Support
Arjan Pong
035 323239, 035 323240, 089 8129392
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ
guest

Post : 04/05/2016 11:49     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  มรดกเลือด

 

 

                      

 

                      

 

 

 

      มรดกเลือด100ล. ลวงอุ้มฆ่า เสี่ยหนุ่มนร.นอก

 

           

 

ยิงหัวหมกข้างถนนจ.กาฬสินธุ์ไปขอส่วนแบ่งจากการขายที่ดิน ได้เค้าทีมสังหารอยู่ฉะเชิงเทรา

เผยปมที่ดินมรดก 100 ล้าน ชนวนสังหารหนุ่มนักเรียนนอก “ภาสพล รัตนตยาธิคุณ” หลังไปสำนักงานที่ดินเขตห้วยขวางเพื่อขอส่วนแบ่งจากเงินก้อนโต จากนั้นเพียงวันเดียวมีกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างเป็นทหารกับตำรวจมาอุ้มหายออกไปจากบ้าน กระทั่งโผล่กลายเป็นศพถูกยิงที่กาฬสินธุ์ สาเหตุที่ไปฆ่าไกลถึงเมืองน้ำดำ คนร้ายต้องการไม่ให้ตรวจสอบได้ว่าผู้ตายเป็นใครแต่โชคดีที่พบบัตรเอทีเอ็มในกระเป๋ากางเกงของเหยื่อกลายเป็นกุญแจสำคัญไขสู่เส้นทางสว่างของคดี ส่วนทีมอุ้มเป็นซุ้มนักฆ่าจากแปดริ้ว

กรณีพบศพชายถูกยิงตายในร่องน้ำข้างไหล่ ทางถนนถีนานนท์ ระหว่างกาฬสินธุ์-สกลนครช่วงระหว่างหลัก กม.ที่ 102-103 บนเทือกเขาภูพาน บริเวณทางโค้งก่อนเข้าผาเสวย ท้องที่บ้านแก้งกะอาม ต.ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อเช้าวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ตายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำคอโปโล กางเกงยีนส์ เบื้องต้นไม่พบหลักฐานว่าผู้ตายเป็นใคร ลักษณะเป็นชายผิวขาว คล้ายคนจีน อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 160 ซม. เจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปชันสูตรที่ รพ.ศรีนครินทร์ขอนแก่น ขณะเดียวกัน มีกระแสข่าวว่าผู้ตายเป็นนักเรียนนอกบ้านอยู่กรุงเทพฯนั้น

ต่อมาบ่ายวันที่ 2 พ.ค. พ.ต.อ.วิเชียร พินดวง รอง ผบก.ภ.จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ชุดสอบสวนคดีนี้นำโดย พ.ต.ต.รพี สีพันนา สว. (สอบสวน) เจ้าของคดีได้เดินทางไปกรุงเทพฯเพื่อตามหาญาติผู้ตายตามที่อยู่เจ้าของบัตรเอทีเอ็มที่พบในกระเป๋ากางเกงของผู้ตายคือ น.ส.โสรยา สิงห์กวาง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/2 ซอยสุขุมวิท 65 แขวงพระโขนง เขตวัฒนา กรุงเทพฯ จากการสอบถามญาติยืนยันว่าผู้ตายคือ นายภาสพล รัตนตยาธิคุณ อายุ 48 ปี เป็นนักเรียนนอกอยู่บ้านเลขที่เดียวกันกับ น.ส.โสรยา เจ้าของบัตรเอทีเอ็มจริง

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนจะหายตัวออกจากบ้านไป นายภาสพลได้เดินทางไปที่สำนักงานเขตที่ดินห้วยขวาง เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีการขายที่ดินมรดกมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท โดยผู้ตายได้ขอส่วนแบ่งจากเงินก้อนแต่มีคนใกล้ชิดบางคนไม่พอใจที่เงินก้อนนี้ถูกแบ่งไป ต่อมาวันที่ 29 เม.ย.ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ 4-5 คนอ้างเป็นตำรวจกับทหารมาหาผู้ตายที่บ้าน พร้อมพาขึ้นรถหายไป

หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งพบกลายเป็นศพถูกฆ่าที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนถึงสาเหตุการถูกสังหารอีกครั้ง แต่น้ำหนักของปมสังหารมุ่งไปในเรื่องขัดแย้งผลประโยชน์ที่เกี่ยวพันกับเรื่องขายที่ดินมรดกค่อนข้างชัดเจน หลังชุดสอบสวนได้ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุของปมสังหารแล้ว ได้เดินทางจากกรุงเทพฯต่อไปยัง จ.ฉะเชิงเทรา หลังทราบว่าทีมอุ้มฆ่ารายนี้เป็นคนในซุ้ม จ.ฉะเชิงเทรา

ขณะที่ พ.ต.อ.วรากร บุญประคอง ผกก.สภ. สมเด็จ กล่าวว่า ก่อนถูกสังหารผู้ตายน่าจะกำลังยืนปัสสาวะอยู่ไหล่ถนน เพราะสภาพกางเกงยีนส์ที่ผู้ตายสวมใส่ที่หัวกางเกงได้ปิดเม็ดกระดุมแต่ไม่ได้รูดซิปกางเกง อวัยวะเพศโผล่ออกมาอยู่นอกกางเกงใน คนร้ายน่าจะฉวยโอกาสที่ผู้ตายเผลอ ยืนปัสสาวะหันหลังให้ถนนเลยจ่อยิงเข้าท้ายทอย ร่างผู้ตายกลิ้งตกลงไหล่ทางไปอยู่ในร่องน้ำข้างทางซึ่งสูงประมาณ 3 เมตร มือสังหารน่าจะเตรียมการลงมือมาก่อนแล้ว เพราะมีการเก็บหลักฐานในตัวผู้ตายไปหมด แต่คงลืมตรวจดูที่กระเป๋ากางเกงหลังผู้ตายว่ามีบัตรเอทีเอ็มอยู่ 1 ใบ

ส่วน พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ได้จัดกำลังชุดสืบสวนทั้งของ สภ.สมเด็จ และ ภ.จ.กาฬสินธุ์ แบ่งทำงานโดยมุ่งปมขัดแย้งผลประโยชน์บางอย่าง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวนได้ระบุสาเหตุที่กลุ่มคนร้ายอุ้มนายภาสพล รัตนตยาธิคุณ มาฆ่าทิ้งด้วยระยะทางที่ไกลจากกรุงเทพฯ ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ นั้น เพื่อต้องการให้การตรวจสอบผู้ตายยากขึ้นว่าเป็นใคร แต่สุดท้ายกลับพบบัตรเอทีเอ็มในกระเป๋ากางเกงของผู้ตายเป็นตัวเชื่อมจนนำไปสู่ว่าผู้ตายเป็นใครและถูกอุ้มฆ่าเพราะสาเหตุใด

guest

Post : 03/05/2016 09:06     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  ยิ่งลักษณ์ โพสต์สอน บิ๊กตู่

 

 

 

                      

 

 

                       

 

 

 

 

                                              

 

  

 

 

'ยิ่งลักษณ์'โพสต์ สอนบิ๊กตู่! เปิดใจฟังวิจารณ์

 

 

ปู” สอนเชิง “บิ๊กตู่” เปิดใจฟังเสียงวิจารณ์

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กว่า วันนี้ขออนุญาตเขียนถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หน่อย เพราะแม้ว่าวันนี้สถานะเราจะต่างกัน แต่เมื่อก่อนเราก็เคยร่วมงานกัน เคยอยู่ในสถานะเช่นท่านมาก่อน แม้ว่าที่มาที่ไปของเราจะต่างกัน จึงเข้าใจความรู้สึกของท่านเวลาถูกต่อว่าต่างๆนานา ในฐานะที่เป็นผู้นำถือเป็นบุคคลสาธารณะที่ต้องพร้อมเปิดใจรับฟังการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในด้านดีและด้านลบ ที่มีต่อตัวเอง หรือรัฐบาล เพราะตนเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ต้องเป็นฝ่ายอดทนมาโดยตลอด ย่อมเข้าใจความรู้สึกท่านดี เพียงแต่ตนไม่สามารถที่จะออกกฎหมายหรือคำสั่งการใดๆให้เป็นกฎหมายได้เช่นท่าน

ยกคำพูดย้อนศรใช้ ก.ม.บังคับยิ่งเลวร้าย

“ซึ่งเมื่อก่อนท่านก็เคยพูดกับดิฉันว่า ยามบ้านเมืองแตกแยก ถ้าคิดแต่เอากฎหมายมาปลดคนนั้นคนนี้ออก เพียงเพราะไม่สนองตอบนโยบาย หรือเอากฎหมายมาใช้บังคับคนให้ทำงานตามคำสั่ง จะยิ่งทำให้สถานการณ์มันแย่และเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ ซึ่งดิฉันก็พูดมาโดยตลอดว่าคนที่มีความคิดเห็นต่าง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้บ้านเมืองแตกแยก แต่จะเป็นการดีที่จะได้ช่วยกันแสดงความคิดความเห็นในการพัฒนาประเทศมากกว่า วันนี้ดิฉันจึงอยากจะขอฝากสิ่งที่ท่านเคยพูดไว้ หวังว่าท่านคงจะไม่ลืม และนำไปใช้เช่นเดียวกัน ตามที่เคยบอกกับดิฉันเมื่อสองปีที่แล้วนะคะ”

 

 

 

                                                 อุทธาหรณ์

คลิปจากคุณ SamphanRanong และ Rattanakamnerd Wongwarangkoon 

ก็ขอเเสดงความเสียใจมายังครอบครัวของท่านทั้งสองด้วยนะครับ ที่ต้องมาพบกับสิ่งที่ไม่คาดฝันดังนี้ รายงานล่าสุด น้องอีกท่านหนีังเเพทย์ยังคงเฝ้ารอดูอาการอยู่นะครับ.....

 

--

 

 

             

                                                    ไม่เนียน

 

คลิปนี้โด่งดังมากในโลกโซเชียล มาจากประเทศจีน ผมดูเเล้วก็ไม่เชื่อใจว่าเป็นเรื่องจริง เพราะมีการตั้งกล้องคอยถ่ายไว้ล่วงหน้าก่อนเเล้ว......ผมคิดว่ามันต้องเป็นยังงั้น...........

 

 

 

 

 

 

                                     เเผนซ้อนเเผน

                   

 

guest

Post : 02/05/2016 11:18     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  สิ้นเเล้ว เเดง จิตรกร

 

 

                                              

 

  

 

    ‘เสก โลโซ’ นัด มอบตัว ตามหมายจับ คดีทําร้ายสาวทอมเจ็บสาหัส

 

ติดคอนเสิร์ต-ที่สมุทรสาคร

 

ตำรวจ สน.ลาดพร้าว ขอศาลออก หมายจับ “เสก โลโซ” แล้ว ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส กับข้อหาข่มขู่ผู้อื่นให้เกิดความกลัวหรือตกใจ หมอระบุคู่กรณีสาวหล่อต้องนอนโรงพยาบาลรักษาตัวไม่ต่ำกว่า 2 เดือน ด้านร็อกเกอร์ชื่อก้องยังเฉย โพสต์นัดขาร็อกเจอกันที่ จ.สมุทรสาคร ส่วนทนายความดอดติดต่อตำรวจ บอกลูกความขอเข้ามอบตัวตอนตีหนึ่ง วันที่ 1 พ.ค.

กรณีอดีตภรรยาของนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ“เสก โลโซ” ร็อกเกอร์ชื่อดัง โพสต์ภาพและข้อความลงในเฟซบุ๊ก แฉอดีตสามีทำร้ายร่างกายสาวหล่อ น.ส.ชนกชล บุญเพ็ง หรือทอมบี ลูกน้องคนสนิทต่อหน้าบุตรสาวคนกลาง ทำให้เหยื่อบาดเจ็บกระดูกกรามหัก รอเช็กเลือดคั่งในสมอง หลังเกิดเหตุคู่กรณีเดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ต่อมาตำรวจเจ้าของคดีออกหมายเรียก “เสก โลโซ” มารับทราบข้อหา แต่ไร้วี่แวว ท่ามกลางกระแสข่าวตำรวจเตรียมออกหมายจับภายในวันที่ 30 เม.ย.

ความคืบหน้าที่ สน.ลาดพร้าว เมื่อเวลา17.00 น. วันที่ 30 เม.ย. พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีนี้ขอศาลออกหมายจับนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” 2 ข้อหา ประกอบด้วยข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส ระวางโทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและข้อหาข่มขู่ผู้อื่นให้เกิดความกลัวหรือตกใจ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รายละเอียดของหมายจับไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเป็นเอกสารจากศาล จนถึงขณะนี้ “เสก โลโซ” ยังไม่ติดต่อขอเข้าพบตำรวจแต่อย่างใด คาดหลังออกหมายจับทางทนายของผู้ต้องหาจะติดต่อกลับมาเพราะลูกความมีหมายจับติดตัว

“ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ความล่าช้าของสำนวนคดี ผมขอปฏิเสธว่าไม่มีความล่าช้า เพราะทุกอย่างทำอย่างเป็นระบบมีขั้นตอน ไม่ต้องกังวลตำรวจพร้อมจับกุมผู้ต้องหาให้เร็วที่สุดและสามารถจับกุมตัวได้ทั่วประเทศ หากผู้ต้องหายื่นเรื่องขอประกันตัวก็สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล” พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์กล่าว

พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ระบุด้วยว่า ส่วนของผู้บาดเจ็บแพทย์ระบุว่าต้องรักษาตัวอย่างน้อยเป็นเวลา 2 เดือน หากไม่มีโรคแทรกซ้อน แต่ถ้ามีโรคแทรกซ้อนต้องใช้เวลารักษาตัวมากกว่านี้ หลังจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีรับใบผลตรวจจากทางแพทย์ได้ให้ผู้เสียหายเดินทางมายืนยันผลใบตรวจก่อนหน้านี้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของ “เสก โลโซ” นั้น เจ้าตัวยังไม่มีท่าทีที่จะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ลาดพร้าว อีกทั้งยังมีการถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊ก “SEK LOSO” ว่าอยู่ที่บ้าน และโชว์เล่นกีตาร์ คีย์บอร์ด ร้องเพลง ให้แฟนคลับหรือผู้ติดตามฟังผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 30 เม.ย. พร้อมโพสต์ข้อความว่า “คืนนี้พบกันที่สมุทรสาคร ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!!”

มีรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ข่าวการออกหมายจับ “เสก โลโซ” แพร่สะพัดออกไปตามโลกโซเชียล ทางทนายความของ “เสก โลโซ” ได้โทรศัพท์ติดต่อกับตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ เพื่อนัดหมายลูกความเตรียมเดินทางเข้ามอบตัวในเวลา 01.00 น. ของวันที่ 1 พ.ค.

อีกด้าน ที่ตลาดทะเลไทย ต.ท่าจีน อ.เมืองสมุทรสาคร มีการจัดงานสมุทรสาครไบค์วีค ครั้งที่ 2 มีการแสดงคอนเสิร์ตตั้งแต่ช่วง 20.00 น. โดย “เสก โลโซ” เดินทางมาด้วยรถตู้ส่วนตัวเข้ามาจอดด้าน หลังเวที เพื่อเตรียมขึ้นเวทีแสดงคอนเสิร์ตร่วมกับวงดนตรีแมนฮัตตัน ผู้สื่อข่าวแจ้งกับผู้จัดการวงดนตรีดังกล่าวเพื่อขอสัมภาษณ์ “เสก โลโซ” กรณีถูกออกหมายจับ แต่ได้รับการปฏิเสธ ชี้แจงเพียงว่ายังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ เบื้องต้นประสานงานไปยังตำรวจแล้ว ไม่ขอลงลึกในรายละเอียด

 

 

 

                    

 

   สุดยื้อ แดง จิตกร ตายที่บ้านหลังอาการทรุด ขอออกจากรพ. ครอบครัวเศร้า

 

สุดยื้อชีวิต “แดง จิตกร” สิ้นลมสงบ หลังญาติขออนุญาตหมอพาออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านได้เพียง 5 ชั่วโมง ตามความ ต้องการของเจ้าตัวพร่ำบ่นมาหลายวัน เมียรอให้เสร็จคอนเสิร์ตที่เพื่อนศิลปินจัดหาทุนช่วยเหลือก่อนทำตามความต้องการครั้งสุดท้าย ขณะเจ้าหน้าที่หามร่างอดีตนักร้องลูกทุ่งอีสานชื่อดังขึ้นรถพยาบาลกลับบ้าน ยังโบกมือทักทายแฟนเพลงที่มาคอยให้กำลังใจอยู่หน้าโรงพยาบาล พอถึงบ้านสักพักหยุดหายใจไปชั่วขณะจนญาติๆต้องช่วยกันปั๊มขึ้นมาหายใจได้อีกครั้ง แต่สุดท้ายสู้มะเร็งร้ายไม่ไหวสิ้นใจสงบ เมีย-ญาติสุดเศร้าร่ำไห้ระงม

จากเรื่องราวชีวิตพลิกผันของอดีตนักร้องลูกทุ่งแดนอีสานชื่อดัง “แดง จิตกร” หรือนายสมจิตร เกตุภูเขียว อายุ 46 ปี เจ้าของผลงานเพลงโด่งดังครองใจมหาชน อาทิ มนต์รัก ตจว. หัวใจคิดฮอด ฯลฯ ล้มป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งที่โพรงจมูกระยะสุดท้าย รักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู รพ.ศูนย์บุรีรัมย์ ท่ามกลางความเป็นห่วงของมิตรรักแฟนเพลง มีธารน้ำใจหลั่งไหลให้การช่วยเหลือจำนวนมาก โดยเฉพาะเพื่อนศิลปินกว่า 100 ชีวิตร่วมกันจัดคอนเสิร์ต “รวมน้ำใจช่วย แดง จิตกร” เมื่อวันที่ 29 เม.ย. เพื่อหาทุนช่วยเหลืออดีตนักร้องดังต่อสู้กับโรคร้ายที่เผชิญอยู่

ความคืบหน้าเมื่อช่วงสายวันที่ 30 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่าครอบครัวเตรียมทำเรื่องขออนุญาตแพทย์พาแดง จิตกร กลับไปรักษาตัวที่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 7 บ้านทุ่งสว่าง ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ไปตรวจสอบที่ รพ.ศูนย์บุรีรัมย์ พบว่า แดง จิตกร ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู จึงสอบถามไปยังนางอุไรวรรณ เกตุภูเขียว อายุ 44 ปี ภรรยาเผยว่า เตรียมนำตัวแดง จิตกร ออกจากโรงพยาบาลกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ เป็นไปตามความต้องการของสามี ตนได้ศึกษาวิธีการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองจากพยาบาลเพื่อนำไปใช้ดูแลสามีขณะพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว

“ตอนนี้พี่แดงอยากกลับบ้านอย่างเดียว บ่นมาตั้งแต่วันที่ 24-25 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ขอพี่แดงไว้ว่าให้ผ่านงานคอนเสิร์ตไปก่อน วันนี้ตั้งใจจะพากลับบ้านตามที่พี่แดงต้องการ ที่ผ่านมาได้เรียนรู้วิธีดูแลผู้ป่วยจากพยาบาลที่มาสอนให้ ทั้งการดูดเสมหะ ทำความสะอาดแผลบริเวณที่เจาะคอ ป้อนอาหารผ่านทางสายยาง เตรียมเครื่องช่วยหายใจไปติดตั้ง และเครื่องดูดเสมหะไปไว้ที่บ้าน ใจจริงไม่อยากให้ออก ส่วนคุณหมอก็แล้วแต่ผู้ป่วย” นางอุไรวรรณกล่าว

ต่อมาในช่วงเที่ยง นางอุไรวรรณ เดินทางมาถึง รพ.ศูนย์บุรีรัมย์ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นั่งปรึกษาหารือกับญาติบริเวณหน้าห้องไอซียู ก่อนเข้าไปภายในห้อง ร่วมกับเจ้าหน้าที่นำพานดอกไม้ทำพิธีขอขมาแทนแดง จิตกร ต่อสิ่งที่ได้ล่วงเกินผู้อื่นทั้งที่ตั้งใจและมิได้ตั้งใจ ทั้งทางกาย วาจา ใจ บริเวณข้างเตียงผู้ป่วย ระหว่างทำพิธีนางอุไรวรรณและญาติๆ มีสีหน้าวิตกกังวลพร้อมทั้งร่ำไห้ออกมา จากนั้นเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่นำแดง จิตกร ออกจากห้องไอซียู ลงลิฟต์มาขึ้นรถพยาบาลที่จอดรออยู่หน้าโรงพยาบาล เพื่อเดินทางกลับไปพักรักษาตัวต่อที่บ้าน โดยแดง จิตกร ได้ยกมือสองข้างขึ้นมาโบกทักทายแฟนเพลงและประชาชนที่มารอให้กำลังใจอยู่ ขณะที่นางอุไรวรรณและญาติๆช่วยกันเก็บข้าวของเครื่องใช้เดินตามลงมา แยกไปขึ้นรถส่วนตัวตามออกไป

นพ.จรัญ ทองทับ ผอ.รพ.ศูนย์บุรีรัมย์ เผยว่า เป็นสิทธิ์ของผู้ป่วยหรือญาติที่จะขอออกไปรักษาตัวที่บ้านได้ ทางโรงพยาบาลมีการแนะนำระบบดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองให้กับญาติ อาทิ การป้อนอาหารผ่านทางสายยาง การใช้เครื่องช่วยหายใจ การทำความสะอาดแผล และให้ยาผู้ป่วยตามเวลา เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม คณะแพทย์ยังต้องรักษา แดง จิตกร อย่างใกล้ชิด เพราะผู้ป่วยยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ มีเสมหะมาก ทานอาหารเองไม่ได้ ต้องให้ผ่านทางสายยาง และมีอาการเจ็บปวดทรมาน ต้องให้ยาระงับปวด โดยรวมยังทรงตัวตามอาการผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน รถพยาบาลเดินทางมาส่งแดง จิตกร ที่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 7 บ้านทุ่งสว่าง ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ จากนั้นทีมแพทย์พยาบาลพร้อมรถพยาบาลพากันเดินทางกลับไป นางอุไรวรรณ เกตุภูเขียว ภรรยาได้จัดเตรียมเครื่องมือดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ทั้งเครื่องช่วยหายใจ เครื่องดูดเสมหะ ผ่านไปครู่ใหญ่ แดง จิตกร หยุดหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง ญาติๆช่วยกันปั๊มหัวใจจนหายใจขึ้นมาได้อีกครั้ง แต่อดีตนักร้องลูกทุ่งอีสานที่ต้องเผชิญกับมะเร็งร้ายยังคงนอนไม่ได้สติ จนกระทั่งเวลา 20.40 น. แดง จิตกร ก็เสียชีวิต ลงอย่างสงบ หลังออกจากโรงพยาบาลกลับมาถึงบ้านได้ประมาณ 5 ชม. สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับญาติๆเป็นอย่างมาก นางอุไรวรรณ ภรรยา จะได้ปรึกษากับญาติๆ เรื่องการจัดงานศพต่อไป

 

 

                     

 

 

                     

guest

Post : 01/05/2016 09:15     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  ระวังคุก

       

 

                                        

 

  

 

     6ข้อทำได้-8ทำไม่ได้ กกต.ลั่น ออกเสียงประชามติ

 
ใช้ความเห็นโดยสุภาพ ห้ามแชร์โซเชียลหยาบคาย ขัง8มือโพสต์ไม่ให้ประกัน

ศาลทหารอนุมัติฝากขัง 8 ผู้ต้องหา มือโพสต์โลกโซเชียล ผิดอาญา ม.116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่อนุญาตประกันตัว ระบุมีพฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรง ทำเป็นขบวนการ ทนายโวยตั้งข้อหาไม่สมเหตุสมผล ต้องการเหนี่ยวนำคดีไว้ที่อำนาจศาลทหาร เปิดช่องจับตัวก่อนออกหมายจับ ตร.แจงหลักฐานสาวไม่ถึงตัว “จตุพร-หนูหริ่ง” เผยผู้ต้องหา 2 รายเจอพ่วงข้อหาหนัก ม. 112 “ตุ๊ดตู่” เดือดซัดแผนผังโยงใยให้ดูน่ากลัว ทั้งที่ไม่มีอะไรซับซ้อน ลั่นถูกไล่ให้จนตรอกจะสู้ตาย กกต.ประกาศหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.ประชามติ 6 ข้อทำได้ 8 ข้อทำไม่ได้ ชี้ชัดห้ามปลุกระดม ข่มขู่ ก้าวร้าวหยาบคาย นักเลงคีย์บอร์ดโพสต์-แชร์โลกโซเชียลโดนแน่ พร้อมระบุติดป้าย ธง เข็มกลัด ริบบิ้น เครื่องหมายสัญลักษณ์รณรงค์ทำไม่ได้ ล้วนเข้าข่ายโทษจำคุก 10 ปี นายกฯลั่นจับหมดพวกเคลื่อนไหวล้ม รธน. ใครชอบไม่ชอบให้ไปกาบัตรลงประชามติ ไม่ปิดกั้นต่างชาติเข้าร่วมสังเกตการณ์

กกต.ประกาศ 6 ข้อทำได้ 8 ข้อทำไม่ได้

ส่วนความคืบหน้าชัดเจนเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่หลายฝ่ายยังสงสัยคลุมเครือว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้นั้น เมื่อเวลา 16.20 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต.แถลงผลประชุม กกต. ว่า กกต.มีมติให้ออกร่างประกาศ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการแสดงความคิดเห็นในการออกเสียงประชามติ จะมีผลเมื่อประกาศดังกล่าวลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว คาดว่าจะมีผลไม่เกินสัปดาห์หน้า โดยมีข้อกำหนดสิ่งที่ประชาชนทำได้ 6 ข้อ คือ 1. ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและประเด็นเพิ่มเติมให้เข้าใจอย่างครบถ้วนจากเว็บไซต์ หรือสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการแสดงความคิดเห็นของตน 2.แสดงความเห็นโดยใช้ถ้อยคำที่สุภาพ 3.แสดงความเห็นด้วยข้อมูลที่มีความชัดเจนไม่กำกวมอันอาจทำให้บุคคลอื่นเห็นว่าเป็นการบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง 4. การนำเสนอหรืออ้างอิงงานวิจัยตามหลักวิชาการเพื่อประกอบการแสดงความคิดเห็นให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงบุคคลนั้น ควรตรวจสอบความถูกต้องและแสดงที่มาของงานวิจัยนั้นด้วย 5. การสัมภาษณ์ผ่านสื่อเพื่อแสดงความคิดเห็นพร้อมเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่งของตน 6. การนำเข้าข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นพร้อมแสดงเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่งของตนในเว็บไซต์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือการส่งต่อข้อมูลดังกล่าวโดยไม่มีการแสดงความเห็นเพิ่มเติม

ห้ามปลุกระดม-ข่มขู่-หยาบคาย

นายธนิศร์กล่าวว่า ส่วนที่ทำไม่ได้ 8 ข้อประกอบด้วย 1. การสัมภาษณ์ผ่านสื่อด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือมีลักษณะก้าวร้าวรุนแรงหยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ 2.การนำเข้าข้อมูล (โพสต์) อันเป็นเท็จ หรือมีลักษณะก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ในเว็บไซต์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือส่งต่อข้อมูล (แชร์) ในลักษณะดังกล่าว 3. การทำหรือส่งสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายอันมีลักษณะก้าวร้าวรุนแรงหยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ 4. การจัดเวทีสัมมนา อภิปราย โดยกลุ่มองค์กรต่างๆที่ไม่มีหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา องค์กรสื่อมวลชน ตามกฎหมายเข้าร่วมและมีเจตนาเพื่อปลุกระดมทางการเมือง

ใช้สัญลักษณ์เชิงรณรงค์ไม่ได้

5. การชักชวนให้ใส่เสื้อ หรือติดป้าย เข็มกลัด ธง ริบบิ้น หรือเครื่องหมายที่แสดงสัญลักษณ์ความเห็นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือการขายการแจกจ่ายสิ่งของดังกล่าวในลักษณะรณรงค์ทั่วไปเพื่อนำไปสู่การปลุกระดมทางการเมือง 6. การใช้เอกสารใบปลิวหรือแผ่นพับที่มีข้อความอันเป็นเท็จ หรือมีลักษณะก้าวร้าวรุนแรงหยาบคายหรือปลุกระดมทางการเมือง 7. การรายงานข่าวหรือการจัดรายการของสื่อมวลชนที่นำไปสู่การปลุกระดม หรือสร้างความวุ่นวายในสังคม 8. การรณรงค์เพื่อให้เกิดการคล้อยตามของคนในสังคม เพื่อให้ออกเสียงอย่างไรอย่างหนึ่ง มีลักษณะการปลุกระดม หรือขัดขวางการออกเสียง

ฝากเตือนระวังอาจผิด ก.ม.อื่นด้วย

นายธนิศร์กล่าวว่า กรณีสื่อมวลชนสามารถรายงานหรือเสนอข่าวด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ด้วยความรับผิดชอบ เป็นกลาง คำนึงถึงความเท่าเทียมและไม่ขัดต่อกฎหมาย ทั้งนี้ กกต.อาจจะออกประกาศเพิ่มเติม ถ้ามีกรณีใดเกิดขึ้นหลังจากนี้อีกเพื่อให้เกิดความชัดเจน กรณีการกระทำในเรื่องอื่น ที่ กกต.อาจเขียนบอกว่าสามารถทำได้ การออกประกาศของ กกต.ยืนอยู่บนพื้นฐาน พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แต่การกระทำอาจจะผิดกฎหมายอย่างอื่น เช่น พ.ร.บ.รักษาความสะอาด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ประกาศหรือคำสั่ง คสช. โดยประชาชนพึงระวังความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดสามารถร้องพนักงานสอบสวนได้เลย ไม่ต้องร้องผ่าน กกต. และพนักงานสอบสวนจะเรียกบุคคลนั้นไปให้ปากคำ และ กกต.มีดำริจะเชิญ ผบ.ตร.มาทำความเข้าใจเพื่อให้การปฏิบัติงานเรียบร้อย แต่รอให้ร่างประกาศมีผลก่อน

guest

Post : 30/04/2016 09:53     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  มิน-พิชญา เเก้ตัวกระะเป๋าหรู

 

 

            

 

 

ยังนอนแอ้งแม้งอยู่สิงคโปร์ รอว่างเมื่อไหร่จะกลับไปเอา พร้อมเสียภาษีตามกฎหมาย

นางเอกสาว “มิน-พีชญา” ไขข้อคาใจสังคม ยืนยันไปช็อปกระเป๋าแบรนด์เนมเป็นของขวัญวันเกิดตัวเองตามรูปที่โพสต์ในไอจีจริง ช่วงไปดูงานที่สิงคโปร์แต่ยังไม่ได้ขนกลับมา ปัดเข้าช่องทางลึกลับที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพราะมาลงที่สนามบินดอนเมือง ย้ำว่างแล้วจะกลับไปเอา พร้อมเสียภาษีนำเข้าตามกฎหมาย แต่ไม่ระบุตอนนี้ฝากของไว้ที่ใด

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาชนิดเจ้าตัวยังงงๆ กรณีดาราสาว มิน-พีชญา วัฒนมนตรี โพสต์ภาพถ่ายในอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นภาพสาวมินกับกองกล่องและถุงกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อดัง แอร์เมส นับสิบใบ เป็นของขวัญวันเกิดตัวเอง จนเกิดข้อกังขาว่ากระเป๋าหรูที่สาวๆ ชอบกันนักนั้น มีการเสียภาษีนำเข้าอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมถึงกรมศุลกากรก็เตรียมเรียกมาชี้แจง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่28 เม.ย. ที่มูลนิธิบ้านนกขมิ้น ซอยเสรีไทย 17 นางเอกสาว มิน-พีชญา เดินทางมาเลี้ยงอาหารว่างเด็ก เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ครบ 27 ปี จากนั้นได้เปิดใจถึงกระแสที่เป็นวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่คิดว่าเรื่องมาไกลขนาดนี้ ข่าวถูกพัฒนามาไกล โดยไม่ได้ฟังคำตอบจากมิน ระหว่างที่มีข่าว ตนอยู่เขาใหญ่ถ่ายทำละครอยู่ และมีงานทุกวัน เลยไม่มีโอกาสชี้แจง ดังนั้น ขออธิบายตั้งแต่ต้นว่า ตนได้ไปดูงานเกี่ยวกับธุรกิจที่ประเทศสิงคโปร์ มีผู้ใหญ่หลายท่านและเพื่อนหลายคนไปด้วยกัน ระหว่างอยู่ที่นั่น เรามีช่วงเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ได้ช็อปปิ้ง เลยคิดว่าถ้าจะซื้อของขวัญให้ตัวเองคงไม่ผิดอะไร มีการซื้อสินค้าจริงทุกอย่างตามที่ลงภาพไป แต่ใน 2 วันที่ตนเดินทางไป นำกระเป๋าไปเพียงใบเดียว และต้องรีบบินกลับมาถ่ายละคร จึงไม่สามารถนำของทั้งหมดกลับมาได้

“มินไม่มีอภิสิทธิ์ชนเหนือผู้ใด ตอนที่เข้ามาขอชี้แจงว่าบินมาลงที่สนามบินดอนเมือง ไม่ได้เข้าช่องทางลึกลับใดๆที่สุวรรณภูมิ ผ่านออกมาตามระเบียบทุกอย่าง ยืนยันว่ากรมศุลกากรไม่ได้ขาดตกบกพร่องแม้แต่นิดเดียว เมื่อศุลกากรติดต่อเข้ามา มินก็ได้ชี้แจงไปแล้วเหมือนที่แถลงข่าว ส่วนกำหนดการที่จะเอากระเป๋ากลับมานั้น ยังไม่มี เพราะว่ามินมีคิวงานเยอะขึ้น คิวต่างๆ ถูกแทรกมาเยอะมาก” มิน-พีชญา กล่าว

 

              

  

             

 

     

               

 

 

 

 

                                                           

 

   

 

guest

Post : 29/04/2016 09:14     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  ตายเเล้วฟื้นเห็นนรกสวรรค์

                                              

 

 

    

 

 

 

 

                             พายุถล่มโคราช

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (26 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุพายุฤดูร้อน ฝนตกหนักและลมแรงถล่มในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลทำให้ทรัพย์สินและบ้านเรือนประชาชนพั­งเสียหาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าศาลจังหวัดสีคิ้ว เสาไฟฟ้าหักโค่นนับสิบต้น ป้ายโฆษณาต่างๆ ริมถนนมิตรภาพถูกกระแสลมพัดปลิว


ทั้งนี้ พายุฤดูร้อนครั้งนี้ยังเกิดพายุลูกเห็บขนา­ดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 1 เซนติเมตร ตกลงในพื้นที่อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรายงานความเสียหายทั่วบริเว­ณ รวมทั้งที่บ้านกุดเต่า ต.กุดน้อย อ.สีคิ้ว พบว่าบ้านทรงไทยมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ถูกกระแสลมพัดพังถล่ม ทำให้บ้านทั้งหลังพังราบเป็นหน้ากลอง

 

 

                    

 

 

 

               

 

 

 

 

                           กลอนหวานผ่านใจ

 

 

 

          

 

 

    

 

                 

 

 

                 

 

guest

Post : 28/04/2016 08:28     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  เสี่ยเบนซ์ชนฟอร์ดรอดพยายามฆ่า

 

 

                                       

 

พล.ต.อ.พงศพัศ แถลงแจ้งข้อหา "เสี่ยเจนภพ" กรณีซิ่งไฟลุก นิสิตเสียชีวิต 2 ศพ เจอ 8 ข้อหาหนัก แต่ไม่มีคดีพยายามฆ่า

(26 เม.ย.) เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงความคืบหน้าคดีดังที่สังคมให้ความสนใจ กรณีอุบัติเหตุรถเบนซ์ชนฟอร์ด เป็นเหตุมีผู้เสียชีวิต 2 คน เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังการสืบสวนและสอบปากคำพยานแวดล้อมเสร็จสิ้น ล่าสุดสามารถสรุปข้อหาได้แล้ว

พล.ต.อ.พงศพัศ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ แล้ว สามารถสรุปแจ้งข้อหาแก่คู่กรณีนายเจนภพ ผู้ขับขี่รถเบนซ์ชนฟอร์ด รวมทั้งสิ้น 8 ข้อหา ประกอบด้วย ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นเสียหายและเสียชีวิต , ขับรถขณะหย่อนความสามารถที่จะขับขี่ได้ , ขับรถขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอื่นๆ เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต

สำหรับข้อหาที่ 4 คือ ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด , ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่น , ผู้ขับขี่เป็นบุคคลที่เสพยาเสพติดให้โทษ เสพวัตถุที่ส่งผลต่อจิตและระบบประสาท เป็นเหตุทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต

ขณะที่ข้อหาที่ 7 ได้แก่ ผู้ขับขี่ฝ่าฝืนคำสั่งพนักงานสอบสวนให้มีการตรวจสอบผู้ขับขี่ตามมาตรา 43 ทวิ ที่สามารถสั่งทดสอบความสามารถในการขับขี่ จากการมึนเมาสุราหรือวัตถุอื่นๆ และ แต่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน โดยไม่มีข้อแก้ตัวและเหตุผลโดยสมควร

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.พงศพัศ เปิดเผยอีกว่า กรณีข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นนั้น จากการตรวจสอบยังไม่พบหลักฐานชี้ชัดถึงเจตนาดังกล่าว จึงยังไม่ได้แจ้งข้อหานี้เพิ่มเติมเข้าไป แต่หากผู้เสียหายมีการยื่นฟ้องกับอัยการเพิ่มเติมก็เป็นสิทธิที่ทำได้

ทั้งนี้ นายเจนภพ ผู้ต้องหาขับเบนซ์ชนฟอร์ดยังอยู่ระหว่างการฝากขังผลัดที่ 4 และการประกันตัวต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดังนั้นประเด็นนี้จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลต่อไป

 

               

 

 

               

 

 

guest

Post : 27/04/2016 09:15     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  โพลล์ระบุ รัฐบาลบิ๊กตู่ ปชช.เงินล้นกระเป๋า

 

 

 

                   

 

 

                                         

 

 

 

                  

 

 

จ่อฟันเทือก-จตุพร บิ๊กป้อมขู่ ก.ม.มีผลบังคับแล้ว

 

ไม่ให้ยูเอ็น-อียูสังเกตการณ์ กกต.ออก‘ระเบียบ’ประชามติ วรชัยแฉมีทหารแจกใบปลิว

“ประวิตร” สั่งทีมกฎหมายเช็กยิบ กปปส.-นปช.ตั้งโต๊ะประกาศจุดยืนหนุน-ต้าน รธน.ผิด พ.ร.บ.ประชามติหรือไม่ จวกลั่นห้ามโฆษณาผ่านสื่อชี้นำไม่จบสิ้น โวยไม่ต้องเชิญยูเอ็น-อียูเข้ามาจุ้นสอดส่องการทำประชามติ “บิ๊กตู่” ย้ำทหารไม่ได้ยึดอำนาจอดีตนายกฯ กุมขมับคนไทยไม่รู้เรื่องประชามติ บ่นทะเลาะกันไม่จบเหมือนยุคไดโนเสาร์ “นิพิฏฐ์” ค้านเปิดช่องดึงต่างชาติแทรกแซงประจานตัวเอง “วรชัย” ย้อนศรถามทหารเชิญชวน ปชช.รับร่าง รธน.ผิดด้วยหรือไม่ กกต.คลอด 3 ร่างระเบียบประชามติ 29 เม.ย. รอประธาน กกต.เคาะข้อห้ามรณรงค์รับ-ไม่รับ รธน. “ประยุทธ์” ปิดปากไม่พูดปม “ทักษิณ” จ้างล็อบบี้ยิสต์ โบ้ยสื่อไปถามสำนักข่าวอิศรา ทีมโฆษก คสช. อุบไต๋กุมข้อมูลอ้างยังไม่ถึงเวลาโชว์หลักฐาน “วัฒนา” ซัดสูตรสำเร็จเผด็จการยัดคดี ไปขึ้นศาลยื่น 1 แสนบาทประกันตัวสู้คดีผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

จากกรณีกลุ่มการเมืองสองขั้วใหญ่ ทั้งกลุ่มของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ออกมาประกาศจุดยืนต่อร่างรัฐธรรมนูญพร้อมกัน โดยที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้แล้ว ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่

“บิ๊กป้อม” เช็ก กปปส.–นปช.แถลงข่าวผิด ก.ม.

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. เวลา 09.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (มปท.) หรืออดีตเลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แถลงข่าวแสดงจุดยืนรับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า นี่แหละเป็นสาเหตุที่ต้องออกกฎหมายเพื่อไม่ให้มีใครชี้นำ คนชอบก็ว่าชอบ คนไม่ชอบก็ว่าไม่ชอบ แล้วแต่คนละคน แต่เราไม่ให้มีการโฆษณาหรือยกป้ายสนับสนุน ไม่สนับสนุน เพราะจะไม่จบสิ้นเสียที ตนบอกแล้วว่าปล่อยให้ประชาชนตัดสินใจ เพราะมีทั้งกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ต้องชี้แจงถึงเจตนาการร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะอธิบายขั้นตอนต่างๆ ในการลงประชามติ

เมื่อถามว่าการแถลงข่าวของ กปปส.และ นปช. ผิดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้เจ้าหน้าที่ไปดูทำอย่างนี้ไม่ได้ เพราะกฎหมายออกมาแล้วคิดว่าหยุดเสียที อยากชอบก็ชอบไป แต่ไปคุยกันในบ้านส่วนตัว ไม่ต้องออกมา สื่อเองก็เหมือนกันไม่ต้องไปถามแล้ว จบแล้วถามกันอยู่นั่นแหละ กับคนแค่ 2 คน คนชอบก็ชอบ คนไม่ชอบก็ไม่ชอบ ถามไปก็ได้คำตอบแบบนี้ทุกครั้ง เป็นประเด็นตลอด สื่อไม่ต้องไปถามแล้วพอๆ

ว้ากห้ามโฆษณา สวดชี้นำไม่จบสิ้น

เมื่อถามว่า ถือเป็น 2 กลุ่มสำคัญที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นั่นแหละ แบบนี้ชอบกันไหม บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ชอบทำให้เป็นประเด็น ปล่อยให้ประชาชนมีเสรีบ้าง ไปชี้นำอยู่เรื่อย ไม่จบไม่สิ้น เมื่อถามว่า มีกลุ่มพลเมือง 100 ชื่อ เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายกษิต ภิรมย์ แถลงการณ์ขอให้ คสช.เปิดช่องแสดงความเห็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า กฎหมายออกมาแล้ว ไม่เข้าใจหรือไง บ้านเมืองอยู่ได้ด้วยอะไร ยืนยันว่าจะไม่เป็นสาเหตุทำให้สถานการณ์บ้านเมืองอึมครึม “ผมมองว่าไม่ให้แสดงความคิดเห็นร่างรัฐธรรมนูญดีแล้ว เพราะเห็นชัดเจนว่ามี 2 ค่าย ถ้าจะพูดไปพูดกันในกลุ่มของตัวเอง ไม่ให้โฆษณา ผมไม่ได้ห้ามหรือเอาพลาสเตอร์ปิดปากใครทั้งหมด แต่ไม่ให้ออกมาโฆษณา ไม่ให้ลงสื่อโฆษณา” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ติงยูเอ็น–อียูอย่าจุ้นส่องประชามติ

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีที่ นปช.เรียกร้องให้ยูเอ็นและอียูเข้ามาสังเกตการณ์ในวันลงประชามติว่า เรื่องของ กกต.ไปเรียกร้องอะไร คงไม่มีประเทศไหนที่เรียกร้องให้มาดูการลงประชามติ หากเกี่ยวกับการเลือกตั้งแบบนี้ได้ โดยหลักการแล้วไม่ต้องเชิญมา รอเลือกตั้งดีกว่าเชิญมาดู ใครซื้อเสียง การลงประชามติคงไม่เกี่ยว ทั้งนี้ ยืนยันว่าการลงประชามติเกิดขึ้นแน่นอน เพราะกฎหมายออกแล้ว ยกเว้นตีกันจนลงประชามติไม่ได้ แบบนี้จะไปกันอย่างไร ออกแถลงทุกวันแบบนี้ ถามว่าจะไปกันอย่างไร คนนั้นดีไม่ดี เมื่อถามว่า การลงประชามติครั้งนี้เป็นการประลองระหว่างสองขั้วการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่เกี่ยวหรอก คงไม่ใช่การประลองอะไร มีแต่คนคิดอย่างไร ประชาชนคิดอย่างไร และตัวเองเป็นพรรคการเมือง ไม่ใช่ว่าจะคุมเสียงของตัวเองได้หมด อย่าไปคิดเอาเอง ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องมีใครออกมาแสดงพลังอะไรทั้งนั้น ขณะนี้ใกล้ถึงเวลาการลงประชามติแล้ว

ปัดส่ง กรธ.–กกต.กรอกหูฝ่ายเดียว

เมื่อถามว่า มาตรา 61 ของ พ.ร.บ.ประชามติ จำกัดความคิดเห็นมากเกินหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เห็นแล้วว่าข้อห้ามต่างๆ จะทำให้ไม่เกิดประเด็นขึ้นมาและกลายเป็นความขัดแย้งในสังคม เขาจึงออกกฎหมาย ถ้าทำแล้วมีความขัดแย้งคงไม่ออกกฎหมาย มั่นใจว่ากฎหมายจะไม่สร้างความขัดแย้ง ข้อห้ามทั้งหมดใช้กับทุกคน ถ้าห้ามคนโน้นไม่ห้ามคนนี้ นี่คือเป็นการสร้างความขัดแย้ง เมื่อถามว่า การที่ กกต.และ กรธ.ออกไปชี้แจงประชาชนเป็นการชี้นำฝ่ายเดียวหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ กรธ.ชี้แจงว่าเจตนาการร่างรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร ไม่ได้ชี้นำ และเรื่องนี้ไม่มีฝ่ายไหนทั้งนั้น ถือเป็นฝ่ายประชาชนทั้งหมด ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า การที่นายสุเทพออกมาแถลงข่าวต้องการช่วย คสช.คงไม่เกี่ยว ทาง กปปส.จะรู้ได้อย่างไรว่าใครคิดอย่างไร เพราะ คสช.ไม่ได้ไปร่างรัฐธรรมนูญ

“บิ๊กตู่” ปลุกกำนัน–ผญบ.ขจัดไฟขัดแย้ง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ รังสิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธานมอบนโยบายโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้าน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านภาคกลาง 6 จังหวัดกว่า 3,878 คนเข้าร่วมประชุม พร้อมถ่ายทอดสดผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ไปยังจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ถือว่าตนกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นคนสีเดียวกัน มีเลือดสีเดียวกัน ทุกคนมีส่วนร่วมกันรัฐบาลชุดนี้และ คสช. วันนี้ต้องเชื่อใจตน ตนก็ไว้ใจ เราต้องไม่สนับสนุนให้เกิดความแตกแยก ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่เป็นธรรม สิ่งแรกที่ต้องทำวันนี้ คือทำอย่างไรสังคมจะเกิดความสงบ ไม่ขัดแย้งไม่เห็นต่าง ทุกอย่างต้องกลับมาสู่กระบวนการทางกฎหมาย รัฐบาลไม่ได้จำกัดความคิดเห็นที่แตกต่าง เพียงแต่จะต้องคิดให้ได้ก่อนว่า แตกต่างกันเพื่ออะไร ต้องฟังเหตุผลและข้อมูลทุกด้าน ไม่ใช่หยิบยกอะไรมาเรื่องเดียวแล้วตีกันทั้งหมด ปัญหาไม่มีทางแก้ได้ถ้าเอาความขัดแย้งขึ้นมาก่อน วันนี้เราต้องมาร่วมกันสร้างประชาธิปไตยให้เท่าเทียม ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันให้ได้เสียก่อน

ย้ำทหารไม่ได้ยึดอำนาจอดีตนายกฯ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คำถามที่เกิดขึ้นคือ ทำไมจึงต้องมีทหารเข้ามา เพราะประเทศไทยติดล็อกว่าไม่มีอะไรมาแก้ปัญหาได้เลย ถ้าย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ก่อนวันที่ 22 พ.ค.57 ปัญหาไม่ง่ายแล้ว ปล่อยไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นประเทศเดินหน้าไม่ได้ รัฐบาลไม่มีอำนาจเต็ม นายกฯไม่มีอำนาจ และตนไม่ได้ไปยึดอำนาจมาจากนายกฯ ขณะนั้นเป็นรัฐบาลที่ไม่มีนายกฯ ตามกฎหมายเขียนไว้ว่าใช้จ่ายงบประมาณ ไม่ได้ในปี 57 แล้วปี 58 ต้องทำงบประมาณใหม่แล้วจะปล่อยให้ตีกันต่อไปหรือ ตนจำเป็นต้องเข้ามาเพื่อปลดล็อกตรงนั้น ย้อนกลับไปปี 53 ไม่มีใครอยากจะทำร้ายประเทศของเรา ทหารก็เป็นลูกหลานของพวกเราทั้งสิ้น ไม่ใช่คนใจร้าย แต่เมื่อเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายก็ต้องทำ ปัญหาครั้งล่าสุดนี้ทุกคนก็เห็นอยู่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นจาก 2 ฝ่าย แต่ฝ่ายใดทำผิดกฎหมายมากที่สุด จะไปเข้าข้างใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้ ตนไม่ได้เข้ามาเพื่อชี้ว่าไอ้นี่ผิดถูก แต่นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทุกคนไม่เข้ามาก็อยู่อย่างทุกวันนี้ เมื่อเข้ามาก็ไปต่อสู้ ตนจะไปยุ่งอะไร ขี้เกียจตอบ ไม่ตอบแล้ว สื่อแส่เลิก ไม่ไปทะเลาะกับใครอยู่แล้วมันเสียเวลา แต่หงุดหงิดก็มีบ้าง ทหารเป็นแบบนี้ ไม่อย่างนั้นปกครองกันไม่ได้

บ่นทะเลาะไม่จบเหมือนยุคไดโนเสาร์

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นนายกฯหรือเปล่า รู้อย่างเดียวว่าตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน คือความตั้งใจของรัฐบาลและ คสช. อย่าไปฟังสิ่งบิดเบือนที่บอกว่าตนทำเพื่ออำนาจ กฎหมายว่าอย่างไรก็อย่างนั้น นำเข้าสู่กระบวนการทั้งหมดใครผิดก็เข้ามาต่อสู้ แต่ถ้าไม่เข้าถือว่าเป็นผู้ต้องหา กฎหมายตัดสินแล้วว่าผิดคือผิด ไม่ใช่ศาลตัดสินแล้วแสดงว่าเข้าข้างโน้น ไม่ใช่ว่าคดีเมื่อ 4-5 ปี ให้ยกเลิกทั้งหมด อ้างว่าศาลไว้ใจไม่ได้ อย่ามาคิดแบบที่บิดเบือนกันมา ใครทำดีก็ตอบแทน ใครทำไม่ดีก็ลงโทษ ระบอบปกครองแบบประชาธิปไตยอาจเป็นระบบการปกครองที่ดีที่สุด แต่ใช่ว่าจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ปัญหาตั้งแต่อดีตมามักเกิดจากคนนำเรื่องราวไปสู่การทะเลาะ จนบางครั้งคิดว่าคนจะกินกันเองเหมือนไดโนเสาร์ยุคก่อนหรือไม่ มีปัญหานิดเดียวยังทะเลาะกันไม่จบสิ้น

กุมขมับคนไทยไม่รู้เรื่องประชามติ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า สวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นประชาชน ระบุว่า ประชาชน 70 เปอร์เซ็นต์ ไม่รู้เรื่องประชามติ และรัฐธรรมนูญ แล้วเราจะทำกันอย่างไร หรือประเทศจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก ตนเข้ามาช่วงที่ประชาธิปไตยไทยกำลังเอน จึงเข้ามาแก้ไม่ให้มันเอน คนไทยต้องช่วยกัน ไม่ควรฝากชีวิตไว้กับใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าผิดกฎหมายก็จับดำเนินคดี มีคนบางคนต้องการให้ คสช.จับ พอจับแล้วจะได้ไปฟ้องโลก ไอ้ขี้เท่อ ประเทศชาติ เสียหาย ตนก็กลัวเหมือนกัน กลัวคนอื่นเขาไม่ชอบแล้วจะตีหัวเอา ไม่ใช่ผมไม่ใช่ทหารตำรวจ แต่คนเขารังเกียจพวกเหล่านี้ขึ้นเรื่อยๆ แล้วจะให้ประท้วงกันแบบนี้หรือ

คสช.ยันบังคับใช้ ก.ม.เท่าเทียมทุกกลุ่ม

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนงานรักษาความสงบ สำนักงานเลขาธิการคสช. กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของ นปช.และ กปปส.ว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายกำลังตรวจสอบว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร กกต.ต้องเป็นผู้ชี้แจงทำความเข้าใจ ส่วนการเคลื่อนไหวของ กปปส. นั้น ประชาชนร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ต้องการความรุนแรง ต้องการใช้ชีวิตปกติสุขมากกว่า เราดำเนินการเท่าเทียมกันตามกรอบกฎหมายทุกกลุ่มทุกฝ่าย หากอะไรที่นำไปสู่ความไม่สงบ ต้องเข้าไประงับยับยั้งทันที ยืนยันว่าไม่มีการปฏิบัติสองมาตรฐาน ตอนนี้เมื่อมีกฎหมายประชามติแล้ว และยังมีประกาศหรือคำสั่ง คสช. ขอชี้แจงว่า คสช.จะพิจารณาในภาพรวม แต่จะให้ใช้กฎหมายปกติเป็นหลักก่อน หลังจากที่มีการประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการลงประชามติ ให้ประชาชนได้ศึกษาว่าทำอะไรได้ หรือทำอะไรไม่ได้ จะได้ไม่มีข้อกังขา ผู้ที่ต้องชี้แจงได้ชัดเจนที่สุดคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะได้รับรู้รับทราบร่วมกันต่อไปจะได้ไม่กังวล การทำอะไรจะได้อยู่ในกรอบกฎหมาย เป็นเรื่องที่ทุกคนคงจะได้สบายใจ

ผบ.ตร.สั่งจับตาเข้มสองกลุ่มต่างขั้ว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สั่งการให้ตำรวจสันติบาล ตำรวจท้องที่ และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่ม นปช. และกลุ่มของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หากพบมีการแสดงความคิดเห็นหรือออกมารณรงค์ให้ประชาชน ไม่ออกไปใช้สิทธิ์ลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หรือชี้นำให้ประชาชนออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง จะมีความผิดตามมาตรา 62 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากการติดตามทางโซเชียลมีเดียและช่องทางต่างๆ ยังไม่พบมีการออกมาเคลื่อนไหวโดยมีนัยแต่อย่างใด ขอให้ผู้ที่จะออกมาแสดงความเห็น อย่ากระทำผิดกฎหมาย เพื่อให้การลงเสียงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

“มีชัย” จ่อลงพื้นที่แย้มให้ สนช.ร่วมขบวน

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม กรธ.ว่า กรธ.จะหารือเรื่องแนวทางการประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นจะให้แม่ข่ายอาสาสมัครจากกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข มาร่วมดำเนินการ นอกจากนี้อาจหารือว่า จะให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมชี้แจงคำถามพ่วงประชามติในเวทีเดียวกันหรือไม่ เพราะกังวลว่าถ้า กรธ.และ สนช.ไปชี้แจงคนละครั้ง อาจจะยิ่งทำให้ประชาชนสับสน โดย กรธ.จะอธิบายรายละเอียดร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่ สนช.จะได้อธิบายคำถามพ่วง จะได้ช่วยกันชี้แจง ถ้าต่างคนต่างไปจะเสียเวลาชาวบ้านต้องมาฟัง และไปพูดคนละทีสองที จะกลายเป็นพูดไม่ตรงกันหรือพูดขัดกัน อาจทำให้สับสน ตนจะไปด้วยตนเองบางจุดจะดูเป็นวาระ เช่น การลงพื้นที่ร่วม

ใครขัดขวาง กรธ.ว่ากันตามกฎหมาย

เมื่อถามว่า กังวลว่าจะเกิดความวุ่นวายเหมือนเหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า เราจะบอกให้ฝ่ายบ้านเมืองให้รู้ว่าจะไปไหนทำอะไร ขณะที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติมีผลบังคับใช้แล้ว ถ้ามีการขัดขวางการทำงานของ กรธ.ต้องว่ากันตามกฎหมาย หากมีความวุ่นวายเกิดขึ้นไม่เป็นไร จะพยายามพูดให้เขาได้สติ ส่วนที่บางกลุ่มการออกมาแสดงความเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้ไม่มีความเห็น เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพิจารณามองในแง่ของบางพรรค หรือบางคนที่คุ้นเคยกับการใช้อำนาจตามอำเภอใจ รักษาผลประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง รัฐธรรมนูญนี้คงยากที่เขาจะยอมรับได้ แต่ในแง่ประชาชนได้อะไรคือ มีกฎกติกาถาวร ใช้กฎหมายอย่างเท่ากัน ไม่ใช่ว่าตะรางมีไว้ขังคนจน คนรวยไม่ถูกขัง และการปฏิรูปจะเดินหน้าสู่จุดหมายที่ดีได้ ประชาชนต้องพิจารณาว่าจะเห็นแก่พรรคการเมือง หรือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนที่จะได้มีความทัดเทียมกัน สำหรับนักวิชาการที่ติติงร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าอ่านดีๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่า ถ้าทำใจกว้างๆ และเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก คงจะไปกันได้มั่นใจว่า กรธ.จะอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ แต่อาจมีข้อเสียเปรียบ เครือข่ายพรรคการเมือง แต่ต้องพยายามเต็มที่

“วันชัย” ซัด นปช.ชักศึกเข้าบ้านย่ำยีคนไทย

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณี นปช.ขอให้ดึงองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ตัวแทนสหภาพยุโรป (อียู) เข้าร่วมสังเกตการณ์การทำประชามติว่า ไม่เห็นด้วยที่จะชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้านโดยไม่จำเป็น คนไทยดูแลกันเองได้ ทุกภาคส่วนมีสิทธิร้องเรียนหากเห็นการทุจริต ไม่จำเป็นต้องให้คนต่างด้าวท้าวต่างแดนมาดูแล การชักชวนต่างชาติเข้ามาเท่ากับย่ำยีดูถูกถูกคนไทยด้วยกันเอง รัฐบาล คสช.คงรู้ทันเกม ไม่หลงกระแสตามคนที่จงใจป่วนทั้งในและนอกประเทศ ต้องการสร้างสถานการณ์บ้านเมืองไม่ว่าสงบเรียบร้อยหวังชักนำชาวต่างชาติเข้ามา ส่วนกรณี กปปส.ออกมาสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญนั้น เป็นสิทธิของทุกกลุ่มทุกพรรค แต่กฎหมายประชามติห้ามรณรงค์ชี้นำ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเห็นด้วยหรือไม่ ไม่ถือเป็นตัวชี้ขาดว่าประชามติจะราบรื่น แต่สำคัญอยู่ที่ กรธ. กกต. และผู้เกี่ยวข้องจะเผยแพร่ความเข้าใจไปยังประชาชนได้มากน้อยแค่ไหนมากกว่า

“นิพิฏฐ์” ฉะประจานตัวเองดึงต่างชาติแทรก

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีแกนนำกลุ่ม นปช. ออกมาเรียกร้องให้ คสช.เปิดให้ยูเอ็น ตัวแทนอียูหรือองค์การระหว่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในไทยโดยเปรียบเทียบกับพม่าว่า สถานการณ์ไทยต่างกับพม่า หลังพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ รัฐบาลทหารก็เข้ายึดอำนาจนานกว่า 50 ปี เพิ่งจะกลับเข้าสู่ระบบประชาธิปไตย พม่าปรับตัวหลุดพ้นจากระบบทหารได้ แต่ไทยเราอยู่ในระบบประชาธิปไตยมาก่อน เพิ่งจะสะดุดล้มช่วง 3 ปีนี้ ขณะนี้กำลังจะลุกขึ้นเดินต่อเข้าสู่ระบบประชาธิปไตยอีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องดึงองค์กรต่างชาติ หรือคนชาติอื่นมายุ่งในกิจการภายในของเรา เท่ากับการประจานประเทศเราเองว่าคนในชาติคุยกันไม่ได้ต้องดึงคนต่างชาติมาแทรกแซงกิจการภายในของชาติไทย ที่พม่าให้ต่างชาติสังเกตการณ์เพราะอยู่กับรัฐบาลทหารมาตลอด การเลือกตั้งหรือทำประชามติใดๆ ไม่มีประสบการณ์ ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่ม กปปส. ประกาศสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ เป็นดุลพินิจของแต่ละกลุ่ม แต่ละพรรค ท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ก่อนถึงเวลาโหวตประชามติพรรคประชาธิปัตย์จะมีท่าที นายอภิสิทธิ์เรียกร้องว่าขอให้รัฐบาลบอกว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ประชาชนจะได้อะไร คือควรมีตัวเลือกให้ประชาชน

“วิรัตน์” ชี้ กปปส.เห็นต่าง ปชป.เรื่องปกติ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ มปท.หรือกลุ่ม กปปส. เดิมแสดงจุดยืนยอมรับร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นเรื่องของกลุ่ม กปปส. และเป็นเรื่องปกติที่เห็นต่างกับท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีอะไรน่ากังวล สมาชิกพรรคเองทุกคนไม่ได้เห็นเหมือนกัน แต่เมื่อสรุปได้ข้อยุติแล้ว เราต้องว่าตามนั้น เมื่อถามว่า เมื่อกลุ่มแกนนำ กปปส.เห็นต่างจากแนวคิดของพรรค อดีตแกนนำ กปปส.จะกลับมาที่พรรคประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ นายวิรัตน์ กล่าวว่า ตอนนี้มีแค่นายสุเทพเท่านั้นที่ประกาศตัวว่าไม่กลับมาที่พรรคแล้ว ส่วนแกนนำคนอื่นจะกลับมาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) จะตัดสินใจอย่างไร ถ้าเห็นว่าแกนนำ กปปส.เป็นการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยด้านหนึ่ง ไม่ขัดแย้งกับแนวนโยบายพรรคก็จบ แต่ถ้าเห็นว่าไปทำการเมืองนอกจากระบบของพรรค จะไม่เห็นชอบก็เป็นสิทธิของ กก.บห.จะพิจารณา

“วรชัย” ย้อนทหารชวนรับร่างผิดหรือไม่

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรค เพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ปรากฏภาพทหารเดินแจกใบปลิวตามพื้นที่ต่างๆ ทั้งภาคเหนือและภาคใต้ ชักชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิรับร่างรัฐธรรมนูญ กกต.ต้องตัดสินว่าผิด พ.ร.บ.ประชามติหรือไม่ ขอให้ กกต.ประกาศชัดเจนว่าอะไรพูดได้หรือพูดไม่ได้ ไม่เช่นนั้นกฎหมายนี้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือจัดการผู้เห็นต่าง จะเป็นข้ออ้างให้พวกตนโดนจับไปเรื่อยๆ อย่าใช้ พ.ร.บ.ประชามติทำลายใครอีก และยังมีประเด็นคำว่าคลุมเครือ การตีความคืออะไร ถ้าบอกว่าไม่รับร่างฯ หรือบอกว่า ส.ว.ลากตั้งมีอำนาจเลือกนายกฯคลุมเครือหรือเปล่า ขอเรียกร้องให้ กกต.ทำงานเป็นระบบ ต้องแจ้งประชาชนว่าวิจารณ์ได้แค่ไหน ต้องทำอย่างไรให้ชัดเจน ถ้ายังคลุมเครืออยู่ แล้วประชามติไม่ผ่านจะทำอย่างไร หากประชามติผ่านแบบบริสุทธิ์ยุติธรรมจะยอมรับ แต่ถ้าไม่ขาวสะอาด ประชาชนไม่ยอมรับแน่ คิดว่าประชาชนจะไม่ให้โอกาสอีกแล้ว ขณะนี้ภัยแล้ง ขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนหนัก ร้องเรียนมาว่าไม่มีจะกินแล้ว ช่วยบอก คสช.ให้ลงไปดูแล แต่กลับมาไล่ล่าพวกเรา มากล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่เบื้องหลังการป่วนประเทศซึ่งไม่ใช่ ขอให้ลงไปดูปัญหาอย่าหมักหมม อย่าคิดว่าใช้อำนาจได้กับทุกอย่าง

“พิชัย” ตื๊อขอ คสช.ไปประชุมสหรัฐฯ–ยุโรป

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สภาแห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้เชิญตนให้เข้าร่วมหารือสถานการณ์ในประเทศไทย ที่สำนักงานในกรุงวอชิงตัน หรือที่นครนิวยอร์ก ช่วงปลายเดือน พ.ค. และยังได้รับเชิญให้ร่วมงาน 2016 SOUTHEASTERN EUROPEAN GATHERING ที่กรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย ในวันที่ 27-29 พ.ค.ด้วย โดยสภาแห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นองค์กรสมาชิกแห่งชาติที่เป็นกลาง และเป็นสถาบันวิจัย สมาชิกเป็นประธานาธิบดี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการคลังในอดีตและปัจจุบันของประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก ตลอดจนข้าราชการอาวุโสของประเทศสหรัฐอเมริกา นักวิชาการ และผู้นำทางเศรษฐกิจ และกลุ่มองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ทั้งนี้ได้ยื่น คสช.ขออนุมัติการเดินทางแล้วหวังว่าจะได้รับการอนุมัติ

กกต.คลอดร่างระเบียบประชามติ

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งกล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติ 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1. ร่างระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติ พ.ศ... 2.ร่างระเบียบกกต.ว่าด้วยการใช้จ่ายเงินในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ พ.ศ... 3.ร่างระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญฯ ขั้นตอนการออกเสียง การจัดสรรเวลาออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. ...คาดว่าจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาได้ในวันเดียวกันนี้และมีผลบังคับใช้ในวันถัดไป จากนั้นวันที่ 29 เม.ย. จะประชุมพิจารณาร่างประกาศ กกต.ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมรวมทั้งพิจารณาอะไรทำได้ไม่ได้ แม้จะมีความชัดเจนเบื้องต้นแล้วแต่ต้องรอประธาน กกต. กลับจากเดินทางดูงานต่างประเทศเพื่อพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง

ดึง 6 สถานีฟรีทีวีเผยแพร่กิจกรรม

นายสมชัยกล่าวว่า ส่วนการจัดอภิปรายเชิงวิชาการเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ เปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการและสื่อมวลชนสามารถจัดอภิปรายได้ แต่ถ้ากลุ่มองค์กรอื่นที่ต้องการจัดอภิปรายต้องจัดร่วมกับ 3 หน่วยงานนี้เท่านั้น แนวทางที่ กกต.ออกมาไม่ได้ครอบคลุมทุกเรื่อง การกระทำบางอย่างอาจคาบเกี่ยวขัดประกาศ คำสั่ง คสช.ผู้จัดต้องรับผิดชอบเอง เมื่อถามว่า พ.ร.บ.ประชามติมีผลบังคับใช้แล้วการบังคับใช้ครอบคลุมถึงการแสดงความคิดเห็นของนายกฯด้วยหรือไม่นายสมชัยปฏิเสธจะตอบคำถาม ระบุสั้นๆว่า “เป็นคำถามหาเรื่อง พ.ร.บ. ประชามติ ประธาน กกต.เป็นผู้รักษาการกฎหมาย ฉะนั้นขอให้ไปถามประธาน กกต.” ส่วนของการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ กกต.จะเชิญผู้บริหารสถานีฟรีทีวี 6 สถานี ประกอบด้วยช่อง 3, 5, 7, 9, 11 และไทยพีบีเอส ให้จัดสรรเวลาช่วงไพรม์ไทม์เพื่อเผยแพร่กิจกรรมประชามติ ที่กำหนดไว้ 2 รูปแบบ รวม 12 ครั้ง

องค์กรสื่อขอตีกรอบให้ชัดเจน

ต่อมาเมื่อเวลา 16.30 น. องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน นำโดยนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เข้ายื่นข้อห่วงใยในการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน ภายหลัง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติมีผลบังคับใช้ ถึงประธาน กกต. ผ่านนายประวิช รัตนเพียร กกต. เนื่องจากเห็นว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 มีบทบัญญัติที่อาจจะกระทบต่อการทำหน้าที่สื่อมวลชนในการเผยแพร่และนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะความคลุมเครือในมาตรา 7 ที่มีการตัดคำว่า “รณรงค์” ออกจากร่างกฎหมาย รวมทั้งมาตรา 61 ที่ระบุถึงการแพร่ภาพ เสียง ข้อความตามช่องทางของสื่อต่างๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การตีความว่าเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายในลักษณะจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงไปในทางใดทางหนึ่ง ทั้งนี้ จึงขอให้ กกต.ให้หลักประกันที่ชัดเจนกับสื่อมวลชนทุกแขนง

ประกาศบังคับใช้หลักเกณฑ์ออกเสียง

ค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้เผยแพร่ระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2559 โดยระเบียบดังกล่าวมีตัวอย่างบัตรลงคะแนนเสียงด้วย พร้อมระบุให้ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา (เฉพาะอำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอนาทวี) ให้เพิ่มค่าตอบแทน สําหรับการปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยในวันอบรม วันรับวัสดุอุปกรณ์ และวันลงคะแนนให้เจ้าหน้าที่ รวมทั้งเพิ่มค่าตอบแทนสําหรับการรายงานผลคะแนนออกเสียงประชามติผ่านสมาร์ทโฟน หน่วย/ที่ออกเสียงละ 20 บาท จ่ายให้แก่ ผอ.ประจําหน่วยออกเสียง/ที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด หรือผู้ได้รับมอบหมายให้รายงาน และเว็บไซต์ราชกิจจาฯ เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการใช้จ่ายเงินในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2559 แล้ว โดยทั้ง 2 ฉบับมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา

นายกฯโบ้ย “อิศรา” แฉปมล็อบบี้ยิสต์

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 15.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ นโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ผลการประชุม นบข.ทางปลัดกระทรวง พาณิชย์เป็นผู้ชี้แจง” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ถามผู้สื่อข่าวว่ามีอะไรถามมา “ถ้าถามการเมืองไม่ตอบ ก็ไม่มีงานทำ ถ้าถามการเมืองไม่มีคำตอบ” เมื่อ ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าจะมีการเปิดเผยเกี่ยวกับข้อมูลจ้างล็อบบี้ยิสต์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า “ไปถามทางอิศรา (สำนักข่าวอิศรา) เขาสิเขามีข้อมูล” ก่อนที่จะเดินเลี่ยงขึ้นห้องทำงาน บนตึกไทยคู่ฟ้าทันที

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ เรียกร้อง คสช.โชว์หลักฐานกล่าวหา นายทักษิณ ชินวัตร จ้างล็อบบี้ยิสต์มาเคลื่อนไหวป่วนประเทศไทย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.พูดตามข้อมูลต่างประเทศที่ออกข่าว ไม่ได้คิดเอง เมื่อถามว่า นายกฯเอ่ยชื่อนายทักษิณจะส่งผลการเมืองแรงขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คงไม่ นายกฯพูดตาม ข้อมูลที่ต่างประเทศออกมา

ทีม คสช.อุบไต๋ยังไม่ถึงเวลาโชว์ของ

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนงานรักษาความสงบ สำนักงานเลขาธิการ คสช. กล่าวถึงกรณีนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ เรียกร้อง คสช.โชว์หลักฐานกล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จ้างล็อบบี้ยิสต์ ทำลายความน่าเชื่อถือประเทศไทยว่า ตอนนี้มีข้อมูลบางส่วนส่งมาให้บ้างแล้ว เจ้าหน้าที่รวบรวมเอกสารไว้แล้ว เพียงแต่ยังไม่เปิดเผยในเวลานี้ ซึ่งเป็นไปตามที่นายกฯระบุไปแล้วว่ามีการจ้าง แต่รายละเอียดเอกสาร คสช.ขอสงวนสิทธิ์ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เข้าทางคนที่ท้าให้เปิด เรื่องเหล่านี้พี่น้องประชาชนตรวจสอบสืบค้นได้ทุกช่องทางการสื่อสาร ไม่ใช่เอกสารลับแต่อย่างใด ส่วนการที่นายทักษิณวิจารณ์นายกฯนั้น ขอชี้แจงว่า คสช.มองการแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญสุด รวมทั้งบรรยากาศความสงบสุขของบ้านเมือง ปัญหาทางการเมือง แม้ว่าจะมีคนสนใจบางกลุ่มบางพวก เท่านั้น แต่ไม่ใช่ความเร่งด่วนสูงสุด ส่วนที่นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย ยังคงแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กต่อเนื่อง เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายดำเนินการ

“วัชระ” หยัน “นพดล” ท้าทายแก้เกี้ยว

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศท้าให้โชว์หลักฐานที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ในต่างประเทศว่า เป็นการแก้เกี้ยว นายนพดลควรบอกให้นายทักษิณกล้ายอมรับความเป็นจริง หลักฐานการจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ในสหรัฐฯ สำนักข่าวอิศรานำมาเปิดเผยหมดแล้วว่ามีมากถึง 5 บริษัท และนายทักษิณยังเขียนหนังสือยอมรับด้วยตนเองในคำนำของหนังสือสมุดปกขาว การสังหารหมู่ที่กรุงเทพฯ โดยสำนัก กฎหมายอัมสเตอร์ดัมแอนด์เปรอฟจัดพิมพ์ว่า เป็นคนขอให้สำนักกฎหมายนี้เข้ามาศึกษากรณีการประท้วง ของกลุ่มคนเสื้อแดง โลกควรจะได้เข้าใจในประเทศไทย คือคำสารภาพของนายทักษิณในหนังสือที่หมิ่นสถาบันสำคัญของชาติ หมิ่นศาลยุติธรรมและหมิ่นประมาทกองทัพบกไทย ไม่ทราบว่านายนพดลจะแก้ตัวให้นายใหญ่ว่าอย่างไรอีก

“วัฒนา” อัดสูตรสำเร็จเผด็จการยัดคดี

ช่วงเช้า นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “สูตรสำเร็จของเผด็จการ” ว่า เมื่อคืนวันที่ 24 เม.ย. ไปรับลูกสาวกลับจากฮ่องกง และวันนี้จะไปศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อรายงานตัวต่อศาลในคดีที่ได้รับอภินันทนาการเพราะบังอาจไปกล่าวหาท่านผู้มีอำนาจว่า การยึดอำนาจทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างมหาศาล ซึ่งตำรวจและอัยการเห็นว่าเป็นการโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จที่ทำให้ คสช.ได้รับความเสียหาย ใครรู้ช่วยบอกทีว่าข้อความเท็จตรงไหน เผื่อจะได้เอาไปสู้คดี สูตรสำเร็จของเผด็จการที่ผ่านมา จะเริ่มจากการใช้กระบวนการยุติธรรมที่กำหนดขึ้นเองเป็นเครื่องมือจัดการกับฝ่ายตรงข้าม ข่มขู่ ยัดเยียดคดี หรือขุดคุ้ยเรื่องเก่า เพื่อใช้เป็นเครื่องมือบีบบังคับให้อีกฝ่ายยอมตามที่ผู้มีอำนาจต้องการ สำหรับคดีนี้ตนได้ยื่นร้องให้อัยการสอบพยานเพิ่มเติมแต่ถูกปฏิเสธ อัยการแจ้งว่าได้ยื่นฟ้องคดีไปในช่วงที่ถูกควบคุมตัวครั้งล่าสุด ตนเข้าใจเพราะขนาดอดีตอัยการสูงสุดยังเคยถูกคำสั่ง คสช.ย้ายมาแล้ว อัยการระดับฝ่ายไหนเลยจะกล้าให้ความเป็นธรรม

ลั่นไม่ก้มหัวสยบอำนาจนอกระบบ

นายวัฒนาระบุว่า ถูก คสช.ควบคุมตัวครั้งล่าสุด เพราะโพสต์ข้อความแสดงความเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่เมื่อวันที่ 24 เม.ย. มีกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนคสช. ออกมาแถลงสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่กฎหมายประชามติมีผลบังคับ หลายฝ่ายกำลังจับตาดูว่าผู้แถลงจะถูกนำตัวไปปรับทัศนคติแบบตนตามคำพูดของท่านผู้นำหรือไม่ ตนไม่ติดตามเพราะเลิกเชื่อมานานแล้ว ถูก คสช.นำตัวไปปรับทัศนคติหลายครั้ง ท้ายสุดถูกดำเนินคดีต่อศาล ล้วนมาจากการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งเห็นว่าเป็นสิทธิและยังมีคดีขัดคำสั่ง คสช.ที่ศาลทหารกรุงเทพฯอีกหนึ่งคดี คาดว่าคงสะสมได้อีกหลายคดี จนกว่าจะครบเวลา ตามโรดแม็ป ยิ่งหากท่านผู้นำได้เวลาเพิ่มอีก 5 ปี อาจสร้างสถิติใหม่ แต่วิธีการเหล่านี้ไม่ได้ทำให้หวั่นไหว จะยังคงมีความเห็นและต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนต่อไป เพราะไม่เคยคิดจะก้มหัวให้กับอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน

ขึ้นศาลยื่นประกันตัวสู้คดี พ.ร.บ.คอมฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ เป็นโจทก์ฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ เป็นจำเลยในความผิดฐานนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 ตามที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้โพสต์แสดงข้อความในบัญชีเฟซบุ๊ก “Wattana Muangsook” มีข้อความทำนองว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รมว.กลาโหม จะไม่คืนอำนาจให้ประชาชน ซึ่งความจริง คสช.ดำเนินการร่าง รธน.และจัดให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนไม่ใช่เป็นการยึดอำนาจตลอดไป ทั้งนี้นายวัฒนากล่าวปฏิเสธหลังสอบคำให้การพร้อมยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว 100,000 บาท ระหว่างพิจารณาคดี โดยศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวและมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลก่อน

อัยการศาลทหารฟ้อง “จ่านิว” บุกราชภักดิ์

ที่ศาลทหารกรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อัยการศาลทหารได้นัดนายอานนท์ นำภา นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว) น.ส.กรกนก คำตา นายกิตติธัช สุมาลย์นพ นายวิจิตร หันหาบุญ นายวิศรุต อนุกูล–การย์ โดยอัยการมีคำสั่งส่งฟ้องต่อศาลทหารในคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.กรณีนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.58 และชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ทำให้ทั้ง 6 คน ต้องถูกคุมตัวในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯและทัณฑสถานหญิงกรุงเทพฯระหว่างการพิจารณาคดี หลังจากนั้นทนายได้ยื่นหลักทรัพย์คนละ 40,000 บาท เพื่อขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัว และมีเงื่อนไขห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง ยุยง ปลุกปั่นทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และห้ามเดินทางออกนอกประเทศก่อนได้รับอนุญาตจากศาล

ปล่อยตัวแล้วชูกำปั้นเคลื่อนไหวต่อ

ต่อมาเวลา 20.20 น. เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพปล่อยตัวนายสิรวิชญ์พร้อมพวกรวม 6 คน ท่ามกลางเหล่าญาติมิตรที่มาเฝ้ารอรับ ก่อนที่ทั้งหมดเดินไปรวมกันที่ป้ายเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และแสดงสัญลักษณ์ด้วยการชูกำปั้นพร้อมกัน ทั้งนี้นายสิรวิชญ์กล่าวว่า วันนี้คนตรวจสอบทุจริตกลับต้องเดินเข้าเรือนจำ แต่คนฉ้อฉลกลับไม่เป็นอะไร ส่วนตัวยืนยันเคลื่อนไหวต่อภายใต้กฎหมายปกติ เพราะกฎหมายใดที่ไม่ชอบธรรมจะไม่ยอมรับ

แจงคดี “จาตุรนต์” ขึ้นศาลอาญา–ทหาร

ขณะเดียวกัน ที่ศาลทหารกรุงเทพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาฯพร้อมทนายเดินทางมาฟังคำวินิจฉัยของศาลทหาร ภายหลังยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาเพิ่มเติมคดีความผิดฐานขัดประกาศ คสช.ฉบับที่ 37/2557 และ 38/2557 ที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารเนื่องจากการกระทำเกิดขึ้นก่อนมีคำสั่ง คสช.ดังนั้นคดีจึงควรอยู่ในศาลอาญา รวมถึงประกาศ คสช.ฉบับที่ 37 และ 38 ที่ขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 4 ว่าด้วยเรื่องสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของประชาชนที่ได้รับคุ้มครองตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ทั้งนี้ศาลทหารได้อ่านคำสั่งของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่อัยการศาลทหารกรุงเทพยื่นฟ้องนายจาตุรนต์ คดีฝ่าฝืนประกาศ คสช.ฉบับที่ 37/2557 และ 38/2557 ให้อยู่ในศาลพลเรือนหรือศาลอาญา ส่วนข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และคดีความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ให้อยู่ในศาลทหาร ทั้งนี้ฐานความผิดนายจาตุรนต์ขัดคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 37 และ 38 ที่ไม่เข้ารายงานตัว กระทำการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบหรือละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และ พ.ร.บ.กระทำ ผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ

นักวิชาการหวั่นคำถามพ่วงก่อปัญหา

วันเดียวกัน ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดงานเสวนา “คำถามพ่วงท้ายมีนัยอย่างไร” โดยนายตระกูล มีชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังไม่ตอบโจทย์ข้อเสนอแนะของแม่น้ำ 4 สาย โครงสร้างกลไกของร่างรัฐธรรมนูญ ยังไม่มีหลักประกันเพียงพอในการสร้างเสถียรภาพทางอำนาจ ซึ่งอาจเกิดความเกรงกลัวว่าฝ่ายการเมืองจะเข้ามาคุมกลไกอำนาจ โดยอาจเกิดจากคนที่มีอำนาจ แล้วไม่อยากลงจากอำนาจเลยต้องมีคำถามพ่วง

นายอรรถสิทธิ์ พานแก้ว อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเพิ่มคำถามพ่วงการทำประชามติจะส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้ใช้สิทธิ์ ถ้าลงประชามติแค่ร่างรัฐธรรมนูญก็คิดอีกแบบ แต่พอมีคำถามพ่วงจะทำให้ประชาชนคิดอีกแบบหนึ่ง ถ้าคำถามพ่วงผ่านแต่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะมีผลต่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับต่อไปหรือไม่

ตร.บุกยึดเอกสารค้านไม่รับร่าง รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการเสวนากลุ่มพลเมือง ผู้ห่วงใย นำโดยนายไพโรจน์ พลเพชร นายกสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและอดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมาย แถลงถึงการทำประชามติว่า ต้องจัดทำด้วยความชอบธรรม โปร่งใส สุจริตและเที่ยงธรรม ให้ประชาชนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต การปิดกั้นเสรีภาพ การแสดงออกรวมถึงการนำผู้ที่มีความเห็นต่างไปปรับทัศนคติ เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน ลดความชอบธรรมของกระบวนการทำประชามติ จึงต้องกำหนดให้ชัดเจนก่อนทำประชามติว่าจะมีทางเลือกอย่างไรกรณีทำประชามติไม่ผ่าน

ภายหลังแถลงข่าวได้เกิดเหตุวุ่นวายภายนอกห้องเสวนาเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้ยึดเอกสารรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของนางเบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว นักวิชาการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติวิธีศึกษา ม.มหิดล ที่เตรียมนำมาแจกให้ผู้ร่วมเสวนาก่อนนำตัวไปพูดคุยที่ สน.ปทุมวัน ซึ่งนางเบญจรัตน์ชี้แจงว่า ที่นำเอกสารมาแจกจ่ายเพราะมีข้อมูลซึ่งเป็นประโยชน์ที่ประชาชนควรนำไปพิจารณาอย่างรอบด้าน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขอเอกสารไปตรวจสอบ และขอเบอร์โทรศัพท์นางเบญจรัตน์ เพื่อติดต่อกลับภายหลัง

 

 

 

 

รวบหนุ่มวัย 19 ปี ซิ่งเก๋งปาดหน้า เบียดกระบะข้ามเกาะชนสิบล้อ - สลดกระบะดับคาที่

 

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 เม.ย. พ.ต.ท.ขวัญชัย กองศักดิ์ รองผกก.(สอบสวน) สน.ลำผักชี รับแจ้งเหตุรถชนกันหลายคัน หน้าตลาดลำผักชี ถนนสุวินทวงศ์ขาออก แขวงลำผักชี เขตหนองจอก รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่มไทร

 

ที่เกิดเหตุอยู่ตรงข้ามกับซอยสุวินทวงศ์64 เยื้องกับตลาดลำผักชี เจ้าหน้าที่พบรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีบรอนซ์เงิน หมายเลขเลขทะเบียน 1 ฒร 4855 กรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาพด้านหน้าพังเสียหายยับเยิน กระจกแตก ยางแตก ใกล้กันบนพื้นถนนพบศพนายอนุวัฒน์ มินเจริญ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว กระเด็นตกจากรถมาเสียชีวิตอยู่บนพื้นถนน และยังมีนายธนิศร โสภา ผู้ที่นั่งมากับรถคันดังกล่าวได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลการุณเวช ใกล้กันพบรถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นซันนี่ สีเลือดหมู หมายเลขทะเบียน ฎณ 3059 กรุงเทพมหานคร สภาพกันชนด้านหน้าและกระโปรงหน้ายุบไปถึงเครื่องยน์จนเครื่องยนต์พังยับ ยางล้อหน้าทั้งคู่แตกมีนายณัฐพล ลินเพ็ง อายุ 19 ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลการุณเวช


และยังมีรถสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 50-3333 กรุงเทพกรุงเทพมหานคร มีนายประพันธ์ คุ้มฉายา อายุ 43 ปี เป็นคนขับ ชนกับรถบัสนำเที่ยว 2 คันที่จอดอยู่ข้างทาง และรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน

 

จากการสอบสวนทราบว่า รถกระบะคันที่มีนายอนุวัฒน์ เป็นผู้ขับขี่ ได้ขับรถบรรทุกรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันมา โดยใช้ถนนสุวินทวงศ์ขาเข้าเพื่อมุ่งหน้าเข้ามายังมีนบุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีรถเก๋ง ที่ขับมาโดยนายณัฐพล ซึ่งขับมาด้วยความเร็วจากนั้นได้ปาดเข้ามายังเลนขวาที่รถกระบะขับอยู่ แล้วรถเสียหลักพุ่งเข้าชนเกี่ยวรถกระบะจนข้ามเกาะไปกับรถกระบะแล้วไปชนกับรถสิบล้อที่ขับสวนมาอย่างแรง จนทำให้นายอนุวัฒน์ที่ขับขี่รถกระบะกระเด็นออกมาจากรถเสียชีวิต และรถจักรยานยนต์ที่บรรทุกมาในรถกระบะกระเด็นออกจากกระบะท้ายด้วย ส่วนรถสิบล้อที่ถูกชนได้หักหลบรถทั้ง 2 คันที่ข้มฝั่งมาทำให้รถสิบล้อเสียหลักไปชนกับรถบัสที่จอดอยู่ริมถนนอีก 2 คัน

 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่กับรถที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งสอบปากคำผู้ขับขี่รถเก๋งและรถบรรทุก ก่อนจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับนายณัฐพล ลินเพ็ง ผู้ขับขี่รถเก๋ง ในข้อหาขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และบาดเจ็บสาหัสก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

guest

Post : 26/04/2016 12:51     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  100 วัน ปอ-ทฤษฎี ไร้ดารามางาน

 

 

 

 

   

 มะลิถามหาพ่อปอ งานทำบญ100วัน

 

โบว์ร้องไห้อาลัย นำอัฐิบรรจุเจดีย์

ครอบครัว “สหวงษ์” จัดพิธีทำบุญ 100 วันบรรจุอัฐิ “ปอ-ทฤษฎี” พระเอกหนุ่มผู้ล่วงลับที่ จ.บุรีรัมย์ ท่ามกลางบรรดาแฟนคลับและประชาชนมาร่วมงานกว่า 200 คน น้องมะลิเรียก “พ่อปอๆ” ตลอดงาน โบว์-แวนด้า ร่ำไห้อาลัยรักเผยฝันเห็นสามีบ่อย สัญญาจะดูแลลูกสาวให้ดีที่สุด ขอให้ปอมีความสุขไม่ต้องเป็นห่วง เลือกอัฐิ 1 ชิ้นเก็บไปทำจี้ห้อยคอน้องมะลิให้พ่อปอช่วยปกป้องคุ้มภัยให้ลูกสาว ครอบครัวสุดซาบซึ้งแฟนคลับจากกรุงเทพฯ มารวมตัวกันจุดเทียนร้องเพลงรำลึกให้ที่หน้าบ้าน

ครบ 100 วันกับการจากไปของพระเอกหนุ่ม “ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์” ครอบครัวจัดพิธีทำบุญและบรรจุอัฐิพระเอกผู้ล่วงลับที่วัดธรรมธีราราม (วัดป่าหลังโรงเลื่อย) อ.เมืองบุรีรัมย์ เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 24 เม.ย. ผศ.สงวน และนางพิสมัย สหวงษ์ บิดามารดาของ “ปอ- ทฤษฎี” พร้อมด้วย โบว์-แวนด้า และน้องมะลิ-ด.ญ.พาขวัญ สหวงษ์ ภรรยาและลูกสาว รวมทั้ง ปิน-ชวนันท์ ป๊อบปี้-วิทวัส สหวงษ์ อาน้ำอ้อย-นายศรมนตรา พิชัยศรแผลง ผจก.ส่วนตัวของปอ เดินทางมาที่อาคารปฏิบัติการเฉลิมพระเกียรติ วัดธรรมธีราราม ทำพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วันให้ปอ-ทฤษฎี โดยมีบรรดาแฟนคลับและประชาชนทั่วไปมาร่วมงานกว่า 200 คน ซุ้มโรงทานที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาร่วมทำบุญกว่า 30 ซุ้ม ก่อนเริ่มพิธี โบว์ได้พาน้องมะลิไปที่หน้ารูปถ่ายปอ ทันทีที่เห็นรูปของพ่อ น้องมะลิยื่นมือไปลูบบริเวณใบหน้าพร้อมกับเรียก “พ่อปอ พ่อปอ” ทำเอาผู้ที่มาร่วมงานประทับใจกับความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กน้อยไร้เดียงสา

โบว์-แวนด้า เผยถึงการทำบุญ 100 วัน และบรรจุอัฐิของปอ ว่า เป็นการทำพิธีตามพุทธศาสนา ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เมื่อค่ำวันที่ 23 เม.ย.มีแฟนคลับไปร่วมทำกิจกรรม ร้องเพลง และจุดเทียน รำลึกถึงพี่ปอที่บ้าน สร้างความซาบซึ้งให้กับครอบครัว อย่างมาก นอกจากนี้ ตนยังไปกว้านซื้อของกินของใช้ ที่ปอชอบและใช้ทำกิจกรรมตั้งแต่พบกัน อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ช็อกโกแลต นม ตะเกียง หลอดไฟ ปลั๊กไฟ บรรจุลงกล่องพลาสติกขนาดใหญ่ 10 กล่อง นำมาถวายสังฆทานอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับปอ

ต่อมาครอบครัวสหวงษ์นำอัฐิของปอมาให้พระครูปัญญาสุตคุณ เจ้าคณะตำบลในเมือง ใส่โกศทำพิธีบำเพ็ญกุศล โดยโบว์ได้เลือกอัฐิของปอ 1 ชิ้นที่จะนำไปทำจี้ห้อยคอให้กับน้องมะลิออกมาเก็บไว้ รอนำไปจัดทำตามความตั้งใจที่อยากให้พ่อปอช่วยปกปักรักษาคุ้มภัยให้ลูกสาว จากนั้นโบว์ได้อ่านกลอนไว้อาลัยที่คุณลุงสัมพันธ์ คงพินิจ ชาว อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ที่จบการศึกษาเพียงชั้น ป.4 แต่ตั้งใจประพันธ์ได้ซึ้งตรึงใจให้กับพระเอกที่ชื่นชมผลงานและการประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม ก่อนเข้าสู่พิธีสงฆ์และถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสามเณร

หลังเสร็จพิธีในเวลา 12.00 น. ครอบครัวสหวงษ์เคลื่อนอัฐิของ

ไปบรรจุในเจดีย์ที่มีการก่อสร้างไว้เรียบร้อยแล้ว โบว์ได้จุดธูปบอกกล่าวพร้อมร่ำไห้อาลัยว่า “ขอให้ปอมีความสุขไม่ต้องห่วงโบว์และมะลิ โบว์จะดูแลน้องมะลิ แก้วตาดวงใจของเราเต็มความสามารถ” ทำให้ผู้ร่วมงานพากันรู้สึกสะเทือนใจน้ำตาคลอไปตามๆกัน

 

                       

  

                         

   

 

 

 

คลิปแฉนาทีปิกอัพยางระเบิดกลางถนนมิตรภาพ พลิกคว่ำ-ไฟลุกท่วมทันที

 คลิปนาทีระทึกขวัญเมื่อปิกอัพยางระเบิดจนเสียหลักพิลกคว่ำกลางถนนแล้วเกิดไฟลุกพรึ่บท่วมทั้งคัน โดยผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Amaret Phanak และ YouLike (คลิปเด็ด) ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์อุบัติเหตุรถยางระเบิดถนนมิตรภาพ ปากช่อง-สีคิ้ว วันที่ 23 เมษายน 2559 เวลาประมาณ 15:30 น. โดยระบุว่ด้วยว่าคนขับรอด เพราะหนีออกมาจากรถได้

 

                      


  

              จับพระ-เณรเขมรมั่วสุม ลอบเข้าเมืองเรี่ยไรเงิน 

 

     

 

ตร.-ทหารร่วมผอ.เขตประเวศ ตรวจสอบพระ-เณรเขมร 8 รูปมั่วสุมป่าร้าง พบเงินสดจำนวนมาก อ้างเพิ่งเข้ามาได้ 2 วันเพื่อทำการเรี่ยไรเงินชาวบ้าน ก่อนดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศ

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2559 เวลา 18:10 น. เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 23 เม.ย. พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ ผบ.ม.1 รอ. นายณรงค์ จงแจ่มฟ้า ผอ.เขตประเวศ พ.ต.ท.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผกก.สส.สน.อุดมสุข พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม สว.สส. พ.ต.ท.พงศธร เจริญชัยประกิจ สวป. รับแจ้งจากประชาชนว่าพบเห็นบุคคลแต่งกลายคล้ายพระภิกษุ 8 รูป มั่วสุมกันในป่าร้างด้านข้างหมู่บ้านชวนชื่น ถนนเลียบคู่ขนานกาญจนาภิเษก ขาออก ระหว่างซอยกาญจนาภิเษก 37-39 แขวง-เขตประเวศ กทม. เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่ลึกเข้าไปในป่าประมาณ 300 เมตร พบกลุ่มพระภิกษุกำลังมั่วสุม เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวตรวจค้น แต่กลุ่มพระดังกล่าวตกใจวิ่งหนีเจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุม ตรวจสอบพบว่าเป็นพระชาวกัมพูชา 4 รูป และเณรชาวกัมพูชา 4 รูป ภายในย่ามพบบาตรพระ ใบสุทธิการบวชเป็นพระจากประเทศกัมพูชา เงินสดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนทราบว่า พระกลุ่มดังกล่าวบวชมาจากประเทศกัมพูชา ก่อนจะหลบหนีเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติทางด้านอรัญประเทศ อ้างว่าเข้ามาได้ 2 วัน และเดินเรี่ยไรเงินในย่านดังกล่าว ก่อนจะโดนเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้ในที่สุด เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะให้พระครูไพโรจน์ กิจจาธร ตำรวจพระจากวัดทุ่งเศรษฐีมาทำการสึก ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายก่อนผลักดันออกนอกประเทศต่อไป.“ 

                      

 

 

 

                                                    กลอนหวานผ่านใจ..

 

                 

 

               

 

guest

Post : 24/04/2016 09:24     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  บรรหาร เสียชีวิต

 

 

 

 

                             

 

 

 

                                                                

                 

                      'หมอ'แถลงสุดยื้อ"บรรหาร" ถึงแก่"อนิจกรรมอย่างสงบ" 

 

„'หมอ'แถลงสุดยื้อ"บรรหาร" ถึงแก่"อนิจกรรมอย่างสงบ" คณะบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงสาเหตุการถึงแก่อนิจกรรม ของ นายบรรหาร ศิลปอาชา ด้วยอาการหอบหืดกำเริบ วันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2559 เวลา 9:17 น. จากกรณีการถึงแก่อนิจกรรมของ นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ด้วยอาการหอบหืดกำเริบเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ (23 เม.ย.) หลังเข้ารักษาตัวที่ รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 เม.ย. นพ.ประสิทธิ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงถึงการเสียชีวิตของ นายบรรหาร โดย นพ.ประสิทธิ เปิดเผยว่า นายบรรหาร มีอาการหอบหืดกำเริบ ซึ่งเป็นโรคประจำตัวตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 21 เม.ย. ซึ่งโดยปกติแล้วเพียงแค่ให้ยาขยายหลอดลมหรือยาพ่นต่างๆก็จะมีอาการดีขึ้น แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ทางญาติได้มีการให้ยาแล้ว แต่ นายบรรหาร ไม่ดีขึ้น ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนไปเลี้ยงชั่วขณะ ทางญาติจึงต้องนำตัว นายบรรหาร ส่งมาที่ รพ.ศิริราช ซึ่งแพทย์ได้เร่งนำตัวเข้ารักษาที่หอผู้ป่วยวิกฤติ (ไอซียู) ในทันที พร้อมกับให้ยาหลากหลาย ทั้งยาขยายหลอดลม และเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งนายบรรหาร ก็มีโรคหัวใจอีกโรคหนึ่ง นพ.ประสิทธิ กล่าวต่อไปว่า 2 วันก่อนอาการของ นายบรรหาร ถือว่ามีอาการทรงๆ แต่เป็นอาการทรงๆที่ต้องให้ยาอย่างเต็มที่ โดยจะต้องดูว่าหลังให้ยาเต็มที่ไปแล้วอวัยวะต่างๆที่ขาดออกซิเจนจะฟื้นตัวหรือไม่

กระทั่งประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา อาการของ นายบรรหาร ก็เริ่มทรุดลง ค่าความดันต่างๆเริ่มลดลง ทั้งๆที่ให้ยาไปอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ พออธิบายได้ว่า ด้วยความที่ นายบรรหาร มีอายุมาก เมื่ออวัยวะต่างๆขาดออกซิเจนไป แม้ให้ยาไปอย่างเต็มที่ พอถึงจุดๆหนึ่งร่างกายก็จะมีการตอบสนองน้อยลง จนเมื่อเวลา 04.42 น. นายบรรหาร ก็ได้ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ โดยทางญาติจะมีการเคลื่อนศพไป ตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 14 (สุวรรณวณิชกิจ) วัดเทพศิรินทร์ เวลา 17.00 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ เวลา19.00 น. ในวันที่ 23 เม.ย. พระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรม เป็นเวลา 3 คืน (23-25 เม.ย.) หลังจากนั้น สวดพระอภิธรรม อีก 7 คืน (26 เม.ย-2 พ.ค.) ในเวลา 19.00 น.“
 

                                     
                              

  

ทักษิณ” ตอก รบ.ทหารดีแต่โทษคนอื่น

เมื่อเวลา 19.15 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Thaksin Shinawatra ว่า ทุกวันนี้ผมเงียบมาตลอด ตั้งใจที่จะไม่ออกความคิดเห็นในเรื่องใดๆ และอยากให้ทุกฝ่ายตั้งใจแก้ไขปัญหาให้ประชาชน แต่อยู่ดีๆ ผมกลับถูกพาดพิงอย่างรุนแรง จนต้องเสียความตั้งใจ เลยต้องขอพูดสักครั้ง การแก้ปัญหาของประเทศ ภายใต้รัฐบาลทหารของไทยในขณะนี้ มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็โทษคนอื่น โดยตนไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ไม่เคยทำอะไรผิด ตัวเองดีทุกอย่าง เช่น น้ำแล้ง ก็บอกว่าเป็นเพราะรัฐบาลก่อน ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ขายไม่ออกอย่างยางพารา ก็บอกให้ไปขาย ดาวอังคาร บริหารประเทศแบบนี้ใครๆก็เป็นได้ครับ นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย รัฐบาลนี้ได้อำนาจมาจากการรัฐประหาร ได้เข้ามาปกครองประเทศแล้วร่วม 2 ปี ได้ทำประโยชน์อะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้ชาวโลกเขาได้เห็นบ้าง ภาพลักษณ์ที่เผยแพร่ออกไป มีแต่การใช้อำนาจในการละเมิดสิทธิประชาชน และกฎหมายสากลอย่างไม่เคยเกิดในประเทศไทยมาก่อน เมื่อนานาอารยประเทศและองค์กรสากลต่างๆ เขาเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เขาก็ออกมาเตือน เป็นเรื่องปกติทั่วไปที่เกิดขึ้นในประเทศที่ผู้นำฯ ใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้อง

สวนเผด็จการลุอำนาจจะแพ้ภัยตัวเอง

นายทักษิณระบุอีกว่า เมื่อผู้นำของประเทศเราไม่สนใจคำเตือนประเทศอื่น เขาย่อมใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้นครับ ไม่ว่าจะเป็นการระงับการค้าการลงทุน มาตรการปิดกั้นและกีดกันต่างๆ รวมถึงการย้ายถิ่นฐานการผลิตไปยังประเทศที่ 3 กระบวนการเหล่านี้ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง และโมเมนตัมนี้จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปอีกนานหลายปี...แต่...แทนที่ผู้นำเราจะยอมรับความผิด แก้ไขปัญหาเหล่านั้น และทำให้มันถูกต้องเสีย กลับออกมาโทษว่า เป็นเพราะผมไปจ้างล็อบบี้ยิสต์ เพื่อล็อบบี้ประเทศต่างๆ ให้แอนตี้ บอยคอตประเทศไทย โถ...ช่างคิดไปได้ อยากจะบอกว่า ผมไม่จำเป็นต้องไปจ้างใครให้เสียเงินเสียทอง เพื่อประจานนายกฯไทย ให้เสียภาพลักษณ์ประเทศหรอกครับ ประวัติศาสตร์มีให้เห็นอยู่เสมอว่า เผด็จการฯที่ลุแก่อำนาจ ด่ากราดคนที่พูดจาไม่ถูกใจ ดูถูกคนยากจนว่าโง่ ใช้อำนาจเกินขอบเขต และปกครองประเทศโดยไม่เห็นหัวประชาชนนั้น ล้วนแล้วแต่แพ้ภัยตัวเองทั้งนั้น

ไล่เอาเทปเก่ามาเปิดย้อนฟังดูตัวเอง

นายทักษิณระบุด้วยว่า อยากจะเป็นผู้นำประเทศ ถ้าอารมณ์ของตัวเองยังควบคุมไม่ได้ ใช้อารมณ์ด่ากราดผู้คนเพื่อเอาชนะ ตะคอกใส่นักข่าวให้เขาสงบปากสงบคำ และเขียนข่าวให้ถูกใจตน ทำแบบนี้บอกเลย อย่าหวังว่าจะทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศคล้อยตาม ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองแย่แค่ไหน ลองเอาเทปที่คุณพูดทุกวันมาฟังย้อนหลังดูซิครับ แล้วคุณจะรู้ว่า “ไม่มีล็อบบี้ยิสต์ในโลกคนไหนที่จะมีความสามารถทำลายคุณได้ เท่ากับคุณทำลายตัวคุณเอง” เพราะฉะนั้น เมื่อคุณมั่นใจว่าเป็นคนดี ก็จงก้มหน้าก้มตาเป็นคนชอบแก้ไขไปเถอะ อย่าทำตัวเหมือนที่ผ่านมาเลย

 

 

                                 กลอนหวานผ่านใจ...

 

                  

 

             

 

 

 

 

 

                      

 

guest

Post : 23/04/2016 10:44     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  ไม่ยอมจำนน ตายอย่างเสือ!!

 

 

 

 

                   

 

 

 

                           กลอน -คำคม

 

        

 

                   

 

 


                 ตำนาน สาวผักไห่

 

                                                  

    

" อ้ายยยทม...กูนั่งด้วยซิวะ!!......"

 
เสียงของชายหนุ่มผอมบาง ในสภาพกลิ่นเหล้าขาวคละคลุ้ง เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูยับยู่ยี่เหมือนกับใช้ครกตำเเทนเตารีดก็ไม่ปาน เดินโซซัดโซเซมาจากข้างในซอยบุปผาสวรรค์ ผ่านหน้าร้านอาหารเล็กๆหน้าปากซอยที่มี ทม นทีทอง นักร้องชื่อดังกำลังนั่งกินเหล้าอยู่คนเดียวเงียบๆ ในตอนบ่ายเเก่ๆวันหนึ่งของปี พ.ศ 2517 
 
" ใครเชิญให้มึงนั่ง ไอ้สม?!!...."
" ป่าวววววว...ความเกรงใจเป็นบ่อเกิดเเห่งโรคกระเพาะ ฮ่าๆๆๆๆ "
 
พูดจบ สมบุญ ลีเส็ง เด็กหนุ่มจากบ้านนากระรอก ทุ่งขวาง พนัสนิคม ชลบุรี ก็หันไปคว้าเเก้วเปล่าที่คว่ำอยู่โต๊ะข้างๆมาใส่น้ำเเข็ง เเล้วก็รินเหล้ากวางทองผสมโซดา คนให้เข้ากันด้วยมืออันสั่นเทา ก่อนที่จะกระดกพรวดเดียวหายไปในลำคอโดยที่ไม่เหลือเลยเเม้เเต่หยดเดียว
 
ทม นทีทอง มองสภาพเพื่อนรักด้วยความรู้สึกที่สะท้อนใจเสียเหลือเกิน เขารู้จักกับเจ้าสมขี้เมาคนนี้มาร่วมสิบปี นับตั้งเเต่ ชาตรี ชินวุฒิ หรือ พนม นพพร เพื่อนรักของเขาอีกคน ที่ได้หอบหิ้วไอ้เด็กกะโปโลคนนี้ที่อายุยังไม่เต็ม 16 ปีเลย เอามาจากบ้านเกิดเมืองนอนที่พนัสนิคม เหตุเพราะบ้านใกล้กัน เอามาฝากไว้กับวงรวมดาวกระจาย ของครูสำเนียง ม่วงทอง เเละก็ต้องเป็นหน้าที่ของเขาที่คอยเป็นพี่เลี้ยงให้เจ้าสมคนนี้ ซึ่งก็เป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่มาโดยตลอด 
 
ต่อมาอีกไม่นาน เจ้าสมมันก็กลับบ้านที่เมืองชล ข่าวสุดท้ายก็คือมันไปได้เมืยเป็นลูกสาวชาวประมง อยู่กินกันจนมีลูก 2 คน เเละก็เลิกร้างกันไปก็เพราะความเมาของมันนั่นเเหละ จนกระทั่งปี พ.ศ 2511 เจ้าสมก็มาสมัครอยู่กับวง ศรีนวล สมบัติเจริญ มาคราวนี้ก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งประเทศโดยใช้ชื่อว่า ชาตรี ศรีชล ชื่อก็เอามาจากชื่อจริงของ พนม นพพร นั่นเอง ซึ่งเขาถือว่าเป็นผู้ที่มีพระคุณอย่างสูง
 
ร้องเพลงก็ดีเเถมยังเเต่งเพลงให้คนอื่นร้องก็ดังเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็นเพลง รักหน่อยนะ ให้หัวหน้าศรีนวลร้อง ใจจะขาด,อยากกินรัก ให้ กังวาลไพร ลูกเพชร ร้อง อู๊ด-ตา-ละ-ดิ๊ส ให้ ศรีไพร ลูกราชบุรี ขับร้อง ดังระเบิดเถิดเทิงไปทั้งประเทศเลยทีเดียว
 
" โอกาสหน้า พี่จามาหาหม่ายยย ไม่ลืมคนชื่อวิไล บ้านผักไห่ อายู๊ดทายาาา......เเม่ค๊าาาา ขอกระดาษปากกาหน่อยโว้ย!! " เสียงเจ้าสมร้องขอกระดาษปากกาจากเจ้าของร้าน เเล้วก็ก้มหน้าก้มตาพึมๆพัมๆไม่ถึง 20 นาที ก็เป็นอันเรียบร้อย เสร็จเเล้วก็ยื่นเศษกระดาษให้กับ ทม นทีทอง ที่่นั่งอยู่ตรงหน้า
 
" เอ้า เอาไป!! ร้อยยยยนึง...."
" เพลงอะไรของมึงไอ้สม?...."
" สาวววผักไห่..."
" มึงเคยไปผักไห่เหรอ? "
" ม่ายยยเคย....เห็นเเต่ป้ายทางหลวง...."
" ไม่เคยเเล้วเเต่งได้ไง? "
" เรื่องของกู...ตกลงมึงจาาร้องหรือม่ายร้อง? ถ้าม่ายยร้องกูร้องเองนะ......"
 
พูดจบ เจ้าสมก็พับเศษกระดาษใส่กระเป๋าเสื้อเเล้วเดินเซออกไปจากร้าน ทม นทีทอง ก็ได้เเต่ถอนหายใจตามหลัง เขาไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือเจ้าสมยังไง?ให้พ้นจากสภาพสำมะเลเทเมา จนกระทั่งได้ข่าวว่าเจ้าสมเอาเพลงที่เเต่งนี้ไปให้ มนต์ เมืองเหนือ กับ อ.พีระ ตรีบุปผา ทำดนตรี โดยที่เจ้าสมร้องเอง ผลปรากฎว่าดังทะลุไปทั้งจักรวาลเลย
 
" ไอ้สมเอ้ยยยย...ตอนนี้เพลงสาวผักไห่ของมึงน่ะ อย่าว่าเเต่ร้อยหนึ่งเลย...เเสนหนึ่งกูก็จะซื้อ!!!......."
 
ทม นทีทอง จะบ่นให้ลูกน้องในวงฟังเสมอๆ เมื่อได้ยินเสียงเพลงสาวผักไห่ เปิดกันดังลั่นทั้งประเทศ..........
 
 
 

 

 

                                                 ข่าวเด่นประเด็นดัง

 

 

                                                       

ตำรวจเข้าล้อมจับพ่อค้ายาเสพติด ที่กบดานอยู่ในบ้านกับแฟนสาว หลังไม่ยอมให้เข้าจับกุม สุดท้ายใช้ปืนจ่อยิงขมับตัวเอง

 

นี่เป็นภาพเหตุการณ์ที่ผู้สื่อข่าวของเรา บันทึกภาพได้ ขณะที่นายกิตติวัฒน์ สิงห์ประเสริฐ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด กอดคอแฟนสาว และใช้ปืนยิงตัวเอง ล้มลงภายในบ้าน หลังตำรวจเข้าล้อม บ้านในตำบลห้วยบง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักของนายกิตติวัฒน์ อาศัยอยู่กับแฟนสาว 

ก่อนหน้านี้นายกิตติวัฒน์ ขัดขืนไม่ยอมเปิดประตูให้ตำรวจที่ปิดล้อมเข้าจับกุม และตะโกนออกมา โดยขู่ห้าม ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปใกล้ มิเช่นนั้นจะใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย เจ้าหน้าที่จึงพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมให้วางอาวุธ 

แต่นายกิตติวัฒน์ กลับใช้ปืน ยิงสวนออกมา 2 นัด และขว้างถุงบรรจุยาบ้า ออกมาทางหน้าต่าง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงแฟนสาว ขอร้องให้นายกิตติวัฒน์ มอบตัว และร้องตะโกนห้ามไม่ให้ตำรวจยิงเข้ามา 

ก่อนนายกิตติวัฒน์จะใช้ปืนยิงตัวเอง // ทันทีที่สิ้นเสียงปืน เจ้าหน้าที่รีบเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านพบ ร่างนายกิตติวัฒน์ นอนหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดของแฟนสาว มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ขมับขวาทะลุขมับซ้าย ใกล้กันพบปืนลูกโม่ ขนาดจุดสองสอง แบบไทยประดิษฐ์ตก 1 กระบอก มีปลอกกระสุนคา อยู่ภายใน 4ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนนายกิตติวัฒน์ถูกหามส่งโรงพยาบาลสระบุรี และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

ด้านนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้รับรายงานจึงรีบมาดูที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้ขยายผล สอบสวนว่า ยังมีผู้เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารายนี้อีกหรือไม่ เพื่อกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติดรายนี้ให้หมดไป 

สำหรับประวัติ ของนายกิตติวัฒน์ สิงห์ประเสริฐ ผู้ต้องหารายนี้เคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดมาแล้ว หลังพ้นคดีได้หวนกลับมาค้ายาเสพติดอีก และยังมีพฤติกรรมชอบใช้อาวุธปืนข่มขู่ชาวบ้านทั้วไป จนถูกร้องเรียน 

เมื่อเจ้าหน้าที่สืบสวนในทางลับจนทราบแน่ชัด จึงได้ขออนุมัติหมายศาล เพื่อเข้าตรวจค้นจับกุมแต่ นายกิตติวัฒน์ ไม่ยินยอม และใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตดังกล่าว

 

   

 

 

                                                 

 

             แจ้งจับสาวแสบ ต้มแชร์ออนไลน์

 

มีเหยื่อกว่า200ราย สูญเงินนับ100ล้าน

วงแชร์ออนไลน์ถูกตุ๋น โร่แจ้งความ ปอท. จับเท้าแชร์เล่นผ่านเฟซฯเชิดเงินหนี หนึ่งในเหยื่อเผยหวังดอกเบี้ยกำไรงามแถมทองคำ ระยะแรกได้เงินดีปันผลได้เงินต้นและดอกทุกเดือน จึงชวนญาติและเพื่อนเล่นโดนไปด้วย สุดท้ายติดต่อไม่ได้หายเข้ากลีบเมฆ คาดมีผู้ถูกตุ๋นกว่า 200 คน สูญเงินกว่าร้อยล้านบาท ตร.แฉผู้เสียหายมีอยู่ทั่วประเทศและไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน ชี้การลงทุนต้องทำหนังสือสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร

แจ้งจับเจ้าของเฟซฯท้าวแชร์โกงเงิน เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 เม.ย. ที่ บก.ปอท. ศูนย์ราชการอาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. มีกลุ่มผู้เสียหายจำนวน 10 คน ที่ถูกเชิดเงินแชร์ผ่านทางเฟซบุ๊กเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.2 บก.ปอท. แจ้งความดำเนินคดี น.ส.นันท์นภัส หรือเมย์ ศิรินันทเศรษฐ หรือ น.ส.ลออแข ฉิมกูล อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 277 หมู่ 2 ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา ข้อหาฉ้อโกงประชาชาชน

น.ส.ลักขณา สมสีแสง อายุ 29 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เผยว่า เมื่อประมาณเดือน พ.ค.58 มีคนแนะนำให้เล่นแชร์ออนไลน์ในเฟซบุ๊กชื่อ “Siri Nun” โดยมี น.ส.นันท์นภัส หรือเมย์ ศิรินันทเศรษฐ เป็นเจ้าของเฟซบุ๊ก และท้าวแชร์ มีสมาชิกกว่า 200 คนทั่วประเทศ น.ส.นันท์นภัสจะตั้งกลุ่มแชร์รายวัน วันละกว่า 20 วง วงละ 10 คน แต่ละวงจะมีการตั้งเงินไว้ตั้งแต่ 10,000-600,000 บาท ได้ดอกเบี้ยร้อยละ 14 หากลงเงิน 1,000,000 บาท จะได้ดอกเบี้ย 140,000 บาท แถมทองคำอีก 1 สลึง โดยจะปันผลคืนเงินต้นและดอกเบี้ยทุกเดือน

“ตั้งแต่กลางปี 58 เริ่มลงเงินเล่นแชร์และได้เงินต้นกับดอกเบี้ยมาตลอด เห็นว่าได้เงินแน่นอน จึงไปบอกญาติพี่น้องและเพื่อนเอาเงินลงไป รวมประมาณ 30 ล้าน เป็นเงินตัวเองประมาณ 10 ล้าน กระทั่งช่วงเดือน ธ.ค.58 ท้าวแชร์ น.ส.นันท์นภัสได้หายไปและไม่ตอบกลับใดๆ แต่เฟซบุ๊ก “Siri Nun” ยังเปิดอยู่ รู้ว่าโดนโกงแน่ และสมาชิกในกลุ่มเริ่มจับกลุ่มและหาข้อมูลของผู้ต้องหา ก่อนรวมตัวกันมาแจ้งความที่ บก.ปอท. เจ็บใจที่สุดคือในเฟซบุ๊กญาติพี่น้องของ น.ส.นันท์นภัสได้โพสต์ภาพซื้อรถและบ้าน รวมทั้งเที่ยวตามที่ต่างๆ และรับประทานอาหารหรูๆมาลงตลอด ทำให้รู้ว่าถูกหลอก คาดว่ารวมมูลค่าที่สมาชิกกว่า 200 คน โดนโกงไปกว่า 100 ล้านบาท” น.ส.ลักขณากล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.2 บก.ปอท. กล่าวว่า คดีนี้เป็นการรวมกลุ่มเล่นแชร์ผ่านทางเฟซบุ๊ก อ้างว่ามีผลตอบแทนสูง มีผู้หลงเชื่อเพราะว่าได้รับเงินปันผลตามคำกล่าวอ้างในตอนแรกๆ ทำให้ผู้เสียหายคิดว่าได้เงินแน่นอนจึงเริ่มชักชวนคนใกล้ตัวมาลงทุนด้วย เมื่อคนมาหลงเชื่อและลงเงินเล่นแชร์จำนวนมากจะปิดเฟซบุ๊ก รวมทั้งช่องทางการติดต่ออื่นๆหลบหนีไป จากการสอบสวนพบว่าผู้เสียหายมีอยู่ทั่วประเทศและไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน จึงอยากฝากเตือนการลงทุนด้านการเงิน ต้องทำกับคนที่เคยพบเจอหน้ากันและร่างหนังสือสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อพบเจอคำเชิญชวนลงทุนที่ให้ผลตอบแทนจำนวนมากให้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการหลอกลวงไว้ก่อน สำหรับคดีดังกล่าว หากพบว่าเป็นเรื่องแชร์ลูกโซ่จะส่งคดีต่อไปยังหน่วยงานกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ที่ดูแลเรื่องแชร์โดยตรง

 

 

 

 

 

  ชอตนี้น้องเมย์ ตบซ้ายขวา ทำเอา "ยามางูชิ" มึนหมุนติ้ว

 

กลายเป็นจังหวะหลุดฮาๆ ขำๆ เมื่อ อากาเนะ ยามางูชิ (ญี่ปุ่น) รับลูกได้เหนียวแน่น จนน้องเมย์ รัชนก ต้องตบไปซ้ายไปขวา เพื่อสร้างจังหวะ ก่อนทำเอา อากาเนะ ยามางูชิ (ญี่ปุ่น) มึนจนหมุนกลางอากาศอย่างน่ารัก 

จบการแข่งขัน น้องเมย์ เอาชนะ 2 เกมรวด วันที่ 16 เม.ย.59

 

 

 

 

 

guest

Post : 21/04/2016 10:03     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  ขอบใจที่ดูถูก

 

 

                     

 

 

                                           *** กลอนหวานผ่านใจ ***

 

                     

 

     

                       

 

 

 

                        *** ขอบใจที่ดูถูก ***

 

                                  

 

 

" เมื่อกี้เขาขอสายใครล่ะเธอ?...."
" อ๋ออออ เขาจะคุยกับคนใช้ "

เสียงตอบเเบบขอไปที่ของคุณผู้ชายเจ้าของบ้าน ที่ตอบเเบบตัดความรำคาญ เมื่อถูกภรรยาถาม กับการที่ต้องลุกขึ้นมารับโทรศัพท์จากภายนอกที่ไม่ใช่ของตัวเอง ด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีเท่าใดนัก ก่อนที่จะวางสายเเล้วบอกปลายสายให้โทรมาใหม่ในวันหลัง

 เด็กหญิง เนตรชนก ปั้นปรือ เเม่หนูน้อยวัย 13 ปี จากอำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำเเพงเพชร นั่งก้มหน้าล้างจานคนเดียวเงียบๆอยู่หลังบ้าน เเม่หนูน้อยได้ยินเสียงโทรศัพท์บ้านเมื่อสักครู่เเล้ว เเต่ไม่นึกว่าจะได้ยินคำพูดที่กรีดหัวใจอย่างนั้น....

 " ใช่สิ...ไอ้เรามันก็เเค่คนใช้...." คิดอยู่ในใจเท่านั้น ไม่รู้ว่าน้ำตามันทะลักไหลออกมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวตั้งเเต่เมื่อไหร่ เเม่หนูน้อยไม่เคยคิดที่จะมาอยู่เมืองหลวงเลยสักนิด ถ้าหากว่าป้าไม่ไปคะยั้นคะยอให้ช่วยรักษาหน้าของป้าไว้หน่อย กับการที่ป้าเเท้ๆ ทำงานเป็นเเม่บ้านอยู่ในกรุงเทพ เเต่ไปตกปากรับคำกับบ้านหลังนี้เอาไว้เเล้วว่า จะหาคนมาทำหน้าที่เป็นเเม่บ้านให้ โดยได้นัดหมายไว้กับอีกคนหนึ่งที่อยู่ทางอิสาน เเต่พอถึงเวลาจริงๆ เธอกลับเบี้ยวไปเเต่งงานเสียก่อน ก็เลยไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ก็เลยมาขอทางพ่อทางเเม่ของหนูเนตร ว่าจะพามาทำงานที่กรุงเทพ โดยจะดูเเลให้เป็นอย่างดี ทั้งๆที่เเม่หนูน้อยก็ปฎิเสธมาโดยตลอด จะเป็นจะตายอย่างไรก็จะขออยู่ที่บ้าน เเต่ทว่าก็เห็นเเก่พ่อเเม่ ก็เลยต้องจำใจมา

 " ฉันไม่ได้อยากมาอยู่ที่นี่เลยนะ!!.....พรุ่งนี้ฉันไม่อยู่เเล้ว...ฉันจะไปจากที่นี่......."

 นั่นคือเสี้ยวหนึ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็กผู้หญิงจากเมืองกำเเพงคนนี้ เธอหอบถุงใส่เสื้อผ้าเก่าๆใบหนึ่ง ออกจากบ้านไปตายดาบหน้า เเม่หนูน้อยโชคดีได้ทำงานที่โรงงานเย็บผ้าเเห่งหนึ่งเเถวพระราม 4 ทำงาน 8 โมงเช้า ถึง ตีสอง ได้วันละ 100 บาท ที่พักหาเอาเอง เเต่ก็กัดฟันทนทำมาโดยตลอด งานจะหนักหนาสักขนาดไหนก็ไม่หวั่น เเต่ขอให้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี.....

 คืนนั้นเลิกงานดึก ก็มายืนรอรถเมล์อยู่ตรงหน้าสวนลุม สักพักก็มีรถกระบะเก่าๆมาจอดอยู่ตรงหน้า เเล้วถามว่า "เท่าไหร่?" ตั้งเเต่นั้นมาเธอก็มาขออนุญาตหัวหน้างาน ขอนอนอยู่ที่โรงเย็บผ้าเลย นอนอยู่ตรงจักรนั่นเเหละ หักวันละ 20 บาท เธอก็ยอม

 จวบจนกระทั่งเธอได้มารู้จักกับตลกชื่อดัง พล พันลาว ชีวิตของเธอก็เริ่มดีขึ้น ได้ไปฝึกร้องเพลงเเละเป็นนักร้องตามที่เธอใฝ่ฝัน ซึ่งเขาได้พาเธอไปพบกับ อ.สมปอง เปรมปรีดิ์ ที่เเกรมมี่ ท่านอาจารย์ก็เเต่งเพลงให้ร้องเพลงหนึ่งชื่อเพลง คุณลำใย.....

 วันนี้เธอกลับมาอีกเเล้ว เนตรชนก ปั้นปรือ หรือ ลูกนก สุภาพร เธอกลับมาที่ซอยเดิม...ที่ๆเธอต้องหอบถุงเสื้อผ้าเก่าๆออกมาอย่างทุลักทุเล ที่ๆเธอมอมเเมมไปด้วยหยาดน้ำตาในวันนั้น เเต่วันนี้..เธอกลับมาด้วยรถเก๋งราคาเป็นล้าน ก่อนที่เธอจะหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังนั้น พร้อมทั้งกระจกไฟฟ้าค่อยๆเลื่อนลงมา พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากจากสาวน้อยเมืองกำเเพง

 " ขอบใจนะ...ถ้าไม่มีวันนั้น ฉันก็จะไม่มีวันนี้........."

 เสียงเครื่องยนต์เบาๆของรถหรู ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ ทิ้งไว้เเต่เพียงความสะใจของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ขยะเเขยงชนชั้นที่เรียกตัวเองว่าปัญญาชนคนชั้นสูง อย่างที่สุด......

 

                                                                     (ตาป้อง นสพ.สยามโพลล์)

                                                                       www.arjanpong.com

 
  

                           คลิป ผีหัวขาด

 

ก็เป็นที่ฮือฮากันอย่างมาก ที่มีผู้นำคลิปผีหัวขาด จำกประเทศมาเลเซีย นำมาลงในโลกโซเชียล ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ กันไปตามเเต่มุมมองของเเต่ละคน ผมก็สงสัยเหมือนกันล่ะว่า คลิปนี้ทำไมถึงสั้นนัก เเละอีกอย่างก็ยังเห็นเห็นหัวจางๆ อยู่ตรงบริเวณพุ่มไม้...คุณต้องการอะไรจากสังคม ถึงต้องเอาคลิปตัดต่อมาลงอย่างนี้.......

 

 

                     

 

 

  

                                                

 

 

กระทืบสาวทอม 'เสก'รับ แค้นโดนด่าแม่

 

 

          
 
ปรี่ซัดต่อหน้าลูกจนกรามหัก เหยื่อเป็น‘คนสนิท’อดีตเมีย เข้าแจ้งความตร.-เอาผิดแล้ว

 

“เสก โลโซ” ร็อกเกอร์ชื่อก้อง เปิดบ้านแถลงข่าวยอมรับกระทืบสาวหล่อลูกน้องคนสนิทอดีตภรรยาจนกรามหักจริงเหตุเกิดมาสองวันแล้ว เผยเจอหน้าขณะไปนั่งร้านฟาสต์ฟู้ด ไม่พูดพรํ่าทำเพลง เข้าไปกระทืบต่อหน้าลูกสาวและอดีตภรรยาที่มากับคู่กรณี เหตุเพราะฉุนที่เคยโพสต์ด่าแม่ แถมสำทับไม่ใช่เรื่องใหญ่เจอคราวหน้าหนักกว่านี้ ขณะที่อดีตภรรยาโพสต์โต้ สาวหล่อคนสนิทไม่เคยก้าวล่วง อย่าไปงมงายกับร็อกสตาร์ขาลง บุคคลนี้เป็นอันตรายต่อประชาชน ต้องทำอย่างไรดีกับชายคนนี้

กรณีนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยา ของ “เสก โลโซ” นายเสกสรร ศุขพิมาย ร็อกเกอร์ ชื่อดังโพสต์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊ก แฉอดีตสามีทำร้ายร่างกายสาวหล่อ น.ส.ชนกชล บุญเพ็ง หรือ ทอมบี ลูกน้องคนสนิทของเธอต่อหน้า “น้องกวาง” บุตรสาวคนกลาง ทั้งที่พยายามห้ามปรามแต่ไม่เป็นผลจนทำให้เหยื่อบาดเจ็บกระดูกกรามหัก รอเช็กเลือดคั่งในสมอง เขียนข้อความว่า “ใครที่มีอำนาจพอที่จะลาก เสก โลโซ เข้าคุกได้ ช่วยที” เพราะถูกอีกฝ่าย คุกคามตลอด ครั้งที่แล้วให้ลูกน้องขับรถชนน้องชายคดียังไม่ไปถึงไหนเลย ล่าสุดมาทำร้ายลูกน้องคนสนิทบาดเจ็บสาหัส พร้อมระบุแจ้งความกับตำรวจ สน.ลาดพร้าวแล้ว

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 เม.ย. นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ เปิดบ้านเลขที่ 9/27 หมู่บ้านนันทวัน-วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. แถลงข่าวกับสื่อมวลชนชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น ร็อกเกอร์ชื่อดัง ยอมรับว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก เรื่องทุกอย่างมีที่มาที่ไป น.ส.ชนกชล บุญเพ็ง คนสนิท ของอดีตภรรยาโพสต์ข้อความผ่านโลกโซเชียลพาดพิงทำให้ตนเสียหาย เคยไปแจ้งความแล้ว คนแบบนี้เรียกว่าโจรเลยก็ว่าได้ เพราะเคยโดนจับติดคุก ปลอมแปลงเอกสารต่างๆนานา แถมยังมาคอมเมนต์ด่าตน ในวันเกิดเหตุตนไปเล่นดนตรีที่ร้านเดอะซีเครท ถนนเกษตร-นวมินทร์ แล้วบังเอิญไปเจออดีตภรรยา บุตรสาว และ น.ส.ชนกชลลูกน้องคนสนิทขณะนั่งทานอาหารที่ร้านแมคโดนัลด์ ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ใกล้กับร้านที่ไปแสดงดนตรี จากนั้นตนเข้าไปเตะ คู่กรณีทันที ยอมรับว่าทำร้ายร่างกายจริง ยืนยันว่าไม่ได้เมา ถ้าเป็นคนดีตนคงไม่ทำร้าย วอนตำรวจช่วยดำเนินคดีกับคู่กรณีด้วยที่ทำให้เสียหาย ปล่อยไว้ ไม่ได้ชาวบ้านเดือดร้อน ในวันเกิดเหตุยังดีที่บุตรสาวห้ามไว้ คิดว่าที่ทำไปไม่ได้รุนแรง บุตรสาวตนคงเข้าใจ ส่วนอาการบาดเจ็บของเขาไม่ได้สนใจติดตาม หากเจอครั้งหน้าจะโดนมากกว่านี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับตนเลย หลังเหตุการณ์จบก็ไม่ได้พูดคุยกับอดีตภรรยาแต่อย่างใด

“ส่วนสังคมจะมองว่าเป็นการทำร้ายผู้หญิงหรือไม่นั้น ผมคิดว่ามันไม่ใช่ผู้หญิงมันเป็นทอม มันคิดว่ามันเป็นผู้ชาย ผมยืนยันได้ว่าไม่ได้เป็นมาเฟีย พวกนี้เป็นพวกเด็กๆต้องจัดการมันด้วยตัวเอง ไม่ต้องถึงมือเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมาแม่ผมถูกโพสต์ด่าด้วย ยืนยันว่าสิ่งที่ผมทำถูกต้องแล้ว ในชีวิตไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร คนที่ตนแคร์มากที่สุดคือลูก ส่วนกรณีที่อดีตภรรยาโพสต์ว่าผมเป็นหนี้ 6 แสนบาท มีคนมาตามทวงถึงบ้านนั้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นหนี้ใคร ผมไม่เคยลำบากเรื่องเงิน ค่าเรื่องดูแลลูก เงินค่าเทอมก็จ่ายมาตลอด ไม่มีค้างตามคำกล่าวอ้าง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะปรึกษาทนาย ใครมาโพสต์ด่าต้องฟ้องให้หมด ส่วนเรื่องของธุรกิจยังดำเนินต่อไป เชื่อว่าคนที่มาร่วมทำธุรกิจรวมทั้งแฟนคลับคงจะเข้าใจผม” เสก โลโซ กล่าว

ขณะที่นางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยาของร็อกเกอร์ดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชี้แจงกรณีที่ “เสก โลโซ” กล่าวหา น.ส.ชนกชล บุญเพ็ง หรือทอมบี ลูกน้องคนสนิทไปด่ามารดาของร็อกเกอร์ชื่อก้อง จนถูกทำร้ายร่างกายกระดูกกรามหัก ใจความสรุปว่า ขอชี้แจงเรื่องที่ “เสก” ให้สัมภาษณ์ “บี” ไปด่าแม่ “เสก” จากการสังเกตแล้วพบว่า ไม่ว่า “เสก” จะพูดอะไร ประชาชนส่วนใหญ่จะเชื่อและคล้อยตามแบบไม่ใช้วิจารณญาณ ดิฉันพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ต้องพูดเพื่อความเป็น ธรรม “เสก” คิดว่า “บี” เป็นแอดมินเพจแอนตี้และแอดมินเพจนี้เคยกล่าวถึงแม่ของ “เสก” ซึ่งทางเราไม่รู้เลยว่าแอดมินเป็นใคร แค่รู้ว่าแอนตี้ “เสก” เราก็รู้สึกว่ายังมีคนที่เปิดใจไม่งมงายกับร็อกสตาร์ขาลง ยืนยันว่า “บี” ไม่เคยด่าว่าแม่ “เสก” เลยสักครั้ง ถ้ามีเอาหลักฐานมาให้ดูเลยดีกว่า อย่างมงายกะแค่คำพูดใส่ร้ายคนอื่นทั้งๆที่ตัวเองทำผิดและไอ้พวกที่บอกว่าพวกเรายั่ว “เสก” ขอบอกเลยว่าจะทำทำไม เพราะตามข้อตกลงก่อนหย่ามีข้อห้าม ก้าวก่ายและยุ่งเกี่ยวกันทุกทางด้วย แต่ “เสก” ไม่ยอมหยุด ฝากบอกให้เลิกมโนสักที รังควานอยู่ได้

ขณะที่ช่วงเช้าวันเดียวกัน นางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้ง หลังเดินทางไปเยี่ยมอาการ น.ส.ชนกชล บุญเพ็ง หรือทอมบี สาวหล่อลูกน้องคนสนิท มีตำรวจ สน.ลาดพร้าว เดินทางไปสอบปากคำ ระบุว่า “ร็อกสตาร์กระทืบใครก็ได้ไม่ผิด อย่าคิดว่ามาตรา 72 จะช่วยคุณได้ เพราะสาหัสขนาดนี้ต้อง เข้าคุกสถานเดียว ขอโทษแม่และครอบครัวบีที่ต้องมารับเคราะห์กรรมแบบนี้ ขอโทษน่ะบี” ทั้งยังโพสต์ภาพ น.ส.ชนกชลนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย มีตำรวจสอบปากคำ พร้อมทั้งลงข้อความบรรยายว่า “ให้ปากคำกับตำรวจไปแล้วเมื่อเช้านี้ เจ็บสาหัสเลยต้องรบกวนให้ตำรวจมาสอบที่ รพ.อย่างกระอักกระอ่วน กว่าจะพูดได้แต่ละคำ หวังว่าครั้งนี้คงจะเป็นครั้งสุดท้าย บุคคลนี้เป็นอันตรายต่อประชาชนมากๆ ต้องทำอย่างไรดีกับชายคนนี้”

สำหรับเหตุการณ์นี้ได้รับการเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 14 เม.ย. นางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย พร้อม น.ส.ชนกชล บุญเพ็ง หรือทอมบี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ลาดพร้าว ว่าก่อนหน้าเมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 13 เม.ย. น.ส.ชนกชลถูกนายเสกสรร ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ ทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดหน้าร้านแมคโดนัลด์ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ริมถนนเกษตร-นวมินทร์ ขณะที่ พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว ระบุว่าอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน ผลการตรวจแพทย์และเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุครั้งนี้

 

           

 

  คลิปเก่าสงกรานต์58 เต้นโชว์นม เอาผิดคนโพสต์

 

ตามพรบ.คอมพ์ เจ้าตัวขอพบตร. 3วันตาย181ศพ เจ็บอีก1,777คน ยึดรถ1,565คัน

ตำรวจเอาผิดคนโพสต์คลิป “สาวเต้นเปลือยอกให้คนคลำนม” ที่ RCA แม้เป็นคลิปเก่าก็โดนเพื่อให้เป็นตัวอย่างในการดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ เผยมีโทษจำคุก 5 ปี และปรับ 1 แสนบาท ขณะที่เจ้าของเฟซบุ๊กที่มีการโพสต์ภาพ โพสต์ข้อความระบุจุดประสงค์ที่โพสต์คลิปเพื่อเตือนสติคนเล่นสงกรานต์ ไม่ให้มีพฤติกรรมเช่นนี้ “นายกฯ” แนะ ผู้ว่าฯ-เจ้าสัว-เถ้าแก่ ให้รางวัลคนใส่ชุดไทยเล่นน้ำสงกรานต์ ส่วนสงกรานต์วันที่สามสถิติผู้เสียชีวิตสังเวยเทศกาลพุ่ง 181 ราย บุรีรัมย์แชมป์ 10 คน 

 

 

 

                          น้ำใจนักกีฬ่า

 

15/04/16 อุบัติเหตุในการแข่งขันไทยลีกนัดตกค้างระห­ว่าง บุรีรัมย์/ชลบุรี จากลูกตั้งเตะ สุเชาว์ เปิดบอลให้ ไคโอะ วิ่งเข้ามาซัดด้วยซ้ายบอลลอยปะทะหน้า คิมซุลโฮ อย่างจัง ทำให้กองกลางชลบุรีถึงกับหมดสติล้มลง ด้วยความเป็นห่วงในเพื่อนร่วมอาชีพ อนาวิน ผู้เล่นของบุรีรัมย์รีบเข้าไปให้การช่วยเห­ลือ ล่าสุดหลังจากการตรวจเช็คอย่างละเอียดของแ­พทย์ พบว่า คิมซุลโฮปลอยดภัย สมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือน สามารถพูดคุยได้ และเดินทางกลับชลบุรีเป็นที่เรียบร้อย


ส่วนผลการแข่งขันบุรีรัมย์เฉือนชนะไปอย่าง­สุดมันส์ 3:2

 

 

 

 

                                          หมาใจเย๊นนนน ใจเย็น!!!......

 

 

 

guest

Post : 16/04/2016 08:44     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  ผีหัวขาด

 

 

                           คลิป ผีหัวขาด

 

ก็เป็นที่ฮือฮากันอย่างมาก ที่มีผู้นำคลิปผีหัวขาด จำกประเทศมาเลเซีย นำมาลงในโลกโซเชียล ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ กันไปตามเเต่มุมมองของเเต่ละคน ผมก็สงสัยเหมือนกันล่ะว่า คลิปนี้ทำไมถึงสั้นนัก เเละอีกอย่างก็ยังเห็นเห็นหัวจางๆ อยู่ตรงบริเวณพุ่มไม้...คุณต้องการอะไรจากสังคม ถึงต้องเอาคลิปตัดต่อมาลงอย่างนี้.......

 

 

                     

 

 

 

 

 

                                                

 

 

 

           

  คลิปเก่าสงกรานต์58 เต้นโชว์นม เอาผิดคนโพสต์

 

ตามพรบ.คอมพ์ เจ้าตัวขอพบตร. 3วันตาย181ศพ เจ็บอีก1,777คน ยึดรถ1,565คัน

ตำรวจเอาผิดคนโพสต์คลิป “สาวเต้นเปลือยอกให้คนคลำนม” ที่ RCA แม้เป็นคลิปเก่าก็โดนเพื่อให้เป็นตัวอย่างในการดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ เผยมีโทษจำคุก 5 ปี และปรับ 1 แสนบาท ขณะที่เจ้าของเฟซบุ๊กที่มีการโพสต์ภาพ โพสต์ข้อความระบุจุดประสงค์ที่โพสต์คลิปเพื่อเตือนสติคนเล่นสงกรานต์ ไม่ให้มีพฤติกรรมเช่นนี้ “นายกฯ” แนะ ผู้ว่าฯ-เจ้าสัว-เถ้าแก่ ให้รางวัลคนใส่ชุดไทยเล่นน้ำสงกรานต์ ส่วนสงกรานต์วันที่สามสถิติผู้เสียชีวิตสังเวยเทศกาลพุ่ง 181 ราย บุรีรัมย์แชมป์ 10 คน 

 

 

 

guest

Post : 15/04/2016 10:41     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  ตกนรกทั้งเป็น

 

 

             

 

 

 

                                      กลอนหวานผ่านใจ..

 

 

             

 

             

 

 

            

 

 

           

                     

 

 

 

 

 

                                     

 

 

 

 

                                             

 

 

 

 

                          บีบ พตต.มอบตัว

 

 โซเชียลแชร์สลดตาย1-สาหัส1 ‘พงศพัศ’ ลุยบี้-ชี้ระดับสารวัตร กระทำทารุณสัตว์-แจ้งจับแล้ว

รอง ผบ.ตร.โร่ดูเหตุคนใจอำมหิตใช้ปืนยิงหมาตายและสาหัส เป็นกระแสร้อนในสื่อโลกออนไลน์ ที่แฟลตตำรวจส่วนกลางลาดยาว เผยคนยิงเป็นตำรวจระดับสารวัตรให้รีบมอบตัวด่วน รวมทั้งเตรียมล้อมกรอบจัดระเบียบสุนัข ด้าน ผบก.น.2 สั่ง ตร.ท้องที่หาเบาะแสล่ามือสังหารพบเป็นตำรวจจริง ติดต่อขอ มอบตัวแล้วอ้างหมาหมู่รุมกัดเมียต้องยิงป้องกัน

จากกรณีที่มีกระแสข่าวโลกโซเชียลระบุว่าช่วงกลางดึกวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา มีคนใช้ปืนยิงสุนัขหลายนัด เป็นเหตุให้มีสุนัขเสียชีวิต 1 ตัว และบาดเจ็บสาหัส 1 ตัว เหตุเกิดที่แฟลตตำรวจส่วนกลางลาดยาว ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ต่อมาหน่วยกู้ภัยหมาแมวของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าช่วยเหลือสุนัขที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสัตว์ ย่านรามอินทรา โดยมีผู้ใจบุญเข้าช่วยเหลือค่าใช้จ่ายแล้ว ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 เม.ย. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น. 2 และ พ.ต.อ. ภาณุเดช สุขวงศ์ ผกก.สน.พหลโยธิน ได้เดินทางมาตรวจสอบและติดตามเหตุคนใจร้ายใช้ปืนยิงสุนัขตัวเมียเสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างโหดเหี้ยม บริเวณจุดเกิดเหตุหน้าแฟลต 5 ของแฟลตตำรวจส่วนกลางลาดยาว

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจระดับสารวัตร อาศัยอยู่ในแฟลต 5 ขอให้เข้ามอบตัว เพราะการทำร้ายสัตว์ไม่สามารถทำได้ มีความผิด ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรม และการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ หากพนักงานสอบสวนรับแจ้งเหตุแล้วต้องดำเนินคดีทันที ขณะนี้กรมปศุสัตว์ อยู่ระหว่างหารือกับกลุ่มผู้รักสัตว์ เพื่อหามาตรการดูแลสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งด้วย

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวอีกว่า มาตรวจที่เกิดเหตุ พบปัญหามากมาย เช่น เรื่องของสุนัขที่ปล่อยละเลยอยู่เป็นจำนวนมากบริเวณแฟลตตำรวจมีคนมาเลี้ยงอาหารเช้าเย็นจนกระทั่งสุนัขเพิ่มจำนวนขึ้นตามลำดับเป็นจำนวนมาก พ.ร.บ.การทารุณกรรมสัตว์ได้มีการพูดถึงเรื่องการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ด้วย ดังนั้นสุนัขเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลตามสวัสดิภาพให้เป็นตามกฎหมายว่าควรจะอยู่ในสถานที่แบบเหมาะสม การดูแลบริหารจัดการสุนัขที่อยู่ตามแฟลตตำรวจที่ถูกทอดทิ้งและไม่มีเจ้าของ ต้องถูกจัดการอย่างถูกต้อง ในพื้นที่ กทม.ส่วนใหญ่จะต้องไปแจ้ง กทม.เพื่อจัดให้มีคนมาดูแลฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาด ทำหมันเพื่อไม่ให้แพร่พันธุ์ อาจมีการนำสุนัขบางส่วนไปดูแลรักษาตามสถานที่ต่างๆตามที่กรมปศุสัตว์จัดไว้หรือ กทม.จัดไว้ เป็นสิ่งที่ควรต้องเร่งดำเนินการ

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่ออีกว่า จะรายงาน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในการบริหารจัดการเรื่องนี้ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ที่ต้องเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ที่จะมีการลงทะเบียนและทำให้สุนัขเหล่านี้ได้รับการดูแล ขณะนี้ไม่ได้มีข้อกฎหมายที่บังคับใช้ในเรื่องการดูแลหรือข้อกำหนดของผู้เลี้ยง แต่ พ.ร.บ.ได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้เลี้ยงสัตว์ต่างๆ

ทำการลงทะเบียน แต่ก็ไม่ได้บังคับ โดยผู้ที่ลงทะเบียน จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ เรื่องของการฉีดวัคซีน และค่าเลี้ยงดูในบางส่วน ต่อไปอาจมีการออกกฎกระทรวงหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ผู้เลี้ยงสัตว์ต้องไปจดทะเบียน มีการควบคุมสถานที่เลี้ยงสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อป้องกันโรคระบาดที่เป็นปัญหาอย่างมากโดยเฉพาะในฤดูร้อน

ด้าน พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น. 2 กล่าวว่า ได้เร่งรัดให้ตำรวจท้องที่ สน.พหลโยธิน ตรวจสอบรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้น ตรวจสอบที่เกิดเหตุ กล้องวงจรปิด ส่วนซากของสุนัขที่ตายให้เก็บหัวกระสุนไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งสอบปากคำผู้พักอาศัยในอาคารและอาวุธประจำกาย หากพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันจะต้องถูกดำเนินคดีตาม

ขั้นตอนกฎหมาย อีกทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ด้วย เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ฯ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนด้วย จะต้องสอบสวนอย่างละเอียดก่อน

ขณะที่ พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ ผกก.สน.พหลโยธิน กล่าวว่า ล่าสุดมูลนิธิช่วยเหลือสุนัขวอสด๊อก ไทยแลนด์ หรือ WDT ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้วหลังสังคมออนไลน์ให้ความสนใจคดีดังกล่าว เหตุนี้ถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์ ตำรวจจะเร่งสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุ โดยจะลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งกล้องวงจรปิดและสอบพยานแวดล้อมที่อาจเห็นเหตุการณ์ เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้ก่อเหตุ

มีรายงานว่า ตำรวจใจคอโหดเหี้ยมใช้ปืนยิงสุนัขเสียชีวิตและบาดเจ็บ มียศ พ.ต.ต. สังกัดหน่วยงานขึ้นตรงแห่งหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและพักอาศัยอยู่ในแฟลตที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อมัดตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ค่ำวันเดียวกัน พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจระดับสารวัตร ได้ติดต่อขอมอบตัวกับพนักงานสอบสวนแล้วแต่ยังไม่รู้ว่าจะเข้าพบวันไหน อ้างว่าภรรยาเคยถูกสุนัขฝูงนี้กัดจนได้รับบาดเจ็บมาก่อน วันเกิดเหตุเห็นภรรยากำลังถูกสุนัขรุมล้อมจึงตัดสินใจใช้ปืนยิงเพื่อป้องกันภรรยา

 

 

                                           

 

                                    

 

 

  เกิดเหตุโกดังพลุดอกไม้ไฟระเบิดที่วัดในอินเดีย พลุพุ่งขึ้นฟ้าบึ้มต่อเนื่อง คร่าแล้ว 75 ศพ เจ็บระนาวหลายร้อย 


          สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานอุบัตเหตุพลุระเบิดที่วัดปุตตินกัล ในรัฐเกรละ ทางตอนใต้ของอินเดีย ในวันนี้ (10 เมษายน 2559) เมื่อช่วง 03.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยพลุที่เก็บไว้ในวัดถูกสะเก็ดไฟจากดอกไม้ไฟที่จุดโชว์ จนเกิดระเบิดขึ้น ส่งพลุบึ้มสนั่นขึ้นฟ้าต่อเนื่อง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 100 ราย บาดเจ็บอีกว่า 200 คน ตามรายงานจากทางการ 

      อย่างไรก็ดี ในขณะนี้เหตุการณ์ได้สงบลงแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ขณะที่นายกรัฐมนตรี นเรนทระ โมที แจ้งผ่านทวิตเตอร์ว่าจะเข้าไปตรวจจุดเกิดเหตุด้วย 

 

 

 

 

 

 

 

                    หมาเจ้าเล่ห์..

 

 

 

guest

Post : 11/04/2016 12:21     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  ใครฆ่า วันดี ศรีตรัง

 

                 

                

 

  

                    *** กลอน - คำคม ***

         

                  

 

            

 

                                

 

 

 

                                              

   

 

 

                    ครูกานต์ พิชิต เคพีเอ็น อวอร์ด

 

 ครูกานต์” ครูเพลงที่อยู่เบื้องหลังนักร้องดังมาหลายคน ทำสำเร็จ คว้าโอกาสครั้งที่ 2 ได้แชมป์เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25 ประจำปี 2559 รับถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เงิน 1 ล้านบาท และรถหรูอีก 1 คัน เจ้าตัวเผยความรู้สึกถึงกับอึ้ง คล้ายจะเป็นลม แต่ก็ฝากข้อคิดถึงเด็กๆ รุ่นใหม่ที่แข่งเวทีเดียวแล้วอาจท้อ อยากให้มองว่าโอกาสมีเข้ามาเรื่อยๆ ต้องคว้ามาและทำให้เต็มที่

หลังเปิดแข่งขันร้องเพลงรายการ “เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25 เดอะ แบทเทิลรีเทิร์น (KPN AWARD 25th The Battle Returns)” ชิงถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาหลายสัปดาห์ ในที่สุดก็มาถึงรอบตัดสินโดยเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 เม.ย. ที่ศาลาดนตรีสุริยเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต บ.เคพีเอ็น อวอร์ด จำกัด จัดการประกวดร้องเพลงในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งคอนเซปต์ในปีนี้นำผู้เข้าแข่งขันที่เคยประกวดในรายการเคพีเอ็นของแต่ละปี ได้กลับมาลงสนามชิงชัยกันอีกรอบจนเหลือ 4 คนสุดท้ายได้แก่ KPN 1 ครูกานต์-กานต์ จั่นทอง, KPN 3 จอย-สุภาพรรณ เสาวดี, KPN6 ดีเจดาว-ณัฐภัสสร สิมะเสถียร และ KPN 7 เอก-เอกกมล บุญโพธิ์ทอง ท่ามกลางเหล่ากองเชียร์ ที่นำอุปกรณ์ป้ายไฟมาให้กำลังใจนักร้องของตนกันอย่างเนืองแน่น

เปิดเวทีด้วยโชว์พิเศษจากอาจารย์เด่น อยู่ประเสริฐ 1 ในคณะกรรมการตัดสิน ร่วมแสดงกับ เพียว-เอกพันธ์ วรรณสุทธิ เคพีเอ็น อวอร์ด ปี 2010 ในเพลง “Somewhere over the rainbow” จากนั้นเริ่มการแข่งขันด้วย KPN 1 ครูกานต์ มาในเพลง “แม่” และเพลง “Rise Like a Phoenix” ตามด้วย KPN 7 เอก ขับร้องเพลง “เรา” และเพลง “Highway Star” ถัดมา KPN 3 จอย มาในเพลง “นาทีสุดท้าย” และเพลง “Deja Vu” สุดท้าย

KPN 6 ดีเจดาว ร้องเพลง “ล่า” และเพลง “Let It Go” บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อผู้ประกวดงัดพลังเสียงอันทรงพลังมาปลดปล่อยเต็มที่ในรอบสุดท้าย ทำให้เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดให้กับบรรดากองเชียร์กันสนั่นฮอลล์ ก่อนปิดท้ายด้วยการมอบรางวัลพิเศษ “Lifetime Achievement Award” รางวัลเกียรติยศแห่งความภูมิใจผู้ประสบความสำเร็จจากเวทีเคพีเอ็น อวอร์ด โดยคุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช ประจำปี 2559 ให้กับนักร้องหญิง เจนนิเฟอร์ คิ้ม

   

 

  

 

                                            

       แดง จิตกร’ โดนมะเร็งคุกคาม วอนแฟนเพลงช่วยเหลือค่ารักษา

 

                                                   

 แดง จิตกร นักร้องลูกทุ่งชื่อดังเจ้าของเพลง หัวใจคิดฮอด ป่วยหนักเป็นมะเร็งที่คอ วอนแฟนเพลงช่วยเหลือบริจาคเงินตามกำลังเพื่อรักษาตัว

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ผู้ที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า สัญญาลักษณ์ ดอนศรี นักแต่งเพลงได้โพสต์ภาพของ แดง จิตกร นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ซึ่งในภาพดังกล่าวนั้นแดง จิตกร อยู่ในสภาพผอมหนังติดกระดูก และมีแก้มที่โตกว่าปกติ พร้อมระบุข้อความว่า "แดง จิตกร มะเร็งลำคอวิกฤต ครูกำลังไปหานะ"  

 

 

 

 

 

 
สัญญาลักษณ์ ดอนศรี ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าแดง จิตกร ป่วย 

 

 

 

 

 หลังจากที่ครูเพลงคนดังกล่าวได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้ง เป็นคลิปวิดีโอที่แดง จิตกร ร้องเพลง พร้อมข้อความที่ว่า “แดง จิตกร วอนแฟน ชื่อบัญชี นายสมจิต เกตุภูเขียว (แดง จิตกร) 297-099-256-2 ธ.กรุงเทพ สาขาบุรีรัมย์ เจ้าของเพลงดังมนต์รัก ตจว. ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เงินทองจากการร้องเพลงหมดสิ้นไปกับการรักษา วิงวอนแฟนเพลงผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการ เพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการช่วยเหลือด่วนตามกำลังศรัทธาครับ โทร 086-2574878 คุณอุไรวรรณ ภรรยา”

 

 

 

                                                         

 

                                                 

 

            อ.สุดทนกระซิบตร.จับนศ. ลอบค้ายาในรั้วม.เอกชนดัง 

 

                                          

 

อ.สุดทนกระซิบตร.จับนศ. ลอบค้ายาในรั้วม.เอกชนดัง ปส.ล่อซื้อยาเอเย่นต์หนุ่ม นศ.มหา'ลัยเอกชนมีชื่อ ยึดของกลางยาไอซ์ 1 กก. ยาบ้า 4 หมื่นเม็ด และยาเค 189 ขวด เจ้าตัวรับสารภาพขายยาให้แก่เพื่อนในรั้วมหา'ลัยและลูกค้าสถานบันเทิง ก่อนจับผู้ร่วมขบวนการอีก 3 คน

 

วันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559 เวลา 12:43 น. เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.)พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส และ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ผบก.ปส.3 ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาลักลอบค้ายาเสพติด ได้แก่ นายชาคริต ช้างบุญชู อายุ 29 ปี น.ส.ตวงพลอย ดวงดี อายุ 22 ปี นายคมสัน แซ่จิว อายุ 22 ปี นายชานนท์ วงษ์ยี่ อายุ 36 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 1 กก. ยาบ้า 40,000 เม็ด ยาเค 189 ขวด รถกระบะ 1 คัน รถจยย. 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง

 

สืบเนื่องมาจากได้รับการร้องเรียนจากอาจารย์มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ว่ามีนักศึกษานำยาเสพติดมาจำหน่ายถึงในรั้วมหาวิทยาลัย จึงขยายผลจากผู้เสพ เข้าจับกุม นายชาคริต ซึ่งอดีตเคยเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด เมื่อพ้นโทษออกมาแล้ว ก็ยังคงวนเวียนกลับไปขายยาเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้มาในคราบนักศึกษา แอบขายยาให้แก่เพื่อนนิสิตย่านรัชดาฯ ห้วยขวาง สุทธิสาร ลาดพร้าว และรามอินทรา รวมทั้งสถาบันบันเทิงต่าง ๆ เจ้าหน้าที่จึงส่งสายสืบเข้าทำการล่อซื้อยาจาก นายชาคริต เป็นยาไอซ์ 1 กก. ราคา 9 แสนบาท ยาบ้าอีก 20 มัด ราคา 1.6 ล้านบาท จนจับกุมตัวได้สำเร็จ

 

ต่อมาได้ขยายผลเข้าตรวจค้นห้องพักผู้ต้องหาในซอยอินทามระ 47 เขตดินแดง กรุงเทพฯ พบยาเคอีก 189 ขวด จึงคุมตัวมาสอบสวน ผู้ต้องหาให้การซัดทอดผู้ร่วมขบวนการคนอื่น เจ้าหน้าที่จึงขยายผลเข้าจับกุมเพิ่มเติม ก่อนแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ไอซ์ และยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาทประเภท 2(เคตามีน)ไว้ในความครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป..“
 

 
 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณเจ้าของคลิป --- Piyatas Suksawat น้องกร วัดป่ามณีกาญจน์ 

 

 

#เณรกร เข้าฌาน พระอาจารย์สกิตให้ตื่น 
ที่อยู่วัดป่ามณีกาญจน์ 67/3 หมู่ 3 ถ.บางม่วง - บางคูลัด (สาย1) 

 

 

 

guest

Post : 10/04/2016 08:36     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  เกือบคอหักตาย

 

 

              

 

 

 

 

            

 

                            

 

 

     

 

                                           

 

  โอ๋ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ เกิดอุบัติเหตุ ตกบันได 10 ขั้น หลังผิดคิวในกองถ่ายละคร รักร้าย ล่าสุดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ผู้จัด-ผู้กำกับ ดูแลใกล้ชิด

 

           วันที่ 7 เมษายน 2559 มีรายงานว่า นักแสดงรุ่นใหญ่ โอ๋ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ ประสบอุบัติเหตุตกบันได 10 ขั้น หลังผิดคิวในกองถ่ายละคร รักร้าย ของค่ายกันตนา โดยในอินสตาแกรมของ ตุ๊กตา จิตรลดา บิ๊กบอสกันตนา ผู้เป็นภรรยา ได้เผยคลิปเหตุการณ์ โอ๋ ฐาปกรณ์ ตกบันได และได้อัพเดทความคืบหน้า หลังนำตัวนักแสดงหนุ่มรุ่นใหญ่ส่งโรงพยาบาลว่า ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ตอนนี้พี่เขาโอเคแล้ว มีผู้จัดซึ่งก็คือ สตางค์ ดิษย์ลดา ลูกสาวของทั้งคู่ และผู้กำกับละครเรื่องนี้ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

 

 

 

 

 

 

                                                         

 

                                             

 

                     ชนยับคณะแพทย์ตาย4ศพ รถเสียยืนโบกบนบูรพาวิถี 

 

„ชนยับคณะแพทย์ตาย4ศพ รถเสียยืนโบกบนบูรพาวิถี เกิดอุบัติเหตุสยอง รถตู้คณะแพทย์จอดเสียบนทางด่วนบูรพาวิถี ก่อนลงจากรถมาโบกขอความช่วยเหลือ สุดท้ายกลายเป็นโศกนาฏกรรม รถบรรทุก-รถเก๋ง ซิ่งชนอย่างจัง เสียชีวิต 4 ศพ

 

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน 2559 เวลา 8:12 น. เมื่อวันที่ 8 เม.ย.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา หน่วยกู้ภัยได้รุดไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย บริเวณทางด่วนบูรพาวิถี มุ่งหน้าเข้า กทม. ที่เกิดเหตุพบศพถูกชนนอนเรียงรายอยู่เต็มถนนรวม3 ศพ และมีอีกศพกระเด็นตกไปด้านล่าง จากการสอบถามผู้อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า ทั้งหมดเป็นทีมแพทย์และพยาบาลซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากการผ่าตัดคนไข้ที่พัทยา ในบริเวณใกล้กันพบรถตู้อัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน 1 กพ 6013 กทม. จอดเสียอยู่และด้านท้ายถูกชนยับ ห่างไปเล็กน้อยพบรถบรรทุก 6 ล้อ ทะเบียน 82-9251 พระนครศรีอยุธยา และรถเก๋งอีกคัน จอดแน่นิ่งอยู่ในสภาพพังเสียหายทั้งคู่

 

เบื้องต้นทราบว่า ขณะที่คณะแพทย์กำลังนั่งรถตู้กลับ กทม.หลังเสร้จสิ้นภารกิจ แต่ปรากฏว่ารถเกิดเสียบนทางด่วน จึงลงมาพยายามโทรฯแจ้ง และโบกขอความช่วยเหลือ อีกส่วนไปยืนอยู่หน้ารถเพื่อตรวจสอบเครื่องยนต์ ในระหว่างนั้นมีรถบรรทุกและรถเก๋งวิ่งมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนท้ายอย่างจัง กวาดร่างผู้ที่ยืนอยู่หน้ารถทั้งหมดเสียชีวิตคาที่. สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตประกอบด้วย 1.นายสุพัฒน์ หวังพิทักษ์วงศ์ อายุ 33 ปี กระเด็นตกทางด่วนเสียชีวิตด้านล่าง 2.น.ส.กัญญาพัชร แก้วบรรจง อายุ 35 ปี 3.นางวรนิตย์ หงษาชาติ อายุ 44 ปี และ 4.น.ส.ปรางทิพย์ บุญสถิตย์ อายุ 36 ปี ยืนอยู่บริเวณหน้ารถตู้ เมื่อถูกชนท้ายจึงโดนกวาดระเนระนาด ส่วน น.พ.สิทธิวัฒน์ อินทรขาว อายุ 37 ปี หรือหมอแบงค์ ศัลยแพทย์ชื่อดัง รอดปฏิหาริย์เนื่องจากเดินมาทางด้านหลังรถตู้พร้อมกับผู้รอดชีวิตอีก 1 รายคือ น.ส.แสงทอง อัศวธรรมวงษ์ อายุ 46 ปี ซึ่งเดินตามมาห่าง ๆ แต่ไม่พ้นโดนรถ 6 ล้อซึ่งชนท้ายรถตู้แล้วเหวี่ยงใส่บาดเจ็บสาหัส“

 

                      

 

 

 

   

                                                    

 

 

 

 

 

 เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก  สิงห์หาญ ดอนไพร  ได้โพสต์คลิปนาทีสุดระทึก กลุ่มชาวบ้านเข้าไปช่วยเหลือรถเก๋งที่เสียหลักพุ่งตกลงไปในคลอง ปรากฏว่ามีเด็กหญิงตัวเล็ก อายุ 3-4 ขวบติดอยู่ในตัวเก๋งที่กำลังจะจมน้ำ โดยกลุ่มชาวบ้าน 3 คนเป็นผู้ชายได้กระโดดลงไปช่วยเหลือเด็กพร้อมกับผู้ปกครองของเด็ก โดยใช้ค้อนทุบกระจกหลังจนแตก แล้วดึงร่างของหนูน้อยที่กำลังจะจมน้ำออกมาได้อย่างปลอดภัย

  

 

 

   

 

                                            

 

 

                                         

 

...'วีระ' จวก 'ปนัดดา' ปชช.เดือดร้อนนัดไม่ได้ แต่คดีคนดังรีบโดดไปหา !...

กระทู้คำถาม
นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) โพสต์เฟซบุ๊ก  อนาจใจ...เครือผู้บริโภค ขอเข้าพบ มล.ปนัดดา ดิษสกุล เพื่อขอหารือเรื่องพรบ. องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ที่เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศนัดแล้วนัดอีกก็ไม่ให้พบ ทั้งส่งหนังสือ นัดผ่านที่ปรึกษา และเลขาฯ ทำได้แค่ส่งที่ปรึกษามานั่งฟัง แล้วเรื่องก็เงียบ แต่เรื่อง แค่แม่ลูกทะเลาะ ฟ้องร้องกันเรื่องแย่งมรดก ท่านปนัดดา รีบก้นกระดกไปเคลียร์ให้ถึงที่ 

"อนาจใจ...เครือผู้บริโภค ขอเข้าพบ มล.ปนัดดา ดิษสกุล เพื่อขอหารือเรื่องพรบ. องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค (ที่เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ)นัดแล้วนัดอีกก็ไม่ให้พบ ทั้งส่งหนังสือ นัดผ่านที่ปรึกษา และเลขาฯ ทำได้แค่ส่งที่ปรึกษามานั่งฟัง แล้วเรื่องก็เงียบ เครือข่ายผู้บริโภค ต้องกดดันถึงขนาดรวมตัวกันไป"ตีฆ้อง"เพื่อขอเข้าพบ ต้องรอเกือบครึ่งวัน ต้องขู่ว่าจะไปเดินตีฆ้องรอบทำเนียบ กว่าจะยอมให้พบ แต่เรื่อง แค่แม่ลูกทะเลาะ ฟ้องร้องกันเรื่องแย่งมรดก ท่านปนัดดา รีบก้นกระดกไปเคลียร์ให้ถึงที่  "
......................................................................

เอ้า..หม่อมไมค์ทอง
วีระเค้าว่ามานะครับ  ผมไม่ได้พูดนะ 

เอามาแปะที่นี่
กลัวหม่อมจะไม่เห็น  รีบเคลียร์ซะ พวกเดียวกันนี่ อิอิ

รายละเอียด มันส์กว่าเยอะ 
แต่ไม่กล้าเอาลง อ่านได้ที่นี่

http://news.voicetv.co.th/thailand/348075.html

 

 

 

 

guest

Post : 09/04/2016 08:34     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  ตบบ้องหูด้วยกรวย

                      

                               *** กลอน - คำคม ***

         

 

 

              

 

 

                                                        

      

                            เมีย"อส."ถูกกรวยตบคาใจ ถูกผู้ว่าฯสั่งย้ายตามอีกราย 

 

„จากกรณีมีผู้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ป้องกันจังหวัดสมุทรสาคร ใช้กรวยยางและมือตบศีรษะ อส. ที่ไม่ยอมทำความเคารพข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เดินผ่านเข้าไปทำงานในศาลากลางจังหวัด จนเกิดเสียงวิพากวิจารณ์เป็นอย่างมากถึงความเหมาะสมในการลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว

 

 ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นางวรรณา ร้อยอำแพง อายุ 57 ปี มารดาของ อส.ศิริวัฒน์ ร้อยอำแพง ตำแหน่งพลประจำร้อย บก.บร.อส.จ.สค. (กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดน จังหวัดสมุทรสาคร) พร้อมญาติพี่น้อง ได้เข้าพบกับ นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผวจ.สมุทรสาคร เพื่อขอทราบรายละเอียดที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอทราบเหตุผลในคำสั่งที่ให้ อส.ศิริวัฒน์ ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำกองร้อยอาสารักษาดินแดน อำเภอบ้านแพ้วที่ 3 และให้ อส.สายชล งามเนตร์ ภรรยาของ อส.ศิริวัฒน์ ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำกองร้อยอาสารักษาดินแดน อำเภอกระทุ่มแบนที่ 2 โดยใช้เวลาพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวนานเกือบ 1 ชม.

 

 โดยหลังออกจากห้องประชุม นางวรรณา ได้ให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆว่า วันนี้เพียงแค่ต้องการมารับฟังเหตุผลจากปากของ ผวจ.สมุทรสาคร หลังจากที่ออกหนังสือคำสั่งให้ลูกชายและลูกสะใภ้ ซึ่งเป็น อส.ของจ.สมุทรสาครทั้ง 2 คน ไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของงานอำเภอเท่านั้น ซึ่งก็พอจะเข้าใจในเหตุผลของผู้บังคับบัญชา และก็ต้องการที่จะมาส่งลูกชายไปปฏิบัติงานที่ อ.บ้านแพ้ว ตามคำสั่งด้วย ส่วนจะมีการร้องขอความเป็นธรรมอื่นๆหรือไม่นั้น ก็คงต้องให้ผู้เป็นพ่อของ อส.ศิริวัฒน์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ทางภาคใต้ เดินทางกลับขึ้นมาก่อน จึงจะหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขณะที่ทางด้านของ อส.สายชล ภรรยาของ อส.ศิริวัฒน์ ที่ถูกคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำกองร้อยอาสารักษาดินแดน อำเภอกระทุ่มแบนที่ 2 เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำสั่งดังกล่าว อีกทั้งเมื่อถูกย้ายทั้ง 2 คนและไปอยู่คนละอำเภอที่ไม่ใช่ในส่วนของที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร ก็ส่งผลกระทบไปถึงลูกสาวคนเดียวของตนที่อายุ 8 ปีเท่านั้น โดยตนต้องขึ้นรถประจำทางไปรับไปส่งโรงเรียนทุกวัน

 

 ส่วนสาเหตุที่ถูกร่างแหให้ย้ายไปด้วยนั้น ทางผู้บังคับบัญชาบอกว่า เนื่องจากตนเอาคลิปไปให้ตำรวจ ซึ่งตนก็เห็นว่า คลิปนี้เป็นพยานหลักฐานเพียงอย่างเดียวที่จะสามารถช่วยสามีได้ โดยตนเองมองว่า ตนเองไม่ผิดเพราะทำไปเพื่อช่วยสามีเท่านั้นเอง

 

 ส่วน นายแมนรัตน์ ผวจ.สมุทรสาคร กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ทางแม่และ ญาติพี่น้องของ อส.ศิริวัฒน์ กับ อส.สายชล ได้มาเข้าพบเพื่อต้องการทราบข้อเท็จจริงและเหตุผลของการสั่งย้าย ก็ได้มีการชี้แจงให้ทราบถึงระเบียบวินัยและคำสั่งภายใต้กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสมุทรสาครแล้ว สำหรับทางด้านของ นายสมศักดิ์ แย้มพันธุ์นุ้ย ป้องกันจังหวัดสมุทรสาคร คู่กรณี ก็ได้สั่งย้ายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใดก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนายอำเภอเมืองสมุทรสาคร

 

 ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่า ทำไม อส.สายชล ภรรยาของ อส.ศิริวัฒน์ ถึงถูกคำสั่งย้ายด้วยนั้น ก็เนื่องด้วยหลังจากที่มีการสอบสวนเบื้องต้นจากผู้ที่ดูแลรับผิดชอบในส่วนของภาพจากกล้องวงจรปิดของศาลากลางจังหวัดสมุทรสาครแล้ว บุคคลดังกล่าวบอกว่า อส.สายชล ได้ขึ้นมาขอภาพจากกล้องวงจรปิด โดยกล่าวอ้างว่าผู้บังคับบัญชาสั่งให้มาขอ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มอบให้ไป ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบข้าราชการ จึงต้องมีการสั่งย้ายไปก่อนเป็นการชั่วคราว จนกว่าการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทุกคนจะแล้วเสร็จ จึงจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นต่อไป

 

 ซึ่งคลิปตามที่ปรากฎในสื่อต่างๆ ไม่ได้เป็นความลับแต่อย่างใด แต่การที่จะขอภาพหรือเอกสารซึ่งอยู่ในสถานที่ราชการนั้น จะต้องมีการทำหนังสือมาขอให้ถูกต้องตามระเบียบ ทั้งนี้ ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองอาสารักษาดินแดน จ.สมุทรสาคร ก็อยากให้สมาชิก อส.ทุกระดับชั้นรักและสามัคคีกัน หากใครมีปัญหาหรือมีเรื่องร้องทุกข์อย่างไร ก็สามารถเข้าพบและรายงานให้รับทราบได้ เพื่อจะได้ช่วยกันหาทางออกต่อไป.“

     

 

 

 " น่าสมเพทเวทนาเหลือเกิน กับข้อหาที่ อส.ท่านนี้ถูกลงโทษทางวินัยอย่างนี้ ซ้ำร้าย เมียที่ทำงานอยู่ด้วยก็ต้องรับเคราะห์กรรมโดนสั่งย้ายไปไกลเเสนไกล......อนาถใจเเท้...."

www.arjanpong.com

 

 

 

 

 

                                             

 

 

 

          รสนาจี้สนช.-สปท.เว้นวรรค2ปีหากคำถามพ่วงประชามติผ่าน

 
 

 

 

  เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2559 น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สนช.) และอดีต ส.ว.กทม. โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเรียกร้องให้สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เว้นวรรคทางการเมืองหลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับ เพื่อแลกกับการลงมติด้วยเสียงเอกฉันท์ให้มีคำถามประกอบประชามติร่างรัฐธรรมนูญให้สิทธิส.ว.สรรหาชุดแรกร่วมลงมติเห็นชอบบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ เพื่อสร้างมาตรฐานการไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และให้เจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ให้ชื่อว่าเป็นฉบับปราบโกงเป็นตามเป้าหมาย ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับหลักการเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ไม่ใช่ให้เป็นเพียงการบัญญัติไว้เป็นประเพณีของการรัฐธรรมนูญเท่านั้น 
  
“หากคำถามพ่วงของสปท.และสนช.ผ่านประชามติ ต้องนำไปแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. ย่อมถือได้ว่าท่านสมาชิกทั้งสองสภาได้ทำหน้าที่ดุจเดียวกับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และได้แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจของส.ว. ที่ไม่มีอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญเดิม ท่านสมาชิกทั้งสองสภาย่อมเข้าข่ายเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ที่อาจถูกครหาได้ว่าจงใจชงคำถามนี้ให้เข้าตากรรมการคสช.เพื่อแลกกับการที่จะได้รับเลือกเข้ามาเป็นส.ว.อีกตามบทเฉพาะกาลหรือไม่ เพื่อป้องกันคำครหาและเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญได้แสดงเจตนาว่าต้องการให้เป็นรัฐธรรมนูญปราบโกงและขจัดการมีส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง ดิฉันขอเสนอว่าหากทั้งสองสภาตกลงใจจะให้มีคำถามพ่วงนี้ขึ้นมา ก็ขอให้เพิ่มเงื่อนไขว่า หากคำถามดังกล่าวผ่านประชามติ และต้องนำไปปรับแก้ไขเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญ ทั้งสปท.และสนช.จะต้องเว้นวรรคการดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2 ปีเช่นเดียวกับกรธ.โดยขอเสนอให้เพิ่มเติมในมาตรา 267 ของร่างรัฐธรรมนูญ โดยระบุห้าม สนช. และ สปท. ดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายในสองปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งของแต่ละสภาด้วย” น.ส.รสนา กล่าว 
  
น.ส.รสนา ระบุด้วยว่าตนมองว่าคำถามประกอบประชามติร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของสปท.และสนช. เพราะกรณีที่มีเงื่อนไขให้สภาผู้เสนอคำถามประกอบการออกเสียงประชามติต้องเว้นวรรคการดำรงตำแหน่งทางการเมืองเช่นเดียวกับ กรธ. เพื่อเป็นทางออกให้ทั้งสองสภาไม่ตกอยู่ภายใต้คำครหาเดียวกับบรรดานักการเมืองที่ถูกตำหนิมาแล้วว่าเป็นพวกนิยมชงเอง กินเองหรือผลัดกันเกาหลังให้กันและกัน ตนมองด้วยว่าในยุครัฐธรรมนูญปราบโกงจึงต้องเข้มงวดในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างจริงจังไม่ใช่แค่สร้างเป็นวาทกรรมลอยๆ

 

 

                           ภัยของพ่อค้าเเม่ขาย

 

 กล้องวงจรปิดของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโกบอย ย่านคลองสอง อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี บันทึกภาพพฤติกรรมของชายคนหนึ่ง ที่พนักงานของร้านเล่าว่า ได้เข้ามาทำทีซื้อก๋วยเตี๋ยว เพื่อนำไปถวายเพลพระ จำนวน 20 ถุง โดยนำไปก่อน 10 ถุง และจะกลับมารับอีก 10 ถุงที่เหลือ พร้อมชำระเงิน แต่กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

     นาง สาวอัมพร สันตามะ พนักงานร้าน เล่าว่า เมื่อวานนี้ มีชายวัยกลางคน สวมเสื้อคลุมสีครีม และสวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีแดงดำ เข้ามาสั่งก๋วยเตี๋ยวจำนวน 20 ถุง เพื่อนำกลับไปถวายเพลพระ ที่วัดแสงสรรค์ ที่อยู่ใกล้เคียง แต่ขอเร่งด่วนก่อนจำนวน 10 ถุง เพราะกลัวจะถวายเพลไม่ทัน แล้วจะกลับมารับอีก 10 ถุงที่เหลือ พร้อมชำระเงิน แต่เวลาผ่านไปกว่า 40 นาที ก็ยังไม่กลับมารับสินค้า จึงขี่รถไปสอบถามพระที่วัดแสงสรรค์ ปรากฎว่า ไม่พบว่ามีคนนำก๋วยเตี๋ยวมาเลี้ยงพระในวันดังกล่าว จึงรีบโทรแจ้งเจ้าของร้าน ซึ่งราคาค่าก๋วยเตี๋ยวทั้งหมดเป็นเงิน 748 บาท

      และหลังจากที่มีการนำคลิปภาพ มาแชร์ทางโลกโซเชียล ก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า เป็นชายคนเดียวกัน กับที่เคยก่อเหตุที่ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านอื่นในเขต จ.ปทุมธานี และ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงฝากเตือนผู้ประกอบการ ให้ระมัดระวังแก๊งมิจฉาชีพ ที่มาในหลายรูปแบบ

 

 

 

 

 

 

 

guest

Post : 08/04/2016 09:08     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  ใบเตยตกหลังควาย

 

 

            

 

 

              

          

 

 

 

 

  

            **************************************************************

 

 

 

 

 

 เมื่อวันที่ 6 เม.ย 59 แม่พระเอกดัง "เกรท วรินทร" ซึ่งเป็นเจ้าของห้างทอง "หวังเงินไทย (เจ๊กุ้ง)" อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ล็อคคอคนร้ายที่พยายามฉกสร้อยคอทองคำ ก่อนจับส่งตำรวจ......

 ....." ผมว่าเจ๊เเกฉลาดมาก เข้าไปลูบๆคลำๆว่ามีอาวุธอะไรติดต้วมาหรือเปล่า? เมื่อมั่นใจก็ล็อคเลย!!! สติของเจ๊ในการเเก้ป้ญหาเฉพาะหน้าอย่างนี้ ถือว่าถูกต้องที่สุด เพราะกาะเอะอะโวยวาย จะทำให้คนร้ายหนีกระเจิงได้........."

 

 

 

 

 

 

 เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ (5 เม.ย 2559 )ได้เกิดอุบัติเหตุ ที่กองถ่ายละคร เรื่องแม่นาก ซึ่งเตรียมออกอากาศ ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 ดิจิตอลทีวี โดยเป็นฉากที่คู่พระนาง ใบเตย อาร์สยาม (สุธีวัน ทวีสิน) อายุ 28 ปี ซึ่งรับบท แม่นาก เเละ หนุ่มมาร์ติน มิดาล ลูกครึ่งไทย เดนมาร์ค อายุ 24 ปี รับบท พ่อมาก โดยทั้งคู่ต้องเข้าฉากขี่ควาย ที่ทุ่งนา ย่าน บ้านบางแม่ม้าย ต.บางใหญ่ อ.บางปลาม้า แต่เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ทั้งคู่พลัดตกลงมากระแทกพื้นอย่างหนั­ก ได้รับบาดเจ็บ ระหว่างที่ถ่ายทำ ต้องหามส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน ทั้งนี้ ทางทีมงานกองถ่ายสันนิษฐานว่า ทั้งคู่ ไม่ได้ขอขมา ก่อนถ่ายทำฉากนี้


สำหรับอาการบาดเจ็บ หนุ่มมาร์ติน มีอาการได้รับบาดเจ็บบริเวณ คางแตก ส่วนสาวใบเตย อยู่ในอาการช็อคตกใจอย่างหนัก ตอนนี้ทั้งคู่กำลังไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ ทั้งสองพระนาง ได้ได้เดินทางไปรับการรักษาที่ รพ.บางปลาม้า แต่เนื่องด้วยทางโรงพยายาลไม่มีเครื่องเอ็­กซเรย์ จนย้ายทั้งคู่ไปทำการรักษาต่อ ที่โรงพยาลศุภมิตร เพื่อทำการรักษาต่อไป...........

 

........" ผมว่าคงไม่เกี่ยวอาถรรพ์อะไรหรอกครับ ควายมันตกใจหนึ่งในทีมงานที่วิ่งเข้าไปหาต่างหาก ไม่เกี่ยวกับผีสางนางไม้ใดๆทั้งสิ้น........."

 

 

 

 

 

 

                                     

 

ข้อมูลมหึมา 2.6 เทราไบต์ หรือ 11.5 ล้านฉบับ บรรจุข้อมูลความลับทางการเงินที่ถูกเปิดเผยออกมาสู่สาธารณชน ส่งผลให้สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลก และไปในทุกวงการ ทั้งแวดวงธุรกิจ การเมือง บันเทิง หรือแม้แต่แวดวงกีฬา

ต้นทางของปานามา เปเปอร์สคือ บริษัทกฎหมายมอสแซ็ค ฟอนเซกา สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในปานามาและมีสำนักงานตั้งอยู่ 35 แห่งทั่วโลก เป็นบริษัทที่รับจัดตั้งบริษัทนอกอาณาเขต ที่เราเรียกว่าออฟชอร์

ปานามา เปเปอร์ส เป็นข้อมูลทางการเงินที่สะสมไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2520 จนถึงปลายปี 2558 ถูกเปิดโปงออกมาโดยเครือข่ายผู้สื่อข่าวสอบสวนนานาชาติ ร่วมกับสื่อต่างๆ อย่าง นสพ. ซุดดอยช์ ไชตุง ของเยอรมนี นสพ. เดอะการ์เดียน และบีบีซี ของอังกฤษ

การตีแผ่ข้อมูลของปานามา เปเปอร์ส ทำให้เราตาสว่างถึงการตั้งบริษัทในต่างประเทศของคนระดับผู้นำประเทศ อภิพญามหาเศรษฐี รวมทั้งคนที่มีชื่อเสียงที่เป็นนักร้อง นักกีฬาระดับโลก ไปจนถึงกลุ่มอาชญากรและมาเฟียข้ามชาติ ที่ตั้งบริษัทไว้นอกประเทศเพื่อการหลบเลี่ยงภาษี เพื่อฟอกเงิน

การจดทะเบียนตั้งบริษัทขึ้นมาบังหน้าในแดนสวรรค์แห่งการเลี่ยงภาษีที่กฎหมายในประเทศอาจจะสาวไปไม่ถึงมีมากมายหลายแห่งกระจายกันอยู่ในดินแดนต่างๆ ที่นิยมกันมากก็เห็นจะเป็นหมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น ซึ่งไม่มีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม และยังไม่มีภาษีสำหรับนิติบุคคล นอกจากนั้น ก็มักจะไปจดกันที่ปานามา บาฮามาส ฯลฯ

ผู้อ่านท่านผู้เจริญ เรื่องนี้อาจจะไม่กระทบอะไรใครดอกหรอกครับ หากไม่มีรายชื่อของผู้นำประเทศ หรือมหาเศรษฐีคนสำคัญไปมีส่วนเกี่ยวดองหนองยุ่ง แต่เพราะปานามา เปเปอร์ส ดันเปิดเผยชื่อบุคคลระดับโลกที่มีญาติพี่น้อง ลูกหลาน หรือแม้แต่คนสนิทซึ่งเข้าไปมีเอี่ยวเกี่ยวพันกับปานามา เปเปอร์ส ทั้งอดีตผู้นำของอียิปต์ ประธานาธิบดีฮอสนีย์ มูบารัค อดีตผู้นำลิเบียผู้ล่วงลับ พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ไปจนถึงผู้นำที่ยังคงอยู่ในตำแหน่งอย่าง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย รวมไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายอาง วง วัฒนา ของกัมพูชา

แม้แต่ดาราในวงการบันเทิง ก็ดันไปมีชื่ออยู่ในปานามา เปเปอร์ส ด้วย ทั้งเฉินหลง หรือ แจ็คกี้ ชาน อมิตาป ปัจจันกับไอศวรรยาไรย์ ลูกสะใภ้ และลิโอเนล เมสซี นักฟุตบอลระดับโลกทีมชาติอาร์เจนตินา ก็ดันติดร่างแหเรื่องการเลี่ยงภาษีในสเปนอีกด้วย

ผู้ที่มีชื่อเข้าไปพัวพันกับข้อมูลชุดนี้ต่างก็ดาหน้าออกมาปฏิเสธ ว่าไม่มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำของพ่อ ของแม่ ของลูก ของญาติโกโหติกา เพื่อนสนิทมิตรสหายใดๆทั้งสิ้น

แต่หน่วยงานของประเทศทางยุโรปก็เริ่มขยับกันแล้วครับ รัฐบาลอังกฤษได้ขอสำเนาเอกสารปานามา เปเปอร์ส เพื่อนำไปตรวจสอบข้อมูลในด้านการหลบเลี่ยงภาษี

อัยการฝรั่งเศสเริ่มสืบสวนขั้นต้นในเรื่องการเลี่ยงภาษี และทางโฆษกกระทรวงการคลังของเยอรมนีก็จะมีการดำเนินการต่อจากข้อมูลที่ได้รับจากปานามา เปเปอร์ส

สมัยก่อนตอนยังไม่มีอินเตอร์เน็ต คนรวย คนมีอำนาจ นึกอยากทำอะไรยังไงก็ได้ แต่ละคนซ่อนหางของตัวเองไว้ได้อย่างมิดชิด คนเลวจึงแสแสร้งแสดงตนว่าเป็นคนดีได้อย่างตลอดรอดฝั่ง คนเลวจำนวนไม่น้อยนอกจากจะปิดความชั่วของตนไว้ได้อย่างราบรื่นแล้ว ยังถือโอกาสไปทำลายเกียรติยศชื่อเสียงของคนอื่นที่เข้าไปขัดขวางการกระทำชั่วของตน

ปานามา เปเปอร์ส ทำให้เราตาสว่างได้ไม่แพ้วิกิลีกส์ ที่เผยแพร่ภาพวีดิโอที่ถูกบันทึกเมื่อ 12 กรกฎาคม 2550 ที่แสดงภาพการโจมตีทางอากาศต่อกรุงแบกแดดโดยกองทัพสหรัฐฯ ที่ทำให้มีพลเรือนชาวอิรักเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

นอกจากนั้น ก็ได้เปิดเอกสารลับที่ไม่เคยถูกเผยแพร่มากกว่า 76,900 ฉบับ เกี่ยวกับปฏิบัติการของสหรัฐฯในอัฟกานิสถาน และในเดือนตุลาคม 2550 ก็ได้เผยแพร่เอกสารลับกว่า 400,000 ฉบับเกี่ยวกับสงครามอิรัก

ปลายเดือนพฤศจิกายน 2553 ได้เผยแพร่โทรเลขเอกสารลับและเอกสารปกปิดทางการทูต กว่า 100,000 หน้าของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา

คนทั้งโลกก็จึงตาสว่าง ขอขอบคุณทั้งวิกิลีกส์และปานามาเปเปอร์สครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
 

 

 

guest

Post : 06/04/2016 08:43     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  เเมคอาเธอร์ จอมพลกระดูกเหล็ก

 

 

                

 

 

  

                    *** กลอน - คำคม ***

 

              

 

 

  

            **************************************************************

 

 

 

                                        

    
 
 
 
 

   

  

ลูกทรพี!! เมาเหล้าเช้ายันค่ำ ถูกพ่อต่อว่าดุด่าว่ากล่าว รู้สึกอายเพื่อนๆ ที่ร่วมวง เกิดอารมณ์ฉุน เดินหยิบปืนมายิงพ่อคอทะลุดับคาบ้าน ญาติและเพื่อนต้องเข้าห้าม ก่อนควบคุมตัวไว้ ส่งให้ ตร.ดำเนินคดีต่อไป...


เมื่อเวลา 17.40 น.วันที่ 3 เม.ย. ร.ต.อ.นิคม ยะจอม รอง สว.สอบสวน สภ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุลูกยิงพ่อได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่หน้าบ้านหลังหนึ่งที่บ้านนาเมืองไทย ต.น้ำโสม จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.นัฐเชษฐ โคตรนาม รอง ผกก.ป.สภ.น้ำโสม พ.ต.ท.ทองพูน จันทร์เนตร รอง ผกก.สส.สภ.น้ำโสม นำกำลังออกไปตรวจสอบ พบรอยกองเลือดอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีแดง จอดอยู่ใต้ต้นมะขามหน้าบ้าน ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัส ถูกยิงด้วยอาวุธปืนแก๊ปเข้าที่ลำคอ ญาตินำส่งโรงพยาบาลน้ำโสม แต่อาการสาหัส แพทย์ได้ส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ทราบชื่อภายหลังว่านายน้อย (นามสมมุติ) อายุ 65 ปี เจ้าของบ้าน ส่วนมือปืนไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นลูกชายผู้บาดเจ็บ หลังก่อเหตุญาติได้ควบคุมตัวพร้อมอาวุธปืน ทราบชื่อนายระบือ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่ 7 ต.น้ำโสม จ.อุดรธานี จึงควบคุมตัวพร้อมอาวุธปืนไปโรงพักไปสอบสวน

 

 

 

 

 

นายระบือ ผู้ต้องหาฆ่าบุพการีตัวเอง
 
อาวุธปืนแก๊ปที่นำมาใช้ก่อเหตุฆ่าบุพการี

จากการสอบสวน นายระบือ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นคนยิงพ่อบังเกิดเกล้าจนอาการปางตายจริง เพราะไม่พอใจที่พ่อสั่งสอน และบ่นต่อหน้าเพื่อนในวงเหล้า โดยก่อนเกิดเหตุ ตนและเพื่อนได้ตั้งวงดื่มเหล้ากันอยู่ใต้ต้นมะขามหน้าบ้านพ่อ ส่วนพ่อออกไปสวนยาง กระทั่งมืดค่ำพ่อได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับมาบ้าน พบตนยังดื่มเหล้าจนเมามาย พ่อจึงได้พูดสั่งสอนตนต่อหน้าเพื่อน ในลักษณะบ่น ทำให้ตนรำคาญไม่พอใจ และอับอายเพื่อน เพราะโตขนาดนี้พ่อยังดุด่า ด้วยความโมโหประกอบกับมึนเมาสุรา ตนคว้าเอาปืนแก๊ปที่สะพายมาด้วย ยิงพ่อ 1 นัด ถูกลำคอทะลุจนล้มลงกับพื้น ได้รับบาดเจ็บสาหัส เพื่อนในวงเหล้าและญาติได้เข้าห้าม และนำพ่อส่งโรงพยาบาล ซึ่งหลังก่อเหตุตนไม่ได้หนีไปไหน ได้ยืนรอมอบตัวกับตำรวจ จึงแจ้งข้อหา "พยายามฆ่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมา นายน้อย ได้เสียชีวิตเมื่อเวลา 21.00 น. ตำรวจจึงแจ้งข้อหาฆ่าบุพการีเพิ่มกับนายระบือ ผู้เป็นลูกชายต่อ.

 

 

 

 
 
 
******************************************************************
 
 
 
 

มาแล้ว! ผลงานโฆษณาตัวแรกของแม่ลูกคู่ฮอต แม่โบว์-น้องมะลิ ปล่อยมาเพียง 1 วัน ยอดคนดูแล้วกว่า 1.4 ล้านครั้ง...

หลังจากแม่ลูกคู่ฮอต 'โบว์ แวนด้า’ และน้องมะลิ มีงานเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ทั้งถ่ายแบบ-อีเวนต์-โฆษณา จนหลายคนเฝ้าติดตามรอดูผลงานอย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งล่าสุดวานนี้ (1 เม.ย.) เฟซบุ๊กแฟนเพจ Kleenex Thailand ได้เผยคลิปวิดีโอโฆษณาความยาว 1 นาทีของแม่ลูกคู่นี้มาให้ได้ชมกัน และนับว่าเป็นโฆษณาทางโทรทัศน์ตัวแรกของทั้งคู่ด้วย งานนี้บอกเลยว่าน่ารักโดนใจเหล่าแฟนคลับ ทำคนเข้าชมแล้วกว่า 1.4 ล้านครั้งภายในระยะเวลาเพียง 1 วัน

 
 
 
 

 

 

" โฆษณาชิ้นนี้ ผมเห็นความเเข็งเเกร่งจากดวงตาของผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นเเม่ กับการที่จะต้องก้าวเดินต่อไปกับลูกน้อยเพียงสองคนตามลำพัง....ผมเข้าใจว่า ถ้าเธอเลือกได้...เธอเลือกที่จะเก็บตัวอยู่อย่างเงียบๆ พร้อมหน้าตาพร้อมตากัน พ่อ เเม่ ลูก มากกว่าที่จะมาโด่งดังทางโฆษณาอย่างนี้....เป็นกำลังใจให้นะครับ คุณโบว์..............."

 

 

 

 

      มึนตึบ? โดนโจรปล้นไปแจ้งความ ตร.บอก "เดี๋ยวบ่ายๆ ไปดูให้"

 

ชาวบ้านร้องสื่อ โดยโจรกระชากสร้อยพระ หนัก 2 บาท ตั้งแต่เช้าตรู่ โร่ไปแจ้งความ ตำรวจกลับไม่สนใจ เอาภาพวงปิดไปให้ก็บอกให้ "วางเอาไว้ก่อน" ไม่สนใจลงตรวจที่เกิดเหตุสักนิด

 
เมื่อวานนี้ (4 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งร้องทุกข์จาก นายอนุดิษฐ์ อายุ 39 ปี ช่างซ่อมอุปกรณ์เครื่องมือช่าง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับมาจากตลาดพร้อมกับภรรยานั่งซ้อนท้ายมาด้วย เมื่อมาถึงปั๊มน้ำมันบางจาก ริมถนนสุขุมวิทในเมืองชลบุรี มีคนร้ายปรากฏตัวขึ้นมา
 
คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาตามประกบ เมื่อได้โอกาสได้กระชากสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองสมเด็จโต เหตุดังกล่าวทำให้รถจักรยานยนต์ของตนเสียหลักล้มลง จึงได้พยายามคว้ารถของคนร้ายเอาไว้ ก่อนจะรีบตั้งหลักและขับตามคนร้ายไป
 
นายอนุดิษฐ์ ยังเล่าให้ฟังอีกว่า หลังเกิดเหตุภรรยาได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่โรงงานที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ส่วนตนขับรถตามคนร้ายไป เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จึงได้หยุดแจ้งเหตุและช่วยติดตามไป แต่ปรากฏว่าคนร้ายหลบหนีไปได้
 
หลังจากนั้น ภรรยาได้ติดต่อแจ้งเหตุผ่านทาง 191 แต่ติดต่อไป 3-4 ครั้ง ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ตนจึงเดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.แสนสุข เพื่อขอให้มาตรวจสอบจุดเกิดเหตุและติดตามคนร้าย แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ให้คำตอบมาว่า "เดี๋ยวช่วงบ่ายไปดูให้"
 
เหยื่อผู้เสียหายจึงย้อนกลับมาจุดเกิดเหตุเอง เพื่อหาภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว นำไปเป็นเบาะแสในการติดตามตัวคนร้าย แต่เมื่อนำไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง เจ้าหน้าที่กลับสั่งให้ฝากเอาไว้ และไม่มีทีท่าจะสนใจกับเหตุที่เกิดขึ้น สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมาก
 
ทั้งนี้ นายอนุดิษฐ์ บอกว่า รู้สึกแปลกใจที่ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ยอมลงไปตรวจสอบที่เกิดให้ แถมยังไม่มีท่าทีสนในจะช่วยติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุให้เลยสักนิด หรือต้องการจะปล่อยให้คดีเงียบหายไปเองหรืออย่างไร จึงค่อยมาตามหาคนร้ายทีหลัง ตนกับภรรยารู้สึกงงกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก

 

 

   

 

 

                                               

 

" ผู้เสียหายมีสิทธิแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนหรือร้อยเวรได้  เจ้าพนักงานตำรวจต้องรับแจ้งความ  การไม่รับแจ้งความเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157  ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่

              ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลฎีกาเคยมีบรรทัดฐานไว้แล้วตามคำพิพากษาที่ 4436/2531

 

          *ตัวบทกฎหมายอ้างอิง

          ประมวลกฎหมายอาญา

          มาตรา 157  บัญญัติว่า  ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน  ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ  เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต  ต้องระวางโทษตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี  หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ........."

 

 

 

 

 ฮาหนัก จับใบดำ/ใบแดง เหลือ 5 คน กับใบแดง 2ใบ

 

 

                   

 

" เป็นคลิปเก่าที่ดูกี่ครั้งกี่หน ก็อดจะหมั่นไส้เจ้าเด็กเสื้อเหลืองคนนี้ไม่ได้เสียจริงๆ มันกลัวการรับใช้ชาติจนเป็นบ้าเป็นหลังได้ถึงขนาดนี้.....เฮ้อออออออ...........

 

 

guest

Post : 04/04/2016 10:27     Forum: ข่าว ตาป้อง  >  อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจ GPS.

 

 

 

                   อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจ GPS.

                                                              

 

 

 

 

อุทาหรณ์! รถวิ่งบนทางเดินเลียบคลอง อ้าง GPS นำทาง

   

อุทาหรณ์! รถวิ่งบนทางเดินเลียบคลอง อ้าง GPS นำทาง

(2 เม.ย.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจาก เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรารักด่านตรวจ ซึ่งได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า "อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจ  (พี่ก็ยังกล้าขับเข้าไปนะ)"

ซึ่งเป็นภาพรถโตโยต้า อัลพาร์ด อยู่บนทางคนเดินริมคลอง ซึ่งเป็นสะพานปูนขนาดเล็ก สำหรับคนเดิน ขี่จักรยาน และรถจยย.เท่านั้น โดยสภาพรถฝั่งคนขับล้อเอียงตกจากสะพานปูน และรถหวิดตกคลอง

โดยมีข้อมูลของเจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุเวลาประมาณ 08.30 น. ได้นำรถเครนมาดำเนินการยกรถคันดังกล่าวออกเรียบร้อยแล้ว โดยคนขับรถอ้างว่า ใช้ระบบ GPS นำทาง

ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ คาดว่า ขณะเกิดเหตุอาจเป็นช่วงเวลาเช้ามืด ประกอบกับคนขับรถไม่ชินทาง เมื่อขับมาตามถนนมาจนสุดทาง ซึ่งดูจากภาพเป็นถนนก่อนตัดเข้าทางคนเดินเลียบคลองทันที อาจจะทำให้เบรกไม่ทันก็เป็นได้

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊กเรารักด่านตรวจ  

 

 

 

                      

 

 

 

รฟท. รายงานเหตุ รถไฟนำเที่ยว กทม.-หัวหิน และกาญจนบุรี ชนประสานงากับรถบัส 2 ชั้น ระหว่าง วัดสุวรรณ-วัดงิ้วราย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บหลายสิบคน...

 

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 3 เม.ย. 59 การรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่า ขบวนรถนำเที่ยวที่ 909 กรุงเทพ-น้ำตก ถูกรถบัส 2 ชั้น เฉี่ยวชน ที่ 29/9 ระหว่าง วัดสุวรรณ-วัดงิ้วราย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ในทางขึ้น รถดีเซลรางได้รับความเสียหาย ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ มีผู้บาดเจ็บประมาณ 20 ราย
 
นายพรสุทธิ ทองสาด ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. วันนี้ ขบวนรถไฟนำเที่ยว กทม.-หัวหิน และกาญจนบุรี ที่เดินทางออกจาก กทม. ได้วิ่งมาถึงทางผ่านทางแยกตัดกับถนนที่ไม่มีไม้กั้นทางรถไฟ บริเวณวัดงิ้วราย จ.นครปฐม ได้เกิดเหตุชนประสานงาเข้ากับรถทัวร์อย่างแรง จนรถทัวร์กระเด็นและพลิกคว่ำ ทำให้คนขับรถทัวร์เสียชีวิตทันที และผู้โดยสารรถทัวร์ เสียชีวิต 2 ราย และยังมีผู้โดยสารบนรถทัวร์ได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 20 คน ขณะนี้ได้นำส่งโรงพยาบาลแล้ว

"สำหรับขบวนรถไฟนั้นเสียหาย และมีคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยขณะนี้การรถไฟได้ตัดขบวนส่วนท้ายออก และลากไปยังสถานีวัดสุวรรณ โดยได้ขนถ่ายผู้โดยสารทั้งหมดเดินทางไปกับขบวนรถดังกล่าวเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง โดยไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ส่วนขบวนรถไฟส่วนหัว ยังอยู่บนรางในที่เกิดเหตุ เพื่อรอให้เจ้าหน้าตำรวจมาตรวจสอบพิสูจน์หลักฐาน แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินรถ รถไฟยังเดินได้ตามปกติ เพราะเป็นช่วงทางคู่ซึ่งเดินสวนกันได้" นายพรสุทธิ กล่าว
 
ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ รฟท. ยังล่าวอีกว่า จุดนี้รถไฟกำลังทำไม้กั้น รอที่จะประกาศใช้อย่างเป็นทางการ แต่มาเกิดเหตุขึ้นก่อน เท่าที่สอบถามจากคนขับรถไฟบอกว่า เป็นการชนแบบประสานงา เบื้องต้นยังบอกไม่ได้ว่าใครผิด ต้องรอตำรวจสรุป ถ้ารถไฟผิดเรายินดีรับผิดชอบเต็มที่ ทั้งผู้เสียชีวิตและคนเจ็บ

สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิต มีดังนี้

1.นายสาโรจน์ กิตติเจริญสินชัย อายุ 62 ปี

2.นางเยาวภา เสนานุช 

3.นายนิพนธ์ ลดาธนะกิจ

ขอบคุณภาพจาก มรกต 21

 
จุดนี้การรถไฟกำลังทำไม้กั้น รอที่จะประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เเต่มาเกิดเหตุขึ้นก่อน....
โอ้โห....ท่าน ผ.อ เดินรถ ท่านช่างกล้าพูดเนาะ ประมาทเลินเล่อขนาดนี้ ก็รู้ว่าไม้กั้นมันเสีย กลับไม่ยอมดูดำดูดี ปล่อยให้มันเป็นไปตามเวรตามกรรมอยู่อย่างนั้น จนเกิดความสูญเสียขื้นมา
เเล้วท่าน ผ.อ ไม่ต้องมาถามนะว่า?....ใครถูกใครผิด?!!!.....เเย่มาก...เเย่จริงๆ............."
                                                                           

1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 ... 다음 끝