเคียน 10 คนโอบ มีลำตัวยาวไม่ต่ำกว่า 100 วา นอนสงบนิ่งอยู่ริมบึง อีกทั้งยังมีจระเข้ยักษ์ตัวใหญ่กว่าควาย 8 ตัว เเละที่ห่างออกไปอยู่ไกลลิบๆ ก็ยังมีเต่านาตัวเบ้อเริ่ม คะเนว่าตัวใหญ่กว่าลานนวดข้าวของบ้านมันเสียอีก จึงไม่เเปลกใจเลยว่า ไอ้ทุ้ย!!ซึ่งในขณะนี้ มันก็ได้คลานไปเเล้วก็ยังคงอ้าปากตาค้างไปด้วย!!

"ทุ้ย!! เอ็งพาพวกเราลัดเลาะเนินปากถ้ำไปทางซ้ายเงียบๆนะ..."
"เเล้วมึงล่ะ?!!.."
"ข้าจะล่อเจ้าถิ่นพวกนี้ไปทางขวา..."
"มึงบ้าไปเเล้วไอ้มาด!!..."

เจ้ามาดไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดใดๆอีกต่อไป มันค่อยๆขัดดาบคู่สะพายหลัง เเลัวก็เเยกตัวปีนป่ายข้ามโขดหินที่อยู่ตรงหน้าถ้ำ ออกไปทางขวาทันที!! มิทันที่ไอ้ทุ้ยมันจะได้ห้ามปราม เพราะนั่นเท่ากับว่าไอ้มาด มันกำลังรนหาที่ตายดีๆนี่เอง!!

เจ้ามาดมันค่อยๆปีนป่ายออกไปอย่างระมัดระวัง เพื่อที่จะไปยังพื้นดินที่เป็นป่าทึบที่อยู่ข้างๆออกไปอีกไม่ไกลให้ได้ เพราะถ้าหากว่าขืนตกลงไปในน้ำ มีหวังเสร็จไอ้เข้ที่ตัวใหญ่ยังกะควายทั้งฝูงเป็นเเน่!! เจ้ามาดพยายดึงตัวเองขึ้นมาจนสุดวงเเขน เพื่อที่จะให้ข้ามพ้นเเง่งหินใหญ่ที่ขวางอยู่ข้างหน้า ก่อนที่จะโรยตัวเองด้วยเถาวัลย์ ลงมาจากเนินถ้ำได้สำเร็จ!!

"ฟ่อออออออ!!.."

นั่นไง!! เจ้ามาดคาดไว้ไม่มีผิด เจ้าอสรพิษร้ายตัวยาว 100 วา บัดนี้..มันได้ชูคอขึ้นสูงไปในอากาศ ดวงตาสีเขียวมรกตของเจ้าอสรพิษคู่นั้น ได้จ้องมองมายังสิ่งที่มีชีวิตตัวเล็กๆตัวหนึ่ง ที่มันก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกัน บัดนี้เจ้าสิ่งนั้น มันกำลังวิ่งหนีเข้าไปในป่าด้วยความรวดเร็ว มันจ้องมองพร้อมทั้งทำเสียงขู่ ฟ่ออออ!!ๆๆ อยู่ตลาดเวลา เเล้วเจ้างูยักษ์ตัวนี้ ก็ค่อยๆเลื้อยลงน้ำอย่างช้าๆ มุ่งมายังเจ้ามาดทันที

"ตูมมมม!!.."

นั่นปะไร!!..ผิดเสียทีไหน!! ไอ้เข้ตัวใหญ่ขนาดควายทั้งฝูง ก็ได้กระโจนลงน้ำมา พร้อมทั้งเต่านาตัวเบ้อเริ่ม ก็เริ่มหันหัวเเล้วค่อยๆคลานลงน้ำ มุ่งหน้ามาทางเจ้ามาดเหมือนกัน สิ่งที่เจ้ามาดคิดไว้ไม่มีผิดเลย สัตว์ยักษ์พิศดารทั้ง 3 ตัวนั้น ยังไงเสียมันก็ต้องตามเขามาเเน่ๆ

เจ้ามาดตัดสินใจวิ่งฝ่าเข้าไปยังป่าทึบข้างหน้า โดยที่มันเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันเลยว่า ที่ๆมันกำลังวิ่งเข้าไปนั้นมันคือทิศอะไร?!! เพียงเเต่รอบๆตัวของมันในขณะนี้ สิ่งที่มันไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต จะมีอยู่จริงบนโลกใบนี้
เเหละที่มันกำลังเห็นอยู่ในขณะนี้ ต้นไม้เเต่ละต้น ทำไมมันถึงได้ใหญ่โตมโหฬารได้ถึงขนาดนี้หนอ!!

ต้นตาดที่สูงเสียดฟ้า ที่มีลูกตาดที่เห็นเป็นทะลายใหญ่สีดำบนยอดต้นนั้น เนื้อในมีลักษณะคล้ายลูกชิด สามารถนำไปต้มกินได้ แต่ไม่เป็นที่นิยมกันเนื่องจากมีเนื้อค่อนข้างน้อยนั่นเอง เเต่ถ้าเป็นลูกตาดที่นี้ เเค่เพียงลูกเดียว เจ้ามาดก็คิดเอาว่า ถ้านำมาต้ม ก็คงจะกินอิ่มกันไปทั้งหมู่บ้านเลยทีเดียว!!

เจ้ามาดวิ่งไปกระโดดไป เพราะว่าตามพื้นดินเเละก็ซอกโขดหินต่างๆ เกลื่อนกลาดเต็มไปด้วย"กิ้งกือ"ประหลาดตัวสีชมพู มีปุ่มหนามคล้ายมังกร ตัวยาวสักขนาด 2 ศอก คลานต้วมเตี้ยมๆตามพื้นเต็มไปหมด

หลุดจากดงตาดออกมาได้ ก็เป็นดงของต้นกระพง ยมหิน ยมป่า ต้นไทร ซึ่งเเต่ละต้นก็ล้วนเเล้วเเต่มหึมาใหญ่โตมโหฬารเกือบจะเเทบทั้งสิ้น และที่ตรงโขดหินข้างหน้ามัน มีต้น"ปอหูช้าง"ที่ขึ้นอยู่บนก้อนหิน ไม่ยอมงอกบนดิน ตั้งลำต้นสูงเสียดขึ้นไป ใบใหญ่ยาวเกือบเท่ากับลำเรือ เจ้าปอหูช้างนี้เเหละ ที่มันถากเอาเปลือกมาใส่หม้อต้ม ผสมกับ ฝาง ชะเอม ให้"อีโพ"เมียรัก ได้กินต่างน้ำ เมื่อคราวที่นังหนูมันเกิดมาใหม่ ยาต้มหม้อนี้มีไว้เพื่อให้เมียรักได้อยู่ไฟ ขับเลือดขับลม ต้มกินก่อนกินข้าวเช้า-เย็น เห็นผลดีนักเเล!!

ภาพเเห่งความอบอุ่นที่อยู่กันพร้อมหน้า พ่อ เเม่ ลูก ในขณะนั้น ณ.บัดนี้..ไม่รู้ว่าอีกนานสักเท่าไรหนอ? ภาพเหล่านั้นมันถึงจะย้อนรอยถอยหลังกลับมาหาอีก....

"ฟ่ออออออออ!!.."

เจ้ามาดหยุดกึกลงในทันที หลังจากวิ่งผ่านพ้นต้นปอหูช้าง ที่งอกอยู่บนก้อนหินกัอนนั้นมาได้ สายตาที่มันเห็นอยู่ตรงหน้าไม่เกิน 10 วา อยู่ในขณะนี้ มันก็คือพญามัจจุราช ที่กำลังจะฉกลงมายังเหยื่อที่อยู่ตรงหน้าภายในเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะทำได้เเค่เพียงเสียงอุทานที่ผ่านลำคอเบาๆอย่างยากลำบาก

"เฮ้ยยยย!!..ยังมีอีกตัวเหรอวะเนี่ย?!!..."

 

 

 

                       

 

 

guest

Post : 2017-09-29 14:22:42.0     Forum: Live : ตามรอยข่าว  >  Live : ต่อหน้าต่อตา!! ผอ.เจ้าเจ้า เรียกเเป๊ะเจี๊ยะ!!

 

 

           

 


"ผู้รับเหมาสุดทน! แจ้งตำรวจซ้อนแผนจับ ผอ.กองช่าง เรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ ค่าเซ็นรับงาน!!..ด้านเจ้าตัวปฏิเสธอ้างค่าตอบแทนที่ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเรื่องการทำงานล่าช้า!!...."

 

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 28 กย. พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมชุดสืบสวนร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามทุจริต ( ปปท) เขต 1 ทำการจับกุมตัวนายเอกรินทร์ อายุ 44 ปี ผอ.กองช่างใน อ.เสนา พร้อมของกลางเป็นธนบัตรใบละ 1,000 บาท จำนวน 20 ใบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำการถ่ายเอกสารเอาไว้แล้ว นำตัวไปทำการสอบสวนที่ ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา

 

ตำรวจเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ได้รับร้องทุกข์จากนายเฉลียว อายุ 60 ปี ผู้รับเหมาก่อสร้าง ว่า ได้รับเหมาก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ให้กับทางเทศบาลตำบลเจ้าเจ็ดแล้วมีการนัดตรวจรับงานกันหลายครั้ง ปรากฏว่าถูกนายเอกนรินทร์ ผู้อำนวยการกองช่าง และเป็นนายช่างควบคุมงาน เรียกรับเงินมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งก่อนที่จะเข้าจับกุมซึ่งเป็นวันที่นายเฉลียว จะต้องไปรับเช็คค่ารับเหมาก่อสร้างอีกจำนวนหนึ่ง และนายเอกนรินทร์ ได้เรียกเงินอีก 5 หมื่นบาท โดยนายเฉลียวได้จ่ายไปก่อนหน้าแล้ว 3 หมื่นบาทมีการถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้ จากนั้นวางแผนจ่ายเงินที่เหลืออีก 2 หมื่นให้กับนายนรินทร์ ที่บริเวณแยกสำนักงานประปาส่วนภูมิภาค อ.เสนา โดยนายเฉลียว และเจ้าหน้าที่ได้ถ่ายเอกสารธนบัตรและลงประจำวันที่ สภ.เสนา จากนั้นเมื่อนำเงินมอบให้แล้ว เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมดังกล่าวนายเอกนรินทร์

 

หลังจากถูกจับกุมไม่ยอมพูดอะไร บอกแต่เพียงว่าเงินที่นายเฉลียวขอความช่วยเหลือ เนื่องจากตนได้ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือในเรื่องการทำงานล่าช้า โดยขอปฏิเสธ ซึ่งจะขอประกันตัวหลังจากพนักงานสอบสวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นมีหลักฐานชัดเจน ซึ่งจะได้ส่งดำเนินคดีข้อหาเป็นเจ้าพนักงานประพฤติมิชอบ และเรียกรับสินบน.....

Credit : สำนักข่าวไทย

 

               

 

                            

 

                               

guest
addmin
- Guest -

Post : 2017-09-28 15:22:11.0     Forum: Live : ตามรอยข่าว  >  ลุยจับบ่อน ไฮโลว์ กลางกรุงเเก้!!

Live : ควันหลง"ลุยจับบ่อนไฮโล-เสือมังกร!! 
ชาวบ้านรำคาญร้องจังหวัด
ส่งทีมปิดล้อมบุกรวบ 39 เซียนพนัน!!.."
www.arjanpong.com
#บ่อนไฮโล #ธนู #อุทัย #อยุธยา
Credit : ข่าวสด

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ว่าที่ร.ต.อภินันท์ เผือกผ่อง ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายศิริชัย อัมพวา นายอำเภออุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.วิทยา บวรศิขริน รอง ผกก.ป.สภ.อุทัย พ.ต.ท.ธานินทร์ ผิวละเอียด รอง ผกก.สส.สภ.อุทัย ร่วมกันนำกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง บุกเข้าตรวจค้นห้องเช่า เลขที่ A31 หมู่ 1 ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา หลังได้รับการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดว่ามีการลักลอบเปิดเป็นบ่อนการพนัน

จากการเข้าตรวจค้นพบกลุ่มนักพนันชาย-หญิงจำนวนมาก กำลังเล่นการพนันไฮโล และเสือมังกร จึงเข้าจับกุมไว้ได้ทั้งหมดแยกเป็นเล่นไฮโล 14 คน เล่นเสือมังกร 25 คน รวมทั้งหมด 39 คนพร้อมของกลางอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นการพนัน ชิพแลกเงิน และเงินสด 131,220 บาท โดยมีนายเกียรติศักดิ์ เลิศธำรงธรรม 31 ปีรับเป็นผู้ดูแล เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.อุทัย สอบสวนแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

ว่าที่ร.ต.อภินันท์ เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้มีการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้สั่งการให้ทำการตรวจสอบและจับกุม ซึ่งได้มีการสืบสวนจนทราบว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันจริง ในลักษณะจะโยกย้ายเช่าอาคารที่ลับตาคนสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เมื่อทราบแหล่งที่แน่นชัดจึงวางแผนร่วมกันปฎิบัติการของ 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร เข้าทำการจับกุมทันที หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิดกฎหมายในรูปแบบต่างๆสามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่ได้

............................

*** สนับสนุนโดย ***
"พลังภูผา ยาเเก้ปวดเมื่อย"
ยาแผนโบราณ สามัญประจำบ้าน 
เลขทะเบียนยา : G 391/52

สรรพคุณ : เเก้กษัยเส้น ท้องผูก เถาดาน กรดไหลย้อน
ราคา : 250 บาท/กระปุก(ลูกกลอน 120 เม็ด)

โทร : 089 8129392

Line : 089 8129392

 

       

guest

Post : 2017-09-27 14:44:50.0     Forum: ตำนานนักรบกรุงศรี  >  21.ดงอาถรรพ์

 21.ดงอาถรรพ์!!..

www.arjanpong.com

นักรบที่เเหกค่ายร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน จากวัดพิชัยเกือบ 30 คน โดยการนำของ"พระเชียงเงิน"ที่ผู้เฒ่าผมขาวเเห่ง บ้านพรหมณี ไม่สามารถทัดทานเจตนาอันเเน่วเเน่ของเหล่านักรบเดนตายเเห่งกรุงศรี เอาไว้ได้!! ที่จะต้องทำเวลาให้ทันทัพของพระยาตาก ที่นัดหมายกันล่วงหน้าเอาไว้เเล้วว่า จะไปหยุดยั้งรั้งรอกันอยู่ที่"ดงศรีมหาโพธิ์"

ผู้เฒ่าผมขาว จึงบอกหนทางลัดที่จะไปยังดงศรีมหาโพธิ์เเก่ ไอ้กรด กับ นังเดือนได้รู้ โดยมี พระเชียงเงิน นั่งฟังอยู่บนหลังม้าอย่างมิสู้สนใจเท่าใดนัก!!

"กูเตือนพวกมึงเเล้วนะ!!.."
"ขอบใจ..ท่านผู้เฒ่า พวกข้าจะระมัดระวังตัวให้มากที่สุด!!.."

กล่าวจบ "พระเชียงเงิน" ก็โน้มศรีษะลง เพื่อเป็นการขอบคุณผู้เฒ่าผมขาวด้วยความจริงใจ ก่อนที่จะกระตุกบังเหียนม้าเเล้วก็กระทีบโกลนเบาๆ มุ่งหน้าไปตามทางที่ผู้เฒ่าบอกทันที

หนทางที่เหล่านักรบเดนตายเเห่งกรุงศรี ที่กำลังมุ่งหน้าเดินทางขึ้นไปอยู่ในขณะนี้นััน ไม่เคยมีใครที่จะกล้ากล้ำกรายเข้ามาก่อน มันเป็นเทือกเขาที่สูงชันเเละสลับซับซ้อนจนสุดลูกหูลูกตา ผู้เฒ่าผมขาวเเนะให้เดินตามลำธารใหญ่ย้อนขึ้นไป จนกว่าจะพบหนองน้ำขนาดใหญ่ เเล้วจึงมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ จนกว่าจะพ้น ดงพญาไฟ ก็จะถึง ดงศรีมหาโพธิ์!!..

สองข้างทางที่ทั้งหมดกำลังลัดเลาะ เดินขึ้นไปอยู่ในขณะนี้นั้น มันไม่ใช่ทางเดิน เพราะไม่เคยมีชาวบ้านหรือพรานป่ากล้าขึ้นมากันเลย เนื่องจากคำบอกเล่าจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งเเต่ปู่ย่าตาทวด ที่สั่งนักสั่งหนาว่าอย่าเข้าไป!! ถือว่าเป็นประกาศิตจากบรรพชนคนเเถบนี้ ว่าอย่าถือดี อวดกล้าท้าลอง!!..

นอกจากเสียงหายใจกับเสียงของฝีเท้าม้าที่กำลังย่างเหยาะ เลาะซอกหิน ปีนป่ายอย่างช้าๆ ย้อนขึ้นไปตามลำธารขนาดใหญ่ ที่ไหลเอื่อยเรื่อยระรินมาจากข้างบน ทุกคนเงียบเหมือนดั่งกับนัดกันไว้ เพราะสิ่งที่ผู้เฒ่าผมขาวกล่าวเตือนเอาไว้นั้น ทุกคนต่างก็พากันได้ยินหมด!!

สิ่งที่ไม่เคยพบไม่เคยเห็น ล้วนเเล้วต่างก็มาเจอกันที่นี่เเหละ!! ต้นกระบากใหญ่ขนาด 10 คนโอบยังไม่รอบ เบียดเเสงเเย่งตะวันกับ ต้นตะเคียนทอง ที่มีลำหักลำโค่นสูงใหญ่ไม่เเพ้กัน ยางยูง สยาขาว เเพรวพราวไปด้วยตะไคร่น้ำสีเขียวสด เลี้ยวลดพันรอบดั่งพรมพระอินทร์ หลุมพอ เงาะป่า ทุ้งฟ้า กระท้อน และทองบึ้ง ดาษดื่นเต็มไปทั้ง 2 ข้างทาง....

"บอกกับทุกคนว่าห้ามเด็ด ห้ามกินอย่างเด็ดขาด!! จนกว่าจะถึงจุดหมายที่จะพัก!!.."

พระเชียงเงิน ออกคำสั่งเสียงเข้ม ผ่านเจ้ากรด นักรบนิรนามเเห่งท้องทุ่งหันตรา เพื่อบอกไปยังเหล่าสหายเดนตาย ทีกำลังระเเวดระวังภัย กับสภาพป่าที่ตั้งเเต่เกิดมา ยังไม่เคยเห็นกันอย่างนี้มาก่อน!!

"พ่อ!! ถ้ำ!!...."

เสียงนังเดือน ลูกกำพร้าหัวเเก้วหัวเเหวนของ พระเชียงเงิน เอ่ยขึ้นเบาๆกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า ถ้ำมืดที่ทะลุเทือกเขาเข้าไป ที่ตั้งทมึนขวางทางอยู่นั้น โดยมีสายธารน้ำไหลที่ไหลเอื่อยๆออกมาจากในถ้ำอันมืดมิด ที่ไม่สามารถจะล่วงรู้หรือเดาได้เลยว่า จะมีอะไรดักรออยู่ข้างใน!! คุณพระ ได้ยกมือส่งสัญญาณให้ทั้งหมดหยุดยั้งรอไว้ก่อน....

"ไอ้ทุ้ย!! มึงกับไอ้มาด จุดไต้นำทางเข้าไป!!..."
"ครับนาย!!.."

สิ้นคำ ไอ้ทุ้ยก็ปลดถุงไถ้ใส่ของ ที่ทำจากผ้าเก่าๆสำหรับสะพายไหล่ออกมา ก่อนที่มันจะหยิบเอา"ไต้"กับ "ตะบันไฟเขาควาย" พร้อม "ลูกตะบัน" ออกมาจากถุงไถ้อย่างรวดเร็ว เเล้วก็หยิบเอา"ขุยต้นเต่ารั้ง" ที่มีไว้สำหรับเป็นเชื้อเพลิง ใส่ตรงส่วนปลายสุดของลูกตะบันที่เจาะเป็นแอ่งไว้ เเล้วมันก็ใช้มือตบลูกตะบันแรงๆเข้าไปในกระบอก ทำให้อากาศภายในถูกอัดแน่น ไปรวมตัวกันในปลายกระบอกแคบๆ ทำให้เกิดความร้อนอย่างสูงขึ้นในทันที แล้วรีบขักออก จนเกิดไฟที่ปลายลูกตะบัน ก่อนที่มันจะเอามาจุดกับไต้ ที่ชะโลมห่อหุ้มไว้ด้วย"น้ำมันยางกราด"ที่เหนียวเหนอะเกราะกรังอยู่ตลอดเวลา จนจุดติดไฟส่องสว่างได้อย่างชำนิชำนาญ

"ตามกูมา ไอ้มาด!!..."

กล่าวจบ ไอ้ทุ้ย มันก็ดีดตัวเองพร้อมกับไต้นำทาง เดินเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว โดยมีเจ้ามาด นักสู้จากคลองข้าวเม่า ถือดาบคู่กระชับมั่น เดินตามติดอยู่ข้างหลังระวังไม่ห่าง พร้อมทั้งเหล่านักรบเดนตายทั้งหมด ต่างก็เดินตามเเสงไต้ของไอ้ทุ้ย อย่างระมัดระวัง ด้วยหัวใจที่เต้นระทึกปานจะเเตกเเหลกสลาย!! สายน้ำที่เห็นว่าไหลเอื่อยๆจากข้างนอก มันต่างจากภายในถ้ำอย่างสิ้นเชิง นอกจากจะไหลเชี่ยวกรากอย่างรุนเเรงเเละเสียงดังเเล้ว สายน้ำมันช่างเย็นจิ๊ดดด จับขั้วหัวใจเสียเหลือเกิน ทั้งหมดพากันเดินลุยย้อนสายน้ำเข้าไปตามเเสงไต้นำทางอย่างไม่ห่าง

"เพี้ยะ!!!!.."

เสียงคุณพระตบไปที่เเผงคอม้าอย่างเเรง!! เมื่อเจ้าม้าเเสนรู้ทำอิดๆเอื้อนๆ เหมือนกับว่าจะไม่ยอมเดินต่อซะงั้น!! ได้ผล..คราวนี้มันจึงค่อยๆย่องลงน้ำระดับเอวอันเย็นเชียบ ด้วยท่าทีหวาดๆกลัวๆ เดินตามลุยน้ำเข้าไปอย่างทุลักทุเล

จากเเสงใต้ส่องสว่างนำทาง ทำให้เห็นภาพของเกร็ดหินสะท้อนเเสงที่อยู่ตามผนังของถ้ำ ทอเเสงส่องสะกาวเเวววาวระยิบระยับงามตายิ่งนัก พร้อมกับมีลมโชยมาอ่อนๆ จึงทำให้มีอากาศหายใจได้อย่างไม่อุดอู้ ถ้าไม่ติดว่ามืดเเละน้ำไม่เย็นเจี๊ยบบบบ ก็คงจะดีไม่ใช่น้อย

"ข้าว่า ทางออกคงอยู่ไม่ไกลจากนี่?!!.."
"มึงเคยมาเหรอ???..."

เอาอีกเเล้วววว..คำพูดขวานผ่าซากเเถมไม่เข้าหูคนของไอ้ทุ้ย มันเริ่มทำงานของมันอีกเเล้ว ไอ้มาดอุตสาห์กระซิบถามเบาๆเเบบว่าชวนคุย พอมาเจอคำตอบอย่างงี้ เเทบอยากจะกระโดดถีบทั้งคนทั้งไต้ ให้ลอยละลิ่วปลิวละล่องไปกับสายน้ำเสียเหลือเกิน!!.....

"เห็นเเสงสว่างอยู่ข้างหน้าเเล้วครับนาย!!.."

ไอ้ทุ้ยรีบรายงานด้วยเสียงอันดังให้คุณพระได้รับรู้ ในขณะที่มันยังหันหลังอยู่ ก่อนที่มันจะค่อยๆเดินเเหวกสายน้ำต่อไปด้วยอาการลิงโลดพร้อมกับเจ้ามาด ซึ่งก็เดินตามหลังมาติดๆ เเสงที่อยู่ข้างหน้ามันคือเเสงสว่างจากภายนอก ที่มองเห็นท้องฟ้าสีครามอยู่ลิบๆได้อย่างชัดเจน ทั้งคู่ที่เดินอยู่ข้างหน้า ต่างก็หมายตาเอาไว้เเล้วว่า ถ้าหลุดออกไปจากถ้ำนี้เมื่อไร จะหาที่เหมาะๆพักเเรมค้างคืนกันตรงที่ปากถ้ำนั่นเลยทีเดียว..

ไอ้ทุ้ยรีบสะบัดไต้ดับไฟทันที เพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องไปใช้มันอีกต่อไปเเล้ว ส่วนเจ้ามาดก็เดินตีคู่เเซงขึ้นมา โดยทิ้งห่างเพื่อนร่วมตายที่ตามมาข้างหลังอยู่หลายสิบวา จนกระทั่งสหายทั้ง 2 ได้พาตัวเองออกมาพ้นถ้ำเป็นคนเเรก

เเต่เเล้ว!! สายตาของหนุ่มใหญ่ทั้งคู่ ต่างพากันตกตะลึงอ้าปากค้างอยู่ตรงปากถ้ำนั่นเอง ภาพที่อยู่ข้างหน้าของคนทั้ง 2 ในขณะนี้ ถึงกับทำให้ผงะถอยหลังอย่างตกใจสุดขีด!!

"เฮ้ยยยยย!! นี่มันตัวอะไรวะเนี่ยยยย?!!!...."

guest

Post : 2017-09-27 14:35:17.0     Forum: ตำนานนักรบกรุงศรี  >  20.หุบผาพญาไฟ

 20.หุบผาพญาไฟ!!..
www.arjanpong.com


"เราผ่าน บ้านนา มาไกลหรือยังวะ?!!.."
เสียงของพระเชียงเงินเอ่ยขึ้น ในขณะที่นั่งอยู่บนหลังม้าสีน้ำตาลตัวเขื่อง กับ"ไอ้กรด" หนุ่มนักรบนิรนามจากคลองหันตรา ที่สาวเท้ายาวๆกึ่งเดินกึ่งวิ่งอยู่กับพื้นข้างล่างทางด้านซ้าย ส่วนทางด้านขวา ก็เป็น"นังเดือน" เเก้วตาดวงใจของคุณพระ ที่ก้าวเดินอยู่ไม่ห่างจากม้าสีน้ำตาลตัวเขื่องเท่าใดนัก


"ไม่ถึงชั่วยามดีหรอกขอรับคุณพระ..."


หนุ่มนักรบนิรนามจากคลองหันตรา กรุงเก่า พูดพรางก็พร้อมกับเร่งฝีเท้าให้ทันกับม้าของพระเชียงเงิน ที่ในขณะนี้ นักรบที่เเหกค่ายเดนตายมาด้วยกันจากวัดพิชัย ร่วม 30 คน ต่างก็รีบเดินไปยังจุดหมายปลายทางข้างหน้าให้เร็วที่สุด เพราะคาดคะเนไม่ได้เลยว่า กองทัพเเห่งกรุงอังวะร่วม 2,000 คน ของ "มองย่า" ผู้บัญชาการกองทะลวงฟัน มือขวาของ "เนมโยสีหปะเต๊ะ" เเม่ทัพใหญ่เเห่งค่ายโพธ์สามต้น จะติดตามไล่ล่ากระชั้นชิดมาทางเส้นทางนี้หรือเปล่า?!!...


ตั้งเเต่ย่ำรุ่งมาเเล้ว ทัพของพระเชียงเงิน ก็มิได้มีการหยุดพักเลยเเม่เเต่น้อย เพราะต่างก็พากันรู้ดีว่า หากเถลไถลออกนอกเส้นทางเมื่อไร ทัพของพระยาตากที่นำกำลังไปทางนาเริง เมืองนครนายก จะไปถึงด่านกบเเจะ เเล้วข้ามลำน้ำเมืองปราจีนฟากตะวันออก ก่อนที่จะไปดงศรีมหาโพธิ จะรอท่าคอยทางนี้เนิ่นนานไปเสียเปล่าๆ


ส่วนเส้นทางสายนี้ มักจะไม่มีใครได้ใช้สำหรับการเดินทางกันสักเท่าไร เพราะตลอด 2 ข้างทางจะเป็นป่าดงดิบ นอกจากนายพรานหรือพวกหาของป่าเท่านั้น ที่จะนานๆถึงจะโผล่มาใช้เส้นทางนี้กันสักที ส่วนใหญ่ก็จะไปใช้เส้นทางบ้านหนองชะอม เเล้วก็หักขวาเข้าปราจีนได้เลย โดยไม่ต้องมาผ่านทางดงละคร ฝ่าเข้าเขาชะโงก ดงพญาไฟ ที่เห็นเป็นกำเเพงธรรมชาติสูงเสียดฟ้า เด่นตระหง่านขวางหน้าพวกเขาอยู่ในขณะนี้....


"ข้างหน้ายังมีบ้านคนอยู่บ้างหรือเปล่าวะ?!!..."
"มีขอรับ เป็นหมู่บ้านสุดท้าย.."
"ชื่ออะไร?..."
"พรหมณี ขอรับ...."
"เองเคยมาที่นี่บ่อย?.."
"ไม่เคยขอรับ เพียงเเต่ว่าพ่อที่เป็นพรานป่าของผม เเกเคยเล่าให้ฟัง.."


เเสงเเดดในเดือนยี่ นี่ช่างเเรงนัก!! เหล่านักรบเดนตายที่ไม่ยอมก้มหัวเป็นขี้ข้าใคร ต่างก็พากันอ่อนระโหยโรยเเรงกันอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเเม้ว่าจะเหนื่อยสายตัวเเทบขาดอย่างไร เเต่ทว่าความมุ่งมั่นที่จะกลับมากอบกู้กรุงศรี มันมีมากกว่าเป็นร้อยเท่าพันทวีมากนัก!!
หลุดออกมาจากพงป่าทึบ ก็มาโผล่เข้าทางเดินเล็กๆ ที่นำเข้าไปสู่หมู่บ้านที่เห็นอยู่ข้างหน้าในอีกไม่ไกล ลัดเลาะมาเพียงครู่ ก็จะเเลเห็นกระท่อมยกสูงที่ปลูกติดๆกัน 20 กว่าหลัง ต่างก็หันหน้าไปสู่ลำธารขนาดใหญ่ ที่ไหลมาจากยอดเขาชั้นบนสุดลูกหูลูกตา เสียงน้ำตกขนาดใหญ่เเว่วมาจนใจเต้นระทึก เพราะนักรบเดนตายที่เเหกค่ายกรุงศรีมาทุกคน ต่างก็ยังนึกไม่ออกเลยว่า? กี่วันมาเเล้วที่ยังไม่ได้อาบน้ำกัน?!!


"พวกมึงจะไปไหน?!!..."


เสียงของผู้เฒ่าผมขาว หนวดเครายาวเฟื้อย ที่อยู่ในชุดของนักรบป่า ยืนถือหอกอยู่ตรงกลางท่ามกลางชายฉกรรจ์ 8-9 คน ที่ต่างก็พากันถือหอกเเละหน้าไม้ด้วยท่าทางที่ไม่เป็นมิตร ได้เอ่ยถามขึ้น ก่อนที่ม้าของคุณพระจะหยุดอยู่กับที่ พร้อมทั้งเหล่านักรบเดนตายจากค่ายวัดพิชัย ก็ได้กระจายกำลังกันออกมาเป็นรูปปีกกา โดยมี"นังเดือน"ที่ได้ปลดธนู อยู่ในท่าเตรียมพร้อมคอยระวัง กับ"เจ้ากรด"นักรบนิรนามเเห่งท้องทุ่งหันตรา ยืนประกบซ้ายขวาข้างม้าของคุณพระอยู่ไม่ห่าง ส่วนไอ้ทุ้ยกับเจ้ามาด ต่างก็รู้หน้าที่ คอยเฝ้าระวังหลังเผื่อมีการตีตลบกลบเข้ามาจากทางด้านนี้!!..


พระเชียงเงินได้ส่งสัญญาณมือให้ยั้งไว้ก่อน พร้อมกับพูดด้วยเสียงอันดังในขณะที่กำลังอยู่บนหลังม้า
"ข้า..พระเชียงเงิน ทัพของพระยาตาก จะมุ่งหน้าไปสมทบกับทัพของท่านพระยาที่ดงศรีมหาโพธิ์ ก็ว่าจะขอผ่านทางนี้ เพื่อจะมุ่งหน้าให้ทันกาลต่อไป!!.."
"พวกมึงมากันผิดทางเเล้ว!!..กลับไปซะ!!.."
ผู้เฒ่าผมขาวกล่าวจบ กลุ่มชายฉกรรจ์ที่รายล้อมผู้เฒ่า ต่างก็กระชับอาวุธคู่กาย อยู่ในท่าเตรียมพร้อมที่จะจู่โจมประจัญบาน ส่วนฉากหลังที่เป็นกระท่อมยกสูงอันเงียบสงบมาตลอด บัดนี้..บันไดที่ถูกชักขึ้นไปไว้บนกระท่อม ก็ได้ถูกหย่อนลงมาพร้อมทั้ง เด็ก ผู้หญิง เเละคนเเก่ ต่างก็ลงมาจากที่ซ่อน ถือมีดถือไม้กันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะวิ่งไปรวมตัวกัน ที่ริมลำธารน้ำไหลตรงท้ายหมู่บ้าน "ไอ้มาด"มองดูภาพนั้นด้วยความสะท้อนใจ หากพวกชายหนุ่มพลาดท่าเสียที พวกที่เหลืออยู่ก็ขอยอมตาย โดยหวังฝากกายไว้ที่ลำธารใหญ่สายนั้นเป็นเเน่!!....


"พวกข้ามาดี..มิได้หมายมาตี หรือบีฑาข่มเหงรังเเกใดๆทั้งสิ้น!! หากคิดจะสู้รบกัน ข้าคงจะไม่บอกให้พวกของข้า หยุดยั้งรอไว้ก่อนหรอก!!....เเต่หากว่าเจ้ายังเคลือบเเคลง พวกข้าก็จะไม่ขอรบกวน เเต่ช่วยชี้บอกเราหน่อยเถิดว่า มีหนทางที่จะลัดเลาะไปยัง"ดงศรีมหาโพธิ์" อันใช้เวลาที่สั้นที่สุด จะมีทางไหนไปได้บ้าง?!!..."
"พวกมึงกลับไปซะะ!! เสียเวลาเปล่า!!.."
เสียงของผู้เฒ่า ตอบกลับมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
"งั้นก็คงจะไม่มีทางลัดไป"ดงศรีมหาโพธิ์!!..."


พระเชียงเงิน กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอันน่าผิดหวัง...


"มี!!..เเต่ถ้าหากพวกมึงผ่านขึ้นไป ก็จะพากันตายทั้งหมด!!....."


น้ำเสียงของผู้เฒ่าเเห่งพรหมณี ที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันเรียบเฉย เเต่ทว่าสายตาที่จ้องมองขึ้นไปยัง"หุบผาพญาไฟ" มันเต็มไปด้วยความกริ่งเกรงกลัวเเละวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด!!......"

guest

Post : 2017-09-27 14:33:09.0     Forum: ตำนานนักรบกรุงศรี  >  19.ไฟอาฆาต

 19..

ไฟอาฆาต!!..

"กูเอง!!.."

เสียงตวาดอันดังจาก พระเชียงเงิน อดีตเจ้าเมืองเชียงเงิน หัวเมืองชั้นจัตวาขึ้นกับเมืองระแหง ซึ่งบัดนี้ได้เข้ามาสวามิภักดิ์ต่อพระยาตาก และร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ตั้งแต่ครั้งตีฝ่าทัพอังวะ ออกมาจากวัดพิชัยด้วยกัน จนกระทั่งพระยาตาก ให้เเยกกันเดินทัพหลังจากพ้นเขตกรุงศรีออกมาไม่เท่าใด

เพราะถ้าหากขืนเคลื่อนพลไปเป็นกลุ่มเป็นก้อน ก็อาจจะพลาดท่าเสียทีทั้งหมด
ให้กับกองกำลังของ "มองย่า" ผู้บัญชาการกองทะลวงฟัน มือขวาของ "เนมโยสีหปะเต๊ะ" เเม่ทัพใหญ่เเห่งค่ายโพธ์สามต้นของอังวะ ที่ได้เคลื่อนพล 2,000 นาย หมายเอาหัวของพระยาตาก หิ้วกลับเข้าไปยังค่ายโพธิ์สามต้นให้ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องเเยกกำลังกันเดิน เเต่ทว่าจุดหมายปลายทาง ก็ยังคงอยู่ที่แม่น้ำตรงด่านกบแจะ เมืองปราจีนบุรี....

ไอ้มาดจ้องมองคุณพระด้วยสายตาที่อ่อนลง ภาพที่มันเห็นอยู่ในขณะนี้ คือภาพของชายวัยกลางคน รูปร่างสันทัดไม่สูงไม่ใหญ่ ยืนถือ"ดาบเมือง ปลายเหลี้ยม"ที่ถูกชักออกมาจากฝัก ทำให้เเลเห็นปลายดาบที่เเหลมคม สะท้อนอยู่ที่ในเงามืดอย่างชัดเจน ทำให้รู้ว่าเจ้าของดาบท่านนี้ จะเน้นประโยชน์กับการแทงทะลุ ฟัน และเฉือน ฉับทีเดียวเเบบหวังผล!!

เเต่มันก็อดนึกเเปลกใจไม่ได้ว่า"ดาบเมืองปลายเหลี้ยม" ปกติด้านสันดาบจะเชิดขึ้นเล็กน้อย ทั้งตัวดาบและท้องดาบจะเพรียว ไฉนเลย?!!..ดาบเมืองที่เห็นอยู่ตรงหน้า ท้องดาบจึงกว้างดั่งไม้พายปานนี้?!!..

"นังเดือน นี่ยาม 4 เเล้ว เอ็งไปบอกพวกเรา เตรียมตัวเดินทัพกันต่อ..."
"จ๊ะพ่อ!!..."

สิ้นเสียงของคุณพระ เด็กสาวตัวเล็กๆ ที่โพกหัวด้วยผ้าสีดำเก่าๆ ที่อยู่ในชุดพรานป่า หน้าตาขมุกขมอม ก็รีบหันหลังก้าวเดินออกไปพร้อมกับเก็บคันธนู ขึ้นสะพายไหล่ออกไปทันที...

"อีนังนี่นี่เอง ที่ยิงเมียกู!!..."

ไอ้มาด รำพึงอยู่ในใจ ก่อนที่จะมองลับหลังเเม่เด็กสาวคนนั้น ด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย....

"ไอ้หนุ่ม..มึงไม่ต้องมองมันหยั่งกับจะกินเลือดกินเนื้ออย่างนั้นหรอก สักวันมึงจะต้องตอบเเทนบุญคุณมัน..เออออ ว่าเเต่ว่า มึงชื่ออะไร? มาเเต่บ้านไหน?..."

"ข้าชื่อมาด จากบ้านคลองข้าวเม่า ขอรับคุณพระ...."

กล่าวจบ ไอ้มาดก็ก้มลงคุกเข่าประนมมือ ตามอย่างผู้น้อยที่กำลังฝากเนื้อฝากตัวกับผู้หลักผู้ใหญ่ ก่อนที่พระเช่ียงเงิน จะกล่าวขึ้นมาอย่างอารมณ์ดีว่า

"มึงนี่สำมะคัญนัก รู้จักเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ไม่เบาเหมือนกันนี่!! ครั้งต่อไปเวลาคุยกับกู มึงไม่ต้องคุกเข่ายกมือไหว้ดอก คุยกันเเบบธรรมดาๆนี่เเหละ โดยเฉพาะกับท่านพระยาตาก ท่านเคืองมากรู้มั๊ย?!! เพราะท่านพระยา ถือว่าพวกเราทุกคน เป็นเพื่อนร่วมคิดมิตรร่วมตายกันทั้งหมด เอ็งจำไว้เลย!!.."

"ขอรับ คุณพระ...."

กล่าวจบ อดีตเจ้าเมืองเชียงเงิน ก็หันหลังเดินกลับไปยังที่พักเเรมใต้ต้นไม้ใหญ่ทันที ปล่อยให้ไอ้มาด ค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ

"นังผู้หญิงที่ยิงเมียข้าเมื่อกี้น่ะ? มันเป็นใครวะ ทุย?!!..."
"ทุยพ่อมึงน่ะซิ!! ทุยนั่นมันควาย ทุ้ยเว้ย ทุ้ย!!....."

เสียงเพื่อนใหม่ตวาดดังลั่นอย่างไม่สบอารมณ์ กลับทำให้ไอ้มาดยิ้มออกมาได้ จะว่าไปเเล้ว เจ้าเพื่อนคนนี้ถึงเเม้ว่ามันจะพูดไม่ค่อยเข้าหูคน เเต่ไอ้เรื่องน้ำจิตน้ำใจของมันนั้น ไอ้มาดรับรู้อยู่เต็มอกว่า พึ่งพาอาศัยซึ่งกันเเละกันได้

ไอ้ทุ้ยไม่ตอบ มันกลับเดินไปหยิบ"ถุงไถ้" ใส่ข้าวตากเเห้ง กับปลาเค็ม ที่บัดนี้หมดเกลี้ยงเเล้ว ขึ้นมาคาดเอว พร้อมกับผ้าผืนดำเก่าๆ ทีข้างในบรรจุข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวห่อเล็กๆ ผูกกระชับไว้ให้เเน่น ก่อนที่จะสวมคล้องไหล่ ขึ้นสะพายอย่างคล่องเเคล่ว พร้อมทั้งไม่ลืม "ดาบหน้าบัว เหล็กน้ำพี้ ด้ามไม้คูณตายพราย" ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของมันขึ้นมาด้วย...

ไอ้มาดเดินกลับมายังซากใบตองใหญ่ ที่เจ้าทุ้ยตัดเอามาให้มันรองนอนเมื่อคืน ก่อนที่จะหยิบดาบคู่ประจำกายของมันขึ้นมา เตรียมพร้อมที่จะเดินทัพต่อทันที ส่วนข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวนั้นไม่มี สาเหตุเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน มันกระชั้นชิดเสียเหลือเกิน การเดินทัพคราวนี้ มันจึงเดินพันด้วยหัวใจล้วนๆ......

"ไอ้มาด....."

เสียงต่ำๆของเจ้าทุ้ยที่อยู่ใกล้ๆ ทำให้ไอ้มาดถึงกับเอะใจขึ้นมา ปกติเเล้วน้ำเสียงของเจ้าทุ้ยจะไม่เป็นเเบบนี้!!

"ไอ้ที่โดนลูกธนูเมื่อกี้น่ะ มันไม่ใช่เมียเอ็ง มันเป็นเสือ!!.."
"เสือสมิง!!..."

ไอ้มาดอุทานเบาๆด้วยน้ำเสียงตกใจ

"เออออออ..เสือสมิง....เเละกูมั่นใจว่า มันเป็นเสือมีเจ้าของด้วย!!..

กล่าวจบ ไอ้ทุ้ยก็ทอดสายตาออกไปในความมืด ที่เจ้าเสือร้ายตัวนั้นมันได้วิ่งหายเข้าไป ก่อนที่จะมีเสียงหายใจลึกๆเเละเสียงหายใจออกยาวๆของมัน พอที่อ่านใจได้ไม่ยากเลยว่า เจ้าทุ้ยมันจะลำบากใจสักเพียงไหน? ที่จะต้องเดินตามรอยเสือเจ็บตัวนั้น เข้าไปในป่าดงดิบที่กว้างใหญ่ไพศาล ทีเต็มไปด้วยความลี้ลับอารถรรพ์ คอยดักอยู่ข้างหน้าอย่างนี้?!!..

1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 ... 다음 끝